บท
ตั้งค่า

Chapter 3 เข้าใกล้เหยื่อ

Chapter 3

เข้าใกล้เหยื่อ

หลายวันต่อมา

ช่วงนี้เป็นช่วงเปิดเทอมแรกๆ อะไรหลายอย่างก็ยังไม่ลงตัว อย่างเช่นการลงทะเบียนเรียนที่จะต้องเลือกรายวิชา

รายวิชาหลักที่จะต้องลงทะเบียนเรียนเป็นของภาควิชาบัญชีที่ฉันเรียนอยู่ แต่ก็จะมีพวกวิชาเลือกเสรีที่สามารถเลือกเรียนอะไรก็ได้ที่อยากจะเรียน แต่ต้องให้ซัพพอร์ตกับหน่วยกิตที่เหลืออยู่ว่าจะลงอะไรได้บ้าง

“วิชาเลือกลงอะไรดีวะ ไม่รู้จะลงอะไรเลยไอ้แคลร์”

ตอนนี้ฉันกับเพลงนั่งกันอยู่ที่โรงอาหารของคณะวิศวะ ชอบมากันที่นี่เพราะว่าข้าวราคาถูกค่ะ ถูกกว่าที่โรงอาหารกลาง

“ยังไม่รู้เลย...”

ฉันบ่นพึมพำพร้อมกับเปิดโทรศัพท์ของตัวเองเลื่อนดูรายวิชาในเว็บของมหาวิทยาลัย

“เออ ฉันว่าจะลงวิชา คนดีศรีแอชตันเจเคนะ”

“มันเกี่ยวกับอะไรล่ะนั่น...”

สำหรับฉันแค่ชื่อก็ไม่น่าเรียนละ น่าจะอะไรซักอย่างที่เกี่ยวกับมหาวิทยาลัย

“ก็คงสอนคุณธรรมศีลธรรมทั่วไปแหละ พอดีมดมันชวนฉันลงอ่ะ เห็นรุ่นพี่บอกว่าได้เอง่ายดีวิชานี้”

ไอ้เพลงบอกพร้อมกับยักไหล่ มดคือแฟนที่เรียนวิศวะ วิชาเรียนรวมสามารถเรียนด้วยกันได้เพราะมันเป็นวิชาเสรี

“ฉันน่าจะไม่ได้ลงนะไอ้เพลง คิดว่าจะลงวิชาอื่น”

ฉันบ่นพึมพำพร้อมกับจ้องมองรายวิชาที่สนใจ

“แล้วจะเรียนกับใครวะ เรียนคนเดียวเลยเหรอ?”

“อืม...แกก็ไปลงเรียนกับแฟนแกเถอะ เดี๋ยวฉันหาวิชาที่อยากเรียนก่อน”

ฉันพูดพร้อมกับมองโทรศัพท์เพ่งเล็ง

“เพลง!”

มด ผู้หญิงวิศวะตัวเล็กในชุดช็อปสีแดงโบกมือให้กับเพลง

“เฮ้ยๆ เอแคร์ เจอพรุ่งนี้นะเดี๋ยวฉันไปหามดก่อน”

วันนี้คาบบ่ายแล้วไม่มีเรียนด้วย ฉันก็ว่าจะนั่งตากแอร์อยู่ที่โรงอาหารสักพักค่อยกลับห้องเพราะอากาศค่อนข้างร้อน

“โอเค ไว้เจอกัน”

ฉันหันไปโบกมือลาเพื่อนก่อนจะนั่งเลื่อนโทรศัพท์เพื่อดูวิชาที่น่าสนใจ

วิชาเลือกเสรี การบัญชีและภาษีอากร

“ภาษีอากรงั้นเหรอ.. น่าสนใจแฮะ”

เพราะแม่ต้องจ่ายค่าเทอมที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ให้แพงมาก ดังนั้นฉันอยากจะคุ้มทุนทุกบาททุกสตางค์ที่ต้องลงเรียน การเลือกเรียนวิชายากๆ อย่างน้อยก็คงจะได้ความรู้ที่น่าสนใจอยู่บ้าง

“งั้นก็เอาอันนี้แหละ...เพิ่มความรู้ประดับสมองไปอีก”

นิ้วของฉันจิ้มเพิ่มรายวิชาเพื่อลงทะเบียนในทันที

“ทำอะไรอ่ะ วิชานี้มันยากนะ ส่วนใหญ่ก็เลี่ยงลงกันทั้งนั้น”

ฉันขนลุกซู่ตกใจสะดุ้งเฮือกเมื่อมีเสียงเยือกเย็นกระซิบที่ข้างหู เมื่อหันไปมองก็พบกับเขาอีกแล้ว...

“พี่ซีเค! ตกใจหมดเลย เป็นผีหรือไงคะมาแอบมองข้างหลังแบบนี้!”

ได้ทีฉันก็หันไปโวยวายใส่เขาทันที เขายืนล้วงกระเป๋ากางเกงยีนส์ของตัวเองพร้อมกับยิ้มกรุ้มกริ่มก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ข้างฉันยกแขนขึ้นเท้ากับโต๊ะวางคางลงบนฝ่ามือตัวเอง

“ก็เห็นเธอนั่งตั้งอกตั้งใจทำอะไรซักอย่างก็เลยแอบดู”

“เสียมารยาทค่ะ ไม่มีใครเขาทำกันแบบนี้”

“ก็พี่นี่ไงทำ...แล้วก็เห็นด้วยว่าเธอกำลังทำอะไร”

“ก็แค่ลงรียนวิชาเลือกเสรี มันแปลกมากเลยเหรอคะ ถึงขั้นต้องแอบดูกันเลยว่างั้น?”

“ก็ไม่แปลกหรอก...แต่จะแปลกก็ตรงเลือกเรียนวิชายากนั่นแหละ เธอนี่เป็นผู้หญิงที่แปลกจริงๆ”

เขาจ้องหน้าฉัน แววตาคู่นั้นเหมือนมีอะไรบางอย่างที่ซ่อนเร้นไว้ ถึงปากจะบอกว่าไม่ชอบเขาอย่างนั้นอย่างนี้ แต่บอกตามนะ ความหล่อที่อยู่ตรงหน้ามันก็ทำใจสั่นอยู่ไม่น้อย นาฬิกาสีเงินที่ข้อมือข้างขวาดูแล้วน่าจะราคาแพงมากด้วย ผู้ชายอะไรเป๊ะตั้งแต่หัวจรดเท้า

“เสียค่าเทอมมาเรียนแล้วก็ต้องเรียนให้คุ้มสิคะ ยิ่งวิชาที่มีความรู้แบบนี้ยิ่งน่าสนใจ ความเข้าใจเรื่องภาษีอากรเป็นสิ่งสำคัญเหมือนกันนะ”

ฉันพูดแต่ไม่มองหน้าเขา ยังคงมองเนื้อหารายวิชาที่ตั้งใจจะลงทะเบียนเรียน ภาษีอากร...ฉันว่าน่าสนใจดีและตัวฉันเองก็ยังขาดความเข้าใจเรื่องนี้อยู่มาก

“สวยเก่งขนาดนี้ ถ้าพี่เรียนจบไปแล้วเปิดบริษัทจ้างเธอมาเป็นนักบัญชีได้ไหมเนี่ย?”

เขาที่นั่งอยู่ข้างฉันยังคงวางหน้าอยู่บนฝ่ามือของตัวเองที่เท้าลงบนโต๊ะ แววตาดูเจ้าชู้

“ก็ถ้าบริษัทพี่ใหญ่พอ ค่าจ้างมากพอตามที่หนูต้องการหนูก็ทำค่ะ “ฉันหันไปฉีกยิ้มให้เขาอย่างประชดประชัน

“ยัยเด็กบัญชีจอมงกเอ๊ย งกอะไรขนาดนี้ก็ไม่รู้”

รู้สึกคำนี้มันปี๊ดในหัวเลยล่ะ เพราะเป็นคำที่ไอ้เพลงชอบว่าฉันเหมือนกัน

“ก็ทุกคนไม่ได้รวยเกิดมาบนกองเงินกองทองเหมือนพี่นี่คะ ดูแค่การแต่งตัวกับนาฬิกานั่นก็รู้แล้ว...”

ฉันเปรยตาไปมองแล้วพูดออกมาเสียงแผ่ว

ดูก็รู้ว่าฐานะของฉันกับเขาต่างกันมาก

“ฮ่าๆ งั้นหรอกเหรอ... งั้นก็มาเป็นแฟนพี่ดิ”

เขาพูดทีเล่นทีจริง แต่ก็ทำเอาฉันขนแขนลุกได้

“บ้า ไร้สาระ” ตั้งแต่เกิดมาก็พอจะมีผู้ชายเข้ามาจีบอยู่บ้าง แต่พอเห็นนิสัยฉันที่ดูไม่ค่อยเหมือนคนอื่น ไม่สนใจเรื่องความรัก ผู้ชายเหล่านั้นก็อันตรธานหายไปกันเอง

“ก็เห็นดูชอบเรื่องเงินนี่ ทำไมอ่ะ? เสียหายตรงไหน? คบกับพี่มีทั้งเงิน ทั้งแบรนเนมด์ ของแค่นั้นเปย์ได้สบาย”

เขาพูดพร้อมกับยกมือขึ้นโชว์นาฬิกาให้ฉันเห็นเต็มตา

“ไม่ค่ะ หนูเกลียดคนเจ้าชู้ ไม่ชอบเพลย์บอย แล้วหนูก็คงไม่ใช่สเป็คพี่ด้วย”

ฉันปิดโทรศัพท์ลงแล้วเดินออกมาจากโรงอาหารคณะวิศวะในทันที ไม่ได้มีอะไรที่จะต้องคุยกันอีก

ซีเคมองตามแผ่นหลังเล็กของเด็กสาวคณะบัญชีที่อ่อนกว่าตัวเองถึงสองปี

“บัญชีและภาษีอากรงั้นเหรอ..”

เช้าวันต่อมา

คาบเช้าในวันนี้ฉันมีเรียนที่ตึกเรียนรวม แต่วิชาที่เลือกเรียนก็คือวิชาเสรีบัญชีและภาษีอากรซึ่งจะเรียนประมาณ 3 ชั่วโมงแล้วก็มีพักเที่ยง หลังจากนั้นฉันก็มีเข้าเรียนวิชาภาคต่ออีกประมาณชั่วโมงครึ่ง

[เพลง : งั้นเจอกันช่วงบ่ายวิชาภาคเลยนะไอ้แคลร์]

[เอแคร์ : โอเค]

ฉันพิมพ์ตอบไปอย่างไม่ได้ซีเรียสอะไรนัก เพราะตั้งใจว่าจะเรียนวิชานี้อยู่แล้ว ไม่ได้ลงตามเพื่อน แล้วก็ไม่ได้อยากกวนไอ้เพลงมันมากเพราะมันมีแฟนอยู่ กลัวว่าแฟนมันจะหึง ก็มีมันเป็นเพื่อนอยู่คนเดียวเนี่ยแหละ คนอื่นฉันก็ไม่ได้สนิทด้วย

เท้าเรียวสวมรองเท้าผ้าใบที่เพิ่งซักมาใหม่ขาวสะอาดเนียนตา เสื้อนักศึกษาตัวใหม่พร้อมกับกระโปรงพลีทยาวเหนือเข่า ในมือสะพายกระเป๋าผ้าสีขาวพร้อมกับชีทเรียน

ฉันมาที่ตึกเรียนรวม ห้องนี้บรรจุนักศึกษาได้ถึง สามร้อยคนเลยนะ ฉันเลือกนั่งที่แถวกลางๆ ไม่หน้าเกินไปแล้วก็ไม่หลังเกินไป

วางกระเป๋าเสร็จก็หยิบชีทเอกสารที่เพิ่งซื้อมาจาก ร้านเลคเชอร์ใต้ตึก

ฉันไม่ได้ใช้ไอแพดเหมือนคนอื่นเพราะรู้สึกว่าชอบใช้กระดาษมากกว่าถึงแม้ความสะดวกจะมีไม่เท่าก็ตาม ค่าเอกสารในการเรียนก็หนักอยู่เหมือนกันนะ แถมแบกมาก็ลำบากอีก โชคดีที่มีเอกสารเก่าๆ จากรุ่นพี่ตกทอดมาถึงบ้าง

“นักศึกษาน้อยใช้ได้เลยแฮะ”

ฉันบ่นพึมพำพร้อมกับมองไปรอบห้อง ห้องบรรจุได้ถึงสามร้อยคนแต่นักศึกษาที่อยู่ตอนนี้มีไม่ถึงร้อยคน

ฉันก้มลงมองชีทเรียนที่ปริ้นท์มาในวันนี้

บทที่หนึ่ง หลักเกณฑ์เกี่ยวกับการบัญชีเพื่อการภาษีอากร

อืมม ฟังจากชื่อบทก็คงไม่ค่อยอยากจะมีใครลงเรียนหรอกนะ แค่วิชาหลักก็เครียดมากแล้ว วิชาเสรีที่ให้ความรู้ก็คงอยากจะเรียนวิชาชิลล์ๆ ที่ได้เกรดง่ายๆ เพื่อที่จะได้เสริมเกรดตัวหลัก

การจะเรียนจบชั้นปีที่สี่ไปได้จะต้องมีเกรดเฉลี่ย 2.00 ขึ้นไป ทุกคนก็คงไม่มีใครอยากเรียนไม่จบหรอกเนอะ มหาวิทยาลัยเอกชนแอชตันเจเคเป็นเอกชนก็จริงแต่การเรียนจบนั้นยากไม่ต่างจากมหาวิทยาลัยรัฐเลย

“ไง น้องบัญชีคนสวย มาเรียนคนเดียวเหรอครับ?”

“อ๊ะ พี่อีกแล้วเหรอ!”

จะเป็นใครไปได้นอกจากผู้ชายคนเดิม เขาคนนี้มาวนเวียนอยู่ในชีวิตฉันสักพักแล้วนะ ตั้งแต่วันที่เหยียบน้ำโคลนสาดใส่วันนั้น

“เห็นหน้ารุ่นพี่ทำไมต้องตกใจเหมือนเห็นผี หล่อขนาดนี้จะเป็นผีได้ไง”

เขานั่งลงที่เก้าอี้ไม้ตัวยาวข้างฉัน มันเป็นโต๊ะตัวยาวที่นั่งได้เป็นยี่สิบ สามสิบคนเลยล่ะ มีสองแถบเว้นตรงกลางเอาไว้เดิน เป็นห้องเรียนรวมที่มีขนาดใหญ่ที่นั่งจึงเป็นแบบนี้แต่แถวที่ฉันนั่งอยู่ไม่มีใครเลย

“พี่มาทำไมคะเนี่ย?”

“ถามแปลก ก็มาเรียนไง”

“มาเรียน!? พี่เรียนวิศวะนี่คะ แล้วมาลงวิชาเลือกเสรีที่เกี่ยวกับบัญชีทำไม”

ฉันทำหน้าอึ้งไปเลย แถมเขายังเรียนอยู่ปีสี่แล้ว ไม่จำเป็นต้องเรียนวิชาพวกนี้ก็ได้เพราะหน่วยกิตน่าจะครบไปแล้ว

“ก็ว่าง หน่วยกิตก็ยังว่างอยู่... ก็เลยมาลงเรียน ทำไม? เรียนวิศวะแล้วอยากมีความรู้เกี่ยวกับภาษีไม่ได้เหรอครับ”

เขาขมวดคิ้วมุ่นใส่แล้วทำหน้าเข้ม ส่วนฉันก็อ้าปากหวอ

“ละ แล้วชีทเรียนล่ะคะ?”

ฉันมองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า เขาเดินมาตัวเปล่าเปลือยไม่ถืออะไรทั้งนั้น มีเพียงกุญแจรถที่ถือมาด้วย

“ไม่มี”

“แล้วจะเรียนยังไง ไอแพดก็ไม่เห็นเอามา”

ฉันเห็นเขาวางโทรศัพท์เครื่องเดียวเอาไว้บนโต๊ะพร้อมกับยิ้มกรุ้มกริ่มให้ฉัน

“ก็ขอดูกับน้องไง ไม่ได้เหรอครับ?”

“ไม่ได้ค่ะ ลงไปซื้อเองเลย ชีทมีขายอยู่ที่ร้านเลคเชอร์ใต้ตึก”

ฉันออกปากไล่

“อย่าใจร้ายไปหน่อยเลย แค่ขอดูวันเดียวจะเป็นไรไป...เดี๋ยวคาบหน้าพี่เอาไอแพดมา โอเคไหม?”

“ไม่...” ฉันกำลังจะปฏิเสธแต่อาจารย์ก็เข้ามาพอดี เหลือบไปมองนาฬิกาติดผนัง นี่ก็ถึงเวลาเริ่มคลาสเรียนแล้ว

“สวัสดีครับนักศึกษา ปีนี้คนน้อยเชียว...เมื่อปีก่อนคนเยอะกว่านี้นะ”

อาจารย์เริ่มพูดทักทายนักศึกษา ทำเอาฉันหน้าซีด

“เห็นไหม อาจารย์เข้าแล้วจะให้ลงไปตอนนี้ก็เสียมารยาท ขอดูด้วยเลยแล้วกัน...”

เขายิ้มแล้วทำชะโงกหน้ามาดูชีทเรียนของฉัน

“เฮ้อ ก็ได้ แต่ครั้งนี้ครั้งเดียวนะคะ ครั้งหน้าพี่ต้องซื้อชีทมาเรียนเอง ไม่ก็เอาไอแพดมาเปิดไฟล์”

สุดท้ายฉันก็ใจอ่อนจนได้... ก็ช่วยไม่ได้นี่นา อาจารย์เขาเริ่มสอนแล้วนี่

รอบหน้าจะต้องนั่งให้ไกลเลย..ไม่ให้เขามานั่งใกล้แบบนี้แน่!

ก่อนหน้านี้

“เฮ้ย มึงจะไปไหนอีกวะไอ้ซีเค”

เวกัสถามขึ้น คาบเช้าพวกเขามานั่งทำโปรเจกต์จบกันที่ห้องเวิร์กช็อป นี่แทบจะเป็นกิจวัตรประจำวันของพวกปีสี่ วันนี้เวกัสเอาแฟนที่ชื่อมินนี่มาด้วย

“จะไปตึกเรียนรวม”

“หืม ไปทำไมคะ? พี่ซีเคก็เก็บหน่วยกิตครบหมดแล้วนี่ อยู่ตั้งปีสี่แล้วด้วย”

มินนี่แฟนเวกัสถามขึ้น พร้อมกับทำแววตาใสซื่อ เธอสวมชุดนักศึกษากระโปรงทรงเอ เมื่อก่อนเฉิ่มเป็นบ้า ตอนนี้สวยจนฮ็อต

“ก็แค่...อยากจะเรียน”

ซีเคยิ้มกริ่มเจ้าเล่ห์ เอามือล้วงกระเป๋ากางเกงยีนส์ของตัวเอง

“แล้วไอแพดมึงอ่ะ วางทิ้งไว้บนโต๊ะงี้เลย ไม่เอาไปด้วยเหรอวะ?”

เวกัสถามงงๆ ไอแพดของซีเคถูกวางทิ้งบนโต๊ะในห้องเวิร์กช็อป ตอนนี้ภายในห้องมีกันอยู่แค่สามคนคือซีเค มินนี่ และเวกัส คนอื่นๆ ยังไม่มากัน

“เออ ฝากที ไม่เอาไปหรอกว่ะ”

เขาพูดพร้อมกับเดินผิวปากล้วงกระเป๋ากางเกงยีนส์ออกไปอย่างอารมณ์ดี ทิ้งให้เวกัสกับมินนี่หันมามองหน้ากัน

“แปลก... ไม่เอาไอแพดไปแล้วจะเรียนยังไงคะเนี่ย”

“ไม่รู้มัน ไม่รู้ไปเรียนหรือว่าไปหาสาว”

“เหอะๆ เสือวิศวะจริงๆ สมฉายาเจ้าพ่อเพลย์บอยจากแก๊งค์เจ้าชายน้ำแข็ง”

ซีเคถ้าอยากได้ใครแล้วไม่เคยไม่ได้... มีแต่ต้องได้ และถ้าเขายังไม่เบื่อ ของเล่นชิ้นนั้นก็จะไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel