Chapter 4 เหมาร้านเพื่อเธอ
Chapter 4
เหมาร้านเพื่อเธอ
“องค์กรควบคุมการจัดทำบัญชี และผู้รับผิดชอบ แบ่งเป็น หนึ่งสำนักงานกลางบัญชี กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ จะมีอำนาจในการตรวจ ติดตาม ควบคุมการทำบัญชี...”
อาจารย์กำลังพูดสอนเนื้อหาผ่านไมค์โครโฟนโดยนั่งอยู่บนเวทีพร้อมกับฉายโปรเจกเตอร์ไปด้วย ฉันพลิกกระดาษชีทเรียนเพื่อไฮไลท์หัวข้อสำคัญให้ทันที่อาจารย์สอน
“ตั้งใจจังนะเอแคลร์ เธอนี่ขยันแบบนี้ตลอดรึเปล่า”
พี่ซีเคนั่งวางศอกบนโต๊ะแล้วเท้าคางมองหน้าฉัน สายตาของเขาไม่โฟกัสชีทเรียนเลยสักนิด ทั้งที่ฉันอุตส่าห์ขยับให้กระดาษอยู่ตรงกลางระหว่างเราสองคน เขาจะได้ดูด้วย
“ตั้งใจเรียนสิพี่ อาจารย์สอนอยู่นะ”
ฉันทำหน้ายู่ใส่เขา บอกตามตรงว่าเวลาเรียนฉันจะค่อนข้างตั้งใจมาก เงินทุกบาทที่เสียต้องคุ้มค่ากับความรู้ที่ได้
“ไม่อยากตั้งใจเรียน อยากตั้งใจมองหน้าน้องแบบนี้มากกว่า”
เขาพูดพร้อมคลี่ยิ้ม ฉันทำท่าไม่สนใจแล้วตั้งใจเรียนตามที่อาจารย์ท่านสอนต่อไป ขืนโฟกัสเขามากเรียนไม่รู้เรื่องพอดี
แต่รอยยิ้มที่จ้องหน้าฉันอยู่ตลอดนั่นทำเอาฉันโคตรเสียสมาธิ...
เวลาต่อมา
“เอาล่ะ งั้นวันนี้พอก่อนแค่นี้นะครับนักศึกษา ให้พักทานข้าวกันได้ มีเรียนกันต่อมั้ยเนี่ย..”
อาจารย์ลุกขึ้นปิดโปรเจกเตอร์ที่ฉายอยู่ด้านหน้าเวที มีนักศึกษาโต๊ะด้านหน้าชวนอาจารย์คุย ส่วนฉันก็เก็บชีทเข้ากระเป๋าผ้าสีขาวของตัวเอง
“พักเที่ยงแล้วจะไปกินข้าวที่ไหน?”
เขาลุกขึ้นยืนแล้วถามฉัน ฉันหันไปจ้องหน้าเขาแล้วเลิกคิ้ว
“น่าจะไม่กินค่ะ พี่มีอะไรรึเปล่า?”
เพิ่งจะกินไปช่วงเช้านี่เอง และฉันก็ไม่ค่อยอยากทานอะไรด้วย กลัวน้ำหนักจะขึ้น ที่สำคัญฉันขี้งกและไม่อยากใช้เงินซื้อของกินแพงๆ
“อะไร นี่เธอประหยัดถึงขั้นไม่กินข้าวกลางวันเลยอ่อ ไม่อยากจะเชื่อ ผู้หญิงบ้าอะไร”
เขาจ้องหน้าฉันแล้วเหมือนทึ่งไป ส่วนฉันนี่หน้าตึงรีบชักสีหน้าใส่เขาทันที
“บ้า! ใครจะประหยัดถึงขั้นไม่กินข้าวกลางวันล่ะ หนูก็แค่ไม่อยากกินเท่านั้นเอง”
ฉันฉุนที่เขารู้ทัน ไอ้อดข้าวกลางวันเพื่อประหยัดเงินฉันก็เคยผ่านจุดนั้นมาแล้ว
“หยอกเล่นหรอกน่า ทำโมโหไปด้วย อย่าทำหน้าเป็นยักษ์งั้นดิ เดี๋ยวหน้าสวยๆ ก็เหี่ยวหรอก”
เขาทำหน้าหยอกล้อ ผู้ชายตรงหน้าที่แสนมีเสน่ห์อยู่ในชุดเสื้อช็อปวิศวะสีแดง ด้านในสวมเสื้อยืดสีดำ ที่คอมีสร้อยคอและจี้เกียร์สีเงิน
“ถ้าไม่มีอะไรแล้วก็ขอตัวก่อนนะคะ” ฉันสะบัดหน้าเดินหนีออกมาจากเขา ไม่อยากชวนเขาคุยอะไรอีก
เขาเองก็ไม่ได้ตามมาต่อ ฉันจึงเดินไปรอรถรางของมหาวิทยาลัยเพื่อจะไปยังตึกเรียนภาควิชาที่นัดกับไอ้เจ้าเพลงเอาไว้
รถรางของมหาวิทยาลัยเอกชนแอชตันเจเคเคลื่อนตัวมาหยุดอยู่ที่ป้ายรอรถ เป็นรถระบบไฟฟ้าสุดไฮเทคเลยนะจะบอกให้
“รถรอบต่อไปจะมาในอีกสิบนาที”
เสียงประกาศดังขึ้นจากลำโพง ฉันก้าวเท้าขึ้นมาเพื่อจะนั่งไปยังตึกภาควิชาบัญชี
เมื่อนั่งรถมาถึงก็เดินขึ้นมาที่ชั้นสี่และวางกระเป๋าลงพร้อมกับหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็คตารางงานที่จดเอาไว้ในวันนี้
“เย็นวันนี้มีงานพาร์ทไทม์ที่ร้านชานมไข่มุก...ค่าแรงชั่วโมงละ 50 บาท เฮ้อ ยืนขาแข็งอีกแล้ว”
ที่เลือกไปทำงานที่ร้านชานมไข่มุกตอนแรกๆ ก็เพราะชอบกิน แต่ทำไปทำมาก็ยืนขาแข็งเหมือนกันนะ เงินก็ไม่ได้ดีมากมายอะไร ทำประมาณห้าชั่วโมงถึงจะปิดร้านได้
ช่วงเย็น
ร้านชานมไข่มุกหน้ามหาวิทยาลัย
“งั้นต่อจากนี้ก็ฝากด้วยนะจ๊ะน้องเอแคร์ พี่กลับก่อนนะ”
พี่พนักงานพาร์ทไทม์ที่ทำกะก่อนหน้าโบกมือลาฉันเพื่อที่จะกลับหอ ส่วนฉันตอนนี้ก็มาถึงร้านที่หน้ามอเป็นที่เรียบร้อยแล้ว บ่ายสามโมงเป็นเวลาเริ่มงานและจะปิดร้านตอนสองทุ่ม
ร้านชานมไข่มุกตั้งอยู่ในตึกแถว โดยรีโนเวทด้านหน้าเป็นกระจก ภายในตกแต่งสไตล์มินิมอล พื้นไม้สีอบอุ่น มีโต๊ะสำหรับนั่งทานในร้านอยู่ประมาณสี่โต๊ะกลมเล็กๆ
ฉันสวมเสื้อกันเปื้อนที่สกรีนลายโลโก้ของร้านชานมแห่งนี้
กริ๊งง!
เสียงกริ่งหน้าประตูดังขึ้น ฉันหันไปต้อนรับลูกค้า
“ร้านชานมไข่มุกยินดีต้อนรับค่ะ”
นักศึกษาหญิงเป็นกลุ่มเดินเข้ามาภายในร้านก่อนจะสั่งเมนู
“เอาเป็นชานมไต้หวันใส่ไข่มุกสามแก้ว แล้วก็ชาไทยใส่ไข่มุกด้วยอีกสี่แก้วค่ะ”
“ได้ค่ะ...”
ฉันตอบรับพร้อมกับคิดเงินก่อนที่จะหันไปตักไข่มุกที่ต้มไว้ในหม้อมาใส่แก้วทั้งหมดเจ็ดแก้วพร้อมกับเตรียมชงน้ำชาตามสูตรที่ทางร้านได้มอบเอาไว้ให้
“ได้แล้วค่ะชาทั้งหมดเจ็ดแก้ว”
หลังจากทำเสร็จก็บรรจุแก้วลงถุงใส่ให้กับนักศึกษากลุ่มนั้นก่อนที่พวกเธอจะเดินออกไป
“อ๊ะ ไข่มุกใกล้จะหมดแล้วน่าจะต้องต้มเพิ่มสินะ”
ฉันจัดการจดออเดอร์ของสินค้าที่จะต้องหยิบมาใช้ เป็นงานที่เคลื่อนไหวทั้งวันจริงๆ ดีนะที่ทำแค่ 5 ชั่วโมง ขืนทำมากกว่านี้ฉันคงหมดแรงแน่
กริ๊งงง
ขณะที่กำลังต้มชาไข่มุกล็อตใหม่อยู่ก็มีเสียงกริ่งหน้าประตูดังขึ้น
“ร้านชานมไข่มุกยินดีต้อนรับค่ะ”
ฉันต้อนรับลูกค้าที่เข้ามาใหม่ ที่นี่คนค่อนข้างเยอะ ออเดอร์ในแต่ละวันแน่นมาก
แต่ลูกค้าที่เดินเข้ามาทำเอาฉันหน้านิ่งไปอยู่พักนึงเลย มือที่กำลังถือตะหลิวสำหรับคนไข่มุกค้างนิ่ง
“เอาอะไรดีอ่ะซีเค เอาเมนูประจำแบบที่นายชอบไหมชาเขียวไม่ใส่ไข่มุก”
ผู้หญิงใบหน้าสะสวยในชุดนักศึกษากับกระโปรงทรงเอ ผมสีดำลอนสวยไปจนถึงกลางหลัง ใบหน้าแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางบางเบา ต่างหูแบรนด์เนมพร้อมกับนาฬิการาคาแพงที่ข้อมือเล็ก เธอสวมกระเป๋าสะพายข้างสีดำแบบสายโซ่สีทองดูหรูหรา
พี่ซีเคเมื่อเห็นหน้าฉันก็เหมือนตกใจชะงักไปนิดนึง
“อ่า เอาแบบเดิมเลยตีน่า”
“อืม...เอาชาเขียวหวานน้อยไม่ใส่ไข่มุกแก้วนึง แล้วก็เอาชามะลิแก้วนึง”
ผู้หญิงคนนั้นหันมาสั่งฉัน
“ได้ค่ะคุณลูกค้า” ฉันฝืนยิ้มตอบรับ พี่ซีเคยกโทรศัพท์ขึ้นมาสแกนจ่าย ฉันหันหลังไปและลงมือชงชา แต่ก่อนจะชงก็หันไปปิดหม้อไฟฟ้าที่ต้มไข่มุกอยู่ด้วย
ฉันหันมาเตรียมวัตถุดิบชงชา ได้ยินนักศึกษาตรงหน้าที่น่าจะรุ่นเดียวกับพี่ซีเคคุยกับเขา
“ช็อปยับไปหมดแล้ว ช่วงนี้ทำโปรเจคจบหนักเลยอ่ะสิ บอกแล้วใช่มั้ยว่าอย่าหักโหมมากไป”
ผู้หญิงคนนั้นยกมือขึ้นจับคอเสื้อช็อปสีแดงของพี่ซีเคให้เข้าที่เข้าทาง แต่เขาก็ยกมือหนาขึ้นแล้วปัดมือเธอคนนั้นออก
“ยุ่งน่า...”
“ที่ยุ่งก็เพราะเป็นห่วงไง รู้นะว่าอยากรีบทำโปรเจคจบให้มันเสร็จแต่ก็อย่าหักโหมมากนักสิ เดี๋ยวโทรมไม่หล่อสาวไม่ติดไม่รู้ด้วยนะ”
ผู้หญิงคนนั้นพูดทีเล่นทีจริง แต่ดูจากอาการก็รู้ว่าน่าจะแอบชอบพี่ซีเคอยู่ เหมือนจะหึง
“สาวอะไร? ไม่มีสาวสักหน่อย...โสดครับ”
คำพูดนั้นเหมือนไม่ได้พูดกับผู้หญิงที่ชื่อตีน่า แต่เหมือนพูดกับฉันยังไงก็ไม่รู้เพราะสายตาของเขาเหลือบมาทางฉันที่กำลังกดน้ำร้อนจากกาน้ำเพื่อชงชา
“โสดสาวตรึมล่ะสิ”
ผู้หญิงคนนั้นพูด แต่ก็ทำท่าทีเขินอาย
“ได้แล้วค่ะ”
ฉันจัดน้ำในแก้วใส่ถุงแล้วส่งให้กับลูกค้า
“ป่ะ ไปกันเถอะซีเค
ผู้หญิงคนนั้นรับถุงแก้วน้ำไปถือในมือแล้วหันไปเรียกพี่ซีเค
“กลับไปก่อนเลยตีน่า พอดีมีธุระต้องทำต่อนิดหน่อย”
“ธุระอะไรอีก? ไหนบอกว่าวันนี้จะมีเวลาให้กันไง”
“ก็พอดีว่าติดธุระด่วน”
“แต่ว่า...”
“เอาไว้วันหลังนะ”
“ซีเค...”
ผู้หญิงที่ชื่อตีน่าเหมือนไม่อยากจะยอม ยกมือขึ้นเกาะแขนกำยำของพี่ซีเคเอาไว้ ส่วนฉันทำท่าทีไม่สนใจหันไปเปิดหม้อต้มไข่มุกต่อ
“ไว้วันหลังตีน่า”
พี่ซีเคกดเสียงต่ำซึ่งก็ทำให้ผู้หญิงคนนั้นชะงักและปล่อยมือออกจากต้นแขนกำยำ
“ก็ได้...งั้นฉันกลับก่อนนะ”
ท้ายที่สุดแล้วผู้หญิงคนนั้นก็ส่งแก้วชาเขียวให้กับพี่ซีเคแล้วถือแก้วชามะลิของตัวเองออกจากร้านไป
เขาถือแก้วชาเขียวแล้วไปนั่งที่โต๊ะกลมตัวเล็กซึ่งอยู่ไม่ไกลจากหน้าเคาน์เตอร์ขายน้ำชา
“แฟนสวยดีนะคะ”
ฉันพูดทำลายความเงียบ ตอนนี้ต้มไข่มุกเสร็จแล้วจึงจัดการปิดหม้อก่อนจะยกฝาขึ้นมาปิดเอาไว้ มือเรียวหันไปหยิบผ้าขี้ริ้วขนหนูสีขาวมาเช็ดบริเวณที่เปื้อน
“หึงเหรอ?” เขาถามเสียงทะเล้นพร้อมกับยกหลอดขึ้นมาเจาะแก้วชาเขียวแล้วยกขึ้นดูด
“เปล่าสักหน่อยค่ะ!” ฉันรีบปฏิเสธเสียงแข็ง
“เลิกงานกี่โมง?”
เขาถามฉันต่อ ฉันเหลือบตาไปมองหน้าหล่อๆ นั่นของเขา
“สองทุ่มร้านปิดค่ะ มีอะไรหรือเปล่าคะ? พี่จะนั่งจนร้านปิดเลยรึไง”
เขายกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูเวลา
“แล้วถ้าเหมาหมดร้านเพื่อให้เธอปิดจะได้มั้ย?”
“ถ้าพี่รวยขนาดนั้นก็แล้วแต่ค่ะ”
ฉันประชดประชันเพราะรู้ว่ามันไม่จริง ใครจะบ้าเหมาชานมไข่มุก
“พูดแล้วนะว่าได้อ่ะ” เขายังหยอกฉันไม่เลิก
ก็อย่างที่บอกค่ะ ถ้าพี่รวยขนาดจะเหมาชานมไข่มุกทั้งร้านเพื่อให้หนูปิดร้านได้ก็แล้วแต่พี่สิคะ”
ประเมินมูลค่าแล้วน่าจะเป็นร้อยแก้วอยู่
“งั้นก็เหมาหมดนี่แหละ กี่แก้วก็จัดมา...”
“!?” ฉันหันขวับไปมองหน้าเขาพร้อมกับใบหน้าซีดเซียว
คนบ้าอะไรจะเหมาชานมไข่มุกทั้งร้าน บ้าไปแล้ว!
“จัดมาสิ... ไม่ได้ล้อเล่น พี่พูดจริง”
เขาต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ!
