Chapter 5 ตั้งกำแพง
Chapter 5
ตั้งกำแพง
“แหมขอบคุณนะจ๊ะเอแคลร์ พอเธอมาขายก็ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าเลย ทำงานได้ไม่นานลูกค้าก็เหมาหมดร้านซะแล้ว”
คุณเจ้าของร้านเมื่อได้ยินว่ามีลูกค้าตั้งใจจะมาเหมาน้ำก็รีบขับรถตรงดิ่งมาที่ร้านชานมไข่มุกในทันที
ส่วนฉันนั้นชงน้ำชามือเป็นระวิงนับร้อยแก้วพร้อมกับแยกน้ำแข็งส่งให้กับพี่ซีเค เขาโทรให้ผู้ชายใส่ชุดสูทสีดำประมาณสี่คนมารับน้ำพวกนั้นไป
“แหะๆ คงจะเป็นเหตุบังเอิญละมั้งคะคุณพร”
ฉันยิ้มแหยให้กับเจ้าของร้าน ใบหน้าสวยเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ
“ยังไงก็ต้องขอบคุณเธอมาก ได้เยอะเลยวันนี้ขายน้ำได้เป็นร้อยแก้ว ปกติก็ขายดีนะแต่ถึงขั้นเหมาร้านแบบนี้ก็ยังไม่เคยเจอเลย”
“งั้นวันนี้หนูปิดร้านได้แล้วใช่ไหมคะ”
ฉันยิ้มถามพร้อมทำหน้าแห้งๆ ส่วนพี่ซีเคยังคงกระดิกเท้านั่งไขว่ห้างอยู่ที่โต๊ะกลมตัวเดิม
“ปิดแล้วกลับได้เลยจ้ะ”
“โอเคค่ะ งั้นหนูปิดร้านเสร็จหนูกลับเลยนะคะ”
“จ้ะ เอ่อ ขอบคุณมากเลยนะคะลูกค้าที่มาเหมาน้ำร้านพี่วันนี้ จะเหมาไปเลี้ยงที่ไหนเหรอ”
คุณพรที่เป็นเจ้าของร้านหันไปคุยกับพี่ซีเคที่นั่งไขว่ห้าง เขายิ้มกริ่มพอใจ
“เหมาไปฝากลูกน้องที่บ้านครับ ร้านน้ำที่นี่ชงอร่อยดี”
“แหม ดีใจจังเลยที่ชอบน้ำร้านพี่ ซื้อสูตรมาจากต่างประเทศเลยนะรู้ไหม...”
คุณพรชวนพี่ซีเคคุยนั่นนี่อยู่กันเกือบครึ่งชั่วโมงในที่สุดฉันก็จัดเก็บของที่ร้านเสร็จ
“งั้นหนูขอตัวก่อนนะคะคุณพร”
ฉันหันไปบอกลาเจ้าของร้าน และเดินออกมาในทันทีไม่พูดคุยอะไรกับเขาต่อ แต่ก็ไม่อาจรอดพ้นสายตาพี่ซีเคไปได้เพราะหลังจากที่ฉันเดินออกมาเขาก็เดินตามออกมาในทันที
“เดี๋ยวสิ พี่ก็อุตส่าห์เหมาร้านน้ำแล้ว นี่ก็เพิ่งจะห้าโมงเย็นเอง ปกติเลิกงานตั้งสองทุ่มไม่ใช่เหรอ”
ฉันหันไปมองหน้าเขา แล้วทำสีหน้าไม่ค่อยพอใจ
“ก็เหนื่อยมากแล้วนี่คะ ชงน้ำเป็นร้อยแก้วในวันเดียว จะกลับไปพักผ่อนแล้ว”
ไม่รู้ว่าช่วยหรือแกล้งกันแน่ ชงชานมไข่มุกเป็นร้อยแก้วด้วยตัวคนเดียวไม่ใช่เรื่องง่าย ทั้งต้มทั้งชง อยากจะให้เขามายืนทำเองจริงๆ
“ก็อยากให้เธอขายหมดไวๆ ไง จะได้มีเวลาให้พี่”
“มีเวลา? พี่ใช้คำว่ามีเวลากับหนูเนี่ยนะคะ เราไม่ได้เป็นแฟนกันสักหน่อยจะได้ต้องให้เวลากัน”
ฉันพูดพร้อมกับส่ายหน้าไปมาในความหลงตัวเองของเขา ใช่ว่าผู้หญิงทุกคนจะต้องสนใจเขาสักหน่อย
“เธอนี่แปลก ปกติถ้าคนอย่างซีเคเข้าหาใครไม่เคยมีใครปฏิเสธนะ”
เขาจ้องหน้าฉันพร้อมกับหรี่ตามองก่อนจะเดินเข้ามาใกล้แล้วก้มหน้าลงกระซิบเข้าใกล้ข้างหูฉัน
“หรือว่าเธอไม่ชอบผู้ชาย?”
พี่ซีเคถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ทำฉันหน้าแดงซ่าน พูดบ้าอะไรก็ไม่รู้
“บ้า จะไปไหนก็ไปเลยค่ะ หนูจะกลับหอแล้ว”
ฉันผลักอกเขาออกแล้วรีบเดินหนีในทันที ผู้ชายอะไรกะล่อนเป็นบ้า
ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก บ้าจริง แล้วทำไมหัวใจฉันจะต้องเต้นสั่นระรัวด้วยล่ะนี่ ผู้ชายคนนี้ไม่ได้มีอะไรน่าสนใจเลยสักนิด อย่าไปให้ความสนใจเขามากเอแคร์ เดินหน้าต่อไป ฉันบอกกับตัวเองแล้วทำเป็นไม่สนใจเขา
“อย่าเพิ่งโกรธสิ ก็แค่หยอกเล่นหรอกน่า”
พี่ซีเคยังคงเดินตามหลังฉันพร้อมกับเอามือไขว้หลังแล้วเดินตามมาอย่างเชื่องช้า ฉันหันขวับกลับไปมองเขาอีกครั้ง ใบหน้ายังแดงซ่านไม่หาย ฉันไม่ชอบที่เขาพูดแบบนี้ ถ้าพูดแบบนี้ให้ยัยมดได้ยินจะต้องหึงฉันแล้วแยกฉันออกจากไอ้เพลงแน่เลย เพื่อนก็มีอยู่คนเดียว เฮ้อ
“งั้นเราก็แยกย้ายกันเถอะค่ะ หนูขอตัวกลับก่อนนะคะ อ๋อ แล้วก็ห้ามตามมาด้วยนะ”
ฉันหันไปสั่งแล้วจ้องมองพี่ซีเคอย่างไม่ไว้วางใจ ผู้ชายคนนี้นี่ตอแยไม่เลิก
“ไปกินข้าวด้วยกันก่อนสิ”
“กินข้าว? ไม่มีเหตุผลที่หนูจะต้องไปกินข้าวกับพี่สักหน่อยนี่คะ”
“นั่นก็ใช่ แต่พี่อุตส่าห์เหมาน้ำร้านเธอไปแจกลูกน้องเลยนะ แถมเธอยังได้ทิปจากเจ้าของร้านอีก” นี่แอบเห็นได้ยังไงเนี่ย ฉันได้ทิปจากคุณพรเจ้าของร้านชานมจริงๆ นั่นแหละ
“แต่หนูก็เหนื่อยมากแลกกับการที่ได้ทิปนี่คะ ไม่เห็นจะเกี่ยวอะไรกับพี่สักหน่อย”
ฉันเองก็ไม่ได้ขอร้องให้เขามาเหมาด้วย
“เอาเป็นว่าไปกินมื้อเย็นกับพี่ พี่เลี้ยงเอง”
เขาพูดเสร็จสรรพพร้อมกับเดินมาเสมอตัวฉันแล้วก้มหน้าลงมาใกล้ ตัวเขาสูงกว่า 185 เซนติเมตรซึ่งสูงกว่าฉันที่สูงเพียง 165 เซนติเมตรเท่านั้นเอง
รู้สึกได้เลยว่าใบหน้าเริ่มร้อนผะผ่าว เขารุกหนักเกินจนฉันรู้สึกตั้งตัวไม่ค่อยทันสักเท่าไหร่
แม้ปากจะปฏิเสธผลักไสเขาออกจากตัวสักเท่าใด แต่ตอนนี้เราสองคนก็มาหยุดกันอยู่ที่ร้านสเต็กหน้ามอเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
“ร้านนี้คนเยอะเกินไปนะคะ...”
ฉันมองไปรอบๆ ร้าน ร้านนี้เต็มไปด้วยนักศึกษา แต่ฉันไม่เคยเข้ามาหรอกนะ ราคาแพงหูฉี่!
“ไม่หรอก ก็ปกตินี่...”
เขาว่าพร้อมกับยื่นเมนูมาให้ฉันสั่ง ฉันไล่สายตามองแต่ละเมนู โอ้โห ปกติฉันไม่นิยมกินอาหารราคาเท่านี้หรอกนะ
“สเต็กหมู 289 บาท สเต็กปลา 319 บาท โอ้โห! หนูทำใจสั่งไม่ได้หรอกค่ะพี่ซีเค..” ฉันอ้าปากหวอ
“ก็ราคาปกตินี่ เธอจะอ่านราคาไปทำไมยัยเด็กบื้อ อายเขาน่า”
พี่ซีเคจ้องหน้าแล้วดุ ปกติเขาไม่ดุฉันนะ นี่เป็นครั้งแรกเลยมั้งเนี่ย
“ก็มันแพงหูฉี่”
“เออน่า สั่งๆ ไปเถอะ อย่าให้พี่ต้องดุนะเอแคลร์”
เขาเริ่มทำเสียงเข้ม ฉันเลยสั่งมาส่งๆ สักหนึ่งเมนู
“นั่นใครอ่ะ ผู้หญิงใหม่ของซีเคเหรอ”
“ไม่รู้สิ ก็คงสเต็ปเดิมๆ พี่ซีเคเสือร้ายวิศวะเครื่องกลเคยจริงจังกับใครที่ไหน”
“นั่นสิ ก็คงผู้หญิงที่เขาควงเล่นๆ อีกตามเคย”
วันต่อมา
“ไอ้เอแคลร์!!”
ฉันนั่งอยู่ที่ห้องเรียนภายในภาควิชาของตัวเอง ในมือกำลังถือการบ้านรายวิชาการบัญชีต้นทุน
“ทำไมสูตรมันเยอะแบบนี้เนี่ย ต้นทุนการผลิตสินค้า วัตถุดิบทางตรงใช้ไป ต้นทุนการผลิตที่ใช้ระหว่างงวด..”
ฉันพึมพำพร้อมกับมองการบ้านในกระดาษ
“เอแคลร์!!”
เสียงของเพลงเรียกขึ้นเป็นครั้งที่สองก่อนจะหย่อนก้นนั่งลงข้างฉัน
“อะไรไอ้เพลง เรียกซะดังเชียว ฉันกำลังทำการบ้านของอาจารย์วิภาอยู่”
“ส่งตั้งคาบบ่าย ไว้ค่อยทำ มาตอบคำถามฉันก่อนเลยแกน่ะ!”
เพลงวางกระเป๋าลงบนโต๊ะแล้วหันมาทำสีหน้าจริงจังให้กับฉัน
“คำถาม คำถามอะไรเหรอ?” ฉันวางกระดาษลงแล้วเงยหน้าขึ้นมองเพลงที่นั่งอยู่ด้านข้าง
“พวกวิศวะเขาลือกัน แกมีซัมติงกับพี่ซีเคเหรอวะ?”
เพลงถามพร้อมทำสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ
“ฮะ? ไม่นะ ไปฟังมาจากไหนเนี่ย ไม่ได้มีอะไรแบบนั้นสักหน่อย” ฉันนี่หน้าเหวอไปเลย
“ก็เด็กวิศวะมันลือกัน มดบอกฉันมา”
“ไม่จ้ะ ไม่มีทางมีอะไรแบบนั้นแน่ๆ แกคบกับฉันมาก็เห็นนี่ว่าฉันเคยมีแฟนซะที่ไหน”
“เออ ไม่มีอะไรก็ดีแล้ว...อย่าเล่นกับไฟจะดีกว่า ขอเตือนไว้เลยนะไอ้แคลร์”
“เล่นกับไฟ?” ฉันทวนถามอีกครั้งพร้อมขมวดคิ้วมุ่น
“ฉายากระฉ่อนไกลขนาดนั้น ซีเควิศวะจอมเจ้าชู้ ควงผู้หญิงไม่เคยซ้ำหน้า”
“งั้นเหรอ...” ฉันทำหน้านิ่งเหมือนไม่ได้คิดอะไร แต่ทำไมในใจถึงว้าวุ่นขนาดนี้ก็ไม่รู้ รู้สึกมันสับสนในตัวเอง
“คนอย่างพี่ซีเคไม่คิดจะคบใครเป็นแฟนจริงจัง เขาแค่เล่นๆ ถ้าเขาเข้ามาจีบก็ปฏิเสธไปได้เลย”
เพลงเตือนด้วยสีหน้าจริงจัง ส่วนฉันก็ได้แต่ยิ้มอ่อนๆ
“จ้ารู้แล้วจ้า ขอบคุณนะที่เป็นห่วง แต่ยังไงฉันก็ไม่ยอมเป็นเหยื่อของคนแบบนั้นแน่ ไม่ต้องเป็นห่วงนะเพลง”
ฉันตอบอย่างแน่วแน่ ยังไงฉันไม่มีทางตกเป็นเหยื่อของเขาแน่
คนเจ้าชู้...ฉันเกลียดที่สุด
พอได้ยินเพลงพูดแบบนั้นแล้วก็ยิ่งตั้งกำแพงในใจให้สูงขึ้นไปอีก...
