Chapter 12 ไม่ได้หึง...แล้วก็ไม่ได้หวง 
Chapter 12
ไม่ได้หึง...แล้วก็ไม่ได้หวง
เช้าวันต่อมา
วันนี้ฉันมีเรียนที่ตึกภาควิชาตามเดิม รองเท้าผ้าใบสีขาว ชุดนักศึกษากับกระโปรงพีทเหนือเข่าพร้อมกับกระเป๋าผ้าสีขาว ผมสีน้ำตาลยาวตรงมีหน้าม้า ฉันก็ไม่เคยชมตัวเองหรอกนะว่าสวย แต่ก็มีคนมาจีบเรื่อยๆ โดยเฉพาะช่วงนี้ฉันก็พัวพันอยู่กับพี่ซีเค
“เฮ้ยแก้ นี่ป่ะเด็กปีสองสาวใหม่ของพี่ซีเคอ่ะ”
“ใช่ เห็นมีคนว่าไปไหนมาไหนด้วยกัน”
“ก็ไม่เห็นจะสวยสักเท่าไหร่...”
“ก็สวยอยู่นะ แต่แค่ไม่แซ่บอ่ะ ไม่เหมาะกับพี่ซีเคเลย”
“นั่นสิ ปกติสเป็คเขาต้องนมโตๆ อันนี้ดูออกจะธรรมดาไปหน่อย”
และนี่คือคำพูดหนาหูที่ฉันได้ยิน ฉันตวัดสายตาทำหน้าไม่พอใจใส่นักศึกษาสองคนนั้นที่กำลังยืนซุบซิบกันถึงเรื่องของฉัน พอสองคนนั้นเห็นแววตาดุดันจึงพากันเดินหนีออกไป
“คนพวกนี้นี่จริงๆ เลย ไม่มาพูดต่อหน้าเลยล่ะ จะซุบซิบนินทาลับหลังทำไม”
ฉันบ่นพึมพำกับตัวเองพร้อมกับก้าวเดินขึ้นมาที่ชั้นสองของตึกภาควิชาและนั่งลงพร้อมกับเตรียมชีทเอกสารขึ้นมาเรียน
“เฮ้ยแคลร์ ช่วงนี้ไม่ค่อยได้คุยกันเลย... เป็นยังไงบ้างวะเรื่องหัวใจ”
เพลงเดินเข้ามาพร้อมกับผิวปากอย่างอารมณ์ดี ทิ้งตัวนั่งลงข้างฉันแล้วยกมือขึ้นตบไหล่เบาๆ
“ก็สบายดีนี่ แหม นึกว่าแกมีแฟนจนจะลืมเพื่อนซะแล้วนะเพลง”
ฉันพูดแดกดันเบาๆ พร้อมกับหรี่ตามอง
“แกก็รู้ว่ามดมันไม่ค่อยอยากให้ฉันยุ่งกับผู้หญิงสักเท่าไหร่ นี่ก็เหลือเพื่อนคนเดียวคือแกแล้วเนี่ย ควรดีใจนะที่มดมันยังปล่อย”
“ดีใจมากๆ เลยค่ะคุณเพลง ว่าแต่แกถามเรื่องความรักฉันทำไมเนี่ย”
ฉันหันไปมองหน้ามันที่นั่งอยู่ด้านข้าง
“ก็คนเขาลือไปทั่วว่าแกกำลังคบอยู่กับพี่ซีเค”
“พี่ซีเค? ไปเอาข่าวพวกนี้มาจากไหนกันนะ ไม่จริงสักหน่อย”
ก็แค่เป็นติวเตอร์ให้กัน คุยกันบ้าง มีจังหวะให้เจอกันบ้าง...ที่สำคัญก็คือ เราจูบกัน แต่ไม่ได้หมายความว่าเราคบกัน
“ถึงฉันจะอยากให้แกมีแฟน แต่ขอเตือนด้วยความหวังดีเลยนะเว้ย อย่ายุ่งกับพี่ซีเคจะดีกว่า คนก็รู้กันหมดว่าเขาน่ะเจ้าชู้แค่ไหน”
เพลงน้ำเสียงซีเรียสยกมือขึ้นตบบ่าฉันเบาๆ เพื่อเป็นกำลังใจ ฉันก็ขมวดคิ้วมุ่นมองหน้ามัน
“ฉันก็ไม่ได้คิดอะไรกับพี่ซีเคสักหน่อย ทำไมแกต้องคิดว่าฉันชอบเขาด้วยล่ะ”
“สายตามันฟ้อง..”
“สายตา?”
“ว่าตอนนี้แกกำลังไม่ปกติ ไม่เหมือนเอแคลร์คนเดิมม”
“ไม่เหมือนยังไง?” ฉันเถียงกลับทันที
“แววตาของคนกำลังมีความรักมันดูออกนะเอแคลร์ แกโกหกฉันที่เป็นเพื่อนไม่ได้หรอก”
“ฉันเนี่ยนะกำลังมีความรัก...”
ฉันทวนคำตามเพื่อนยกนิ้วชี้ที่ตัวเอง ไม่เห็นจะรู้ตัวเลย
ทางด้านห้องเวิร์กช็อปของคณะวิศวะ
[ซีเค Part]
“ซีเค ผู้หญิงที่มึงกำลังคบอยู่ตอนนี้คือน้องเอแคลร์บัญชีปีสองเหรอวะ”
เคนเดินมาพร้อมกับส่งแก้วกาแฟให้ผม ผมแชทไปบอกให้มันซื้อเข้ามาให้ด้วยเพราะยังไม่ได้ทานข้าวเช้า็
“คบกันเหรอ ก็เปล่านี่”
ผมตอบเสียงเรียบยกแก้วกาแฟขึ้นมาจิบ สายตายังคงจับจ้องเล่มโปรเจคที่กำลังเร่งทำให้เสร็จ
“ก็กูเห็นตัวติดกัน เข้าหาน้องอยู่ตลอด ไม่ได้ชอบไม่ได้คบแล้วเรียกว่าอะไรวะ?”
“มึงเคยเห็นกูชอบใครจริงด้วยเหรอ”
ผมตวัดสายตาไปมองหน้ามันเล็กน้อยก่อนจะหันกลับมามองหน้าจอคอมพิวเตอร์ ที่จริงก็ในสั่นนิดหน่อยตอนได้ลองจูบกันครั้งแรก ผมไม่เคยเป็นแบบนั้นกับใคร
“จะจบปีสี่อยู่แล้ว หาเมียจริงจังสักคนเถอะว่ะมึงอ่ะ เลิกหลอกฟันสาวได้แล้ว มันสนุกนักหรือไงวะ”
เคนถามน้ำเสียงจริงจังทำให้ผมละสายตาจากหน้าจอคอมอีกครั้งแล้วหันไปมองหน้ามัน
“ก็...สนุกดีนะ”
“มึงไม่สงสารผู้หญิงพวกนั้นรึไง?”
“ทุกคนก็เต็มใจมีอะไรกับกูหมดนี่ กูไม่ได้ขืนใจ ผู้หญิงถ้าไม่อ้าขาให้กูแล้วกูจะเอายังไง กูไปจับขาใครอ้าสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้หรอกเคน”
“แล้วกับน้องเอแคลร์เนี่ย มึงชอบจริงไหม”
“ไม่รู้สิ เป็นอะไรที่กูก็ตอบยาก เพราะตอนกูอยู่กับน้องคนนี้...ความรู้สึกมันแตกต่างจากตอนที่อยู่กับผู้หญิงคนอื่น”
ผมทำหน้าครุ่นคิดแล้วตอบไป หากเป็นคนอื่นผมคงตอบแบบไม่ต้องคิดอะไรเลย แต่กับเอแคลร์ยัยนี่ดูเป็นเด็กน้อย ความสัมพันธ์ของเราคือไม่ได้เป็นอะไรกัน มีแค่ความเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องและผมกำลังตามจีบเธออยู่
“เออ ก็ขอให้รักจริงกับคนนี้เถอะ หยุดสนุกได้แล้วเว้ย ถ้าชอบน้องมันขึ้นมาจริงๆ แล้วน้องทิ้งมึงจนน้ำตาตกในกูไม่ปลอบนะเว้ย”
“ฮ่าๆ ไม่มีทาง”
ผมตอบอย่างมั่นอกมั่นใจ คนอย่างซีเคไม่เคยต้องน้ำตาตกในเพราะใคร มีแต่ผู้หญิงต้องคลานเข่ามาสยบแทบเท้าผมเท่านั้น
[เอแคลร์ Part]
หลังจากเรียนเสร็จฉันกำลังจะเดินทางกลับหอแต่ฝนก็ตกลงมาอย่างหนัก
“โอ้ย ฝนตกอีกแล้ว จะตกอะไรกันนักกันหนา”
มือเล็กยกขึ้นสัมผัสเม็ดฝนที่โปรยลงมาขณะยืนอยู่ใต้อาคาร แต่แล้วก็เหมือนมีใครบางคนเดินมาจากด้านหลัง...น้ำเสียงฝีเท้าของคนที่ฉันรู้จัก ฉันหันขวับไปมอง
“จะไปป้ายรถเมล์ใช่มั้ย ไปด้วยกันสิ”
“เดย์”
เดย์ผู้เป็นเฮดสาขาของคณะบัญชีเรา ร่างที่สูงเกือบ 185 เซนติเมตรก้มลงมามองฉันที่ตัวเตี้ยกว่า ในมือเขาถือร่มสีน้ำเงิน
“ไปด้วยกันสิ แต่ร่มมีคันเดียวนะ”
“หืม ไปด้วยกันเดี๋ยวนายก็เปียกหรอก ร่มมันคันนิดเดียวเอง”
ฉันมองไปที่ร่มคันในมือของเดย์
“ไม่เป็นไร ไปด้วยกันเถอะ ขืนยืนรอจนดึกก็ไม่รู้ฝนจะหยุดรึเปล่า ยิ่งตกหนักน้ำอาจจะท่วมก็ได้นะ”
ฉันเลิ่กลั่ก ใบหน้าสวยเป็นกังวลเพราะคิดตามสิ่งที่เดย์พูด ใช่ ฝนตกหนักขนาดนี้ขืนปล่อยนานไปแล้วไม่หยุดมีหวังน้ำท่วมข้อเท้าแน่ ระบบระบายน้ำในเมืองหลวงยิ่งไม่ค่อยดีอยู่
ท้ายที่สุดร่มสีน้ำเงินก็ถูกกางออก เราสองคนเดินแนบเคียงใกล้ชิดกันเพื่อที่จะตรงไปยังป้ายรถเมล์
ฉันเลือกที่จะไม่ปฏิเสธเพราะนี่ก็เป็นเวลาทุ่มกว่าแล้ว อาจารย์ปล่อยช้ากว่าปกติจึงทำให้ฟ้ามืด ที่สำคัญ ฝนยังเทลงมาอีก
“ขอบคุณมากนะที่มาส่งที่ป้ายรถเมล์ แล้วนี่นายจะกลับยังไงเหรอ ขึ้นรถเมล์เหมือนกันหรือเปล่า”
เมื่อได้มาหลบฝนที่ชายคาของป้ายรถเมล์เดย์ก็พับร่มลง ฉันรีบยิ้มแล้วเอ่ยขอบคุณ แขนเสื้อนักศึกษาแขนยาวของเดย์เปียกชุ่ม คงเพราะเอนร่มมาทางฝั่งฉันเยอะเกินไป เกรงใจเขาจัง...
“ใช่”
เดย์ตอบนิ่งๆ หลังจากนั้นความเงียบก็เข้ามาแทรกแซงในบรรยากาศ ไม่มีบทสนทนาอะไรมากมายเพราะเราไม่ได้สนิทกัน เราสองคนยืนกันอยู่ใต้ป้ายรถเมล์ ผู้คนมากมายทั้งนักศึกษาและคนวัยทำงานต่างรอรถ
และในที่สุดรถเมล์ที่ผ่านซอยหน้าหอของฉันก็มาจอดอยู่ตรงหน้า
“งั้นไปก่อนนะเดย์”
ฉันหันไปยิ้มให้กับเดย์ แต่ร่างสูงก็เดินตามมา
“ฉันก็จะไปสายนี้เหมือนกัน”
“อ้าว จริงเหรอ งั้นไปด้วยกันสิ” ฉันรีบชวน
“ดีเลย...จะได้มีเพื่อนนั่งด้วยกันวันนี้”
แต่พอเดินขึ้นมามันกลับไม่ได้ง่ายอย่างนั้นน่ะสิ ที่นั่งเต็มเลยทำให้ฉันกับเดย์ต้องยืนโหนราวรถเมล์ เฮ้อ เหนื่อย คนสวยเพลียค่ะ
เอี๊ยด บรื้นน
“อ๊ะ!”
เสียงหวานอุทานตกใจเมื่อรถเมล์รีบออกตัวแถมยังเบรคกระทันหันทำให้ฉันหน้าแทบคว่ำโชคดีที่ได้คว้าต้นแขนของเดย์เอาไว้ทัน ไม่งั้นแหกแน่ หมายถึงหน้า
“ระวังหน่อยสิ รถเมล์สายนี้มันซิ่ง...เธอก็น่าจะรู้ดี”
“อ๊ะ อื้ม”
ฉันพยักหน้าและพยายามจับราวให้มั่นเพื่อไม่ให้ตัวเองโยกเยกไปตามแรงเบรค
เพราะวันนี้ฝนตกทำให้ผู้โดยสารคับคั่งมากกว่าปกติ เหมือนกับว่าระบายคนออกไม่ทัน ถนนรถก็ติดอีก
กว่าจะถึงห้องก็คงสองทุ่มกว่าเลยวันนี้ เซ็ง ได้แต่บ่นกับตัวเองในใจ
สักพักหลังจากฝ่ามรสุมฝนตกรถติดมาได้ รถเมล์คันนี้ก็จอดที่หน้าป้ายรถเมล์หน้าทางเข้าซอยหอของฉัน
“งั้นฉันไปก่อนนะเดย์”
“แล้วมีร่มหรือเปล่า”
“ไม่มีอ่ะ...”
“งั้นเดี๋ยวจะลงไปส่ง”
“เอ๋ ไม่ต้องก็ได้นะ ฉันเกรงใจ..”
ปฏิเสธไม่ทันจบประโยค เดย์ก็ดันหลังฉันและเดินลงที่ป้ายรถเมล์หน้าหอพร้อมกับฉันด้วย
“หอนายอยู่ไหน ลงที่นี่แล้วจะกลับหอยังไง”
“ไม่เป็นไรหรอก ก็เธอไม่มีร่มนี่ เดี๋ยวตากฝนเป็นหวัดหรอก”
ฉันมองหน้าเพื่อนด้วยความไม่ค่อยเข้าใจสักเท่าไหร่ มือเล็กกำกระเป๋าผ้าที่สะพายด้านข้างเอาไว้แน่น
“ยังไงก็ขอบคุณนะที่อุตส่าห์ลงมาส่ง”
เขาพาฉันเดินมาจนถึงหน้าหอ ไหล่ข้างนึงของเดย์เปียกไปด้วยน้ำฝน เห็นแล้วอดทักขึ้นไม่ได้
“เดย์ เสื้อนายเปียกหมดแล้ว”
ดวงหน้าหล่อตี๋ ดวงตาเรียวคม เหลือบไปมองเสื้อนักศึกษาสีขาวของตัวเองที่เปียกฝนจนแนบเนื้อ เขายกมือขึ้นขยับแว่นเล็กน้อยและจ้องหน้าฉัน
“ไม่เป็นไรหรอก”
“เกรงใจจังที่อุตส่าห์มาส่ง...”
“ไม่เป็นไร งั้นกลับก่อนนะ ไว้เจอกันที่มหาวิทยาลัย”
“อื้ม...” ฉันพยักหน้ายิ้มๆ รู้สึกว่าเดย์ก็เป็นคนดีเหมือนกันนะเนี่ย
ร่างสูงเดินออกจากซอยนี้ไปจนลับตา ฉันเตรียมจะก้าวเท้าเดินขึ้นหอของตัวเอง
เปรี้ยง เสียงฟ้าผ่าและไฟแลบ ฉันตกใจยกมือขึ้นอุดหูตัวเอง ร่างเล็กสะดุ้งเฮือก
ก่อนที่สายตาจะเหลือบไปเห็นรถโมเดลไฟฟ้าคันหรูสีน้ำเงินเข้ม...พี่ซีเค ทำไมมาแถวหน้าหอฉันล่ะ?
ฉันจ้องมองอย่างสงสัย แต่ไม่ทันได้คิดอะไรนาน เจ้าของรถในชุดเสื้อช็อปวิศวะสีแดงไม่ติดกระดุมพร้อมกับเสื้อยืดด้านในสีขาว กางเกงยีนส์ขาดลุ่ยที่เข่าสีเข้ม ใบหน้าหล่อจ้องฉันอย่างถมึงทึงแล้วเดินเข้ามาใกล้
“พี่ซีเค...”
เรียกชื่อเขาเสียงแผ่ว มาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน
“ทำไมไอ้นั่นมันมาส่งเธอถึงหน้าหอเลย”
“หมายถึงใครคะ? เดย์เหรอ?”
เขาเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าฉันแล้วถาม มองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า
“ใช่ ไอ้เวรนั่นที่เป็นเฮดสาขาของเธอ ทำไมถึงกลับมาพร้อมมัน”
“ก็นั่งรถเมล์สายเดียวกัน เขาเลยอาสามาส่งที่หอเพราะว่าฝนตกค่ะ”
ฉันตอบไปแบบไม่ได้คิดอะไรร
“ให้ผู้ชายคนอื่นมาส่งถึงหน้าหอทั้งที่เธอเพิ่งจะจูบกับพี่เมื่อคืนเนี่ยนะ”
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกันล่ะคะ เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อยนี่”
ฉันตอบไปตามความเป็นจริง แต่เหมือนพี่ซีเคจะไม่พอใจที่ได้ยินคำตอบนั้น
“ไม่ได้เป็นอะไรกัน? ใช่ จริง จริงเลยล่ะ เราแค่จูบกันเอง ก็แค่จูบ”
พี่ซีเคทวนคำว่า ‘จูบ’ ไปมาราวกับคนเป็นบ้า เขาละล่ำละลักพูดออกมาเหมือนไม่มีสติ ฉันสีหน้าไม่ดีเลยตอนนี้
“หนูว่าพี่พูดไม่รู้เรื่องแล้วนะ กลับไปก่อนดีกว่า”
ฉันทำท่าจะหันขวับหนีขึ้นหอ แต่แล้วเขาก็คว้าข้อมือเล็กของฉันเอาไว้
“พี่ไม่ชอบให้เธอยุ่งกับผู้ชายคนอื่น”
เขาพูดด้วยน้ำเสียงกดต่ำ แต่โทษนะ เราไม่ได้เป็นอะไรกัน ฉันหันกลับไปจ้องหน้าเขาอย่างเอาเรื่อง
“พี่เองก็เป็นคนอื่นสำหรับหนูค่ะ”
ฉันสะบัดข้อมือให้หลุดออกจากเขาและเดินเชิดขึ้นไปในทันที ทิ้งให้เขายืนอยู่หน้าหอของฉันต่อไป
จะเปียกปอนสักเท่าไหนฉันไม่สน ในเมื่อเขาเลือกจะเดินลุยฝนมาหาฉันเองนี่
ฝนยังคงตกกระหน่ำเทลงมาไม่ขาดสาย ไหล่กำยำเปียกปอนไปด้วยน้ำฝนที่หยดไหลลงมา พี่ซีเคยืนอยู่หน้าหอเล็กๆ ของฉันแล้วจ้องมองแผ่นหลังของฉันจนลับตาขึ้นบันไดไป
“เจ็บจังวะโดนผู้หญิงปฏิเสธ...”
พึมพำกับตัวเองอย่างแผ่วเบา มือหนากำแน่น
คนอย่างซีเคไม่เคยอยากได้อะไรแล้วไม่ได้ แต่ทำไมกับผู้หญิงที่ชื่อเอแคลร์ลงทุนก็แล้วลงแรงก็แล้วมันยากจังวะ
“แม่งเอ้ย!”
เขาไม่พอใจเท้าเอวยกเท้าเตะอากาศอย่างคนไม่ชอบอะไรที่ขัดใจตัวเอง
ยิ่งเห็นเธอเดินมากับผู้ชายคนอื่นยิ่งรู้สึกแย่ เกิดมาซีเคไม่เคยเป็นอย่างนี้กับใครเลย เธอเป็นคนแรกที่ทำให้หัวใจของเขาปั่นป่วน...เอแคลร์ปีสอง ยัยเด็กบัญชีจอมงก
“นี่กูกำลัง...หึงเด็กนี่เหรอวะ?”
เขาพูดกับตัวเองพร้อมกับเงยหน้ามองฝนฟ้าอากาศที่กำลังเทกระหน่ำลงมาอย่างหนัก
ไม่สิ...อย่างซีเคเนี่ยนะจะหึงใคร เขาไม่ได้หึง...แล้วก็ไม่ได้หวงด้วย ไม่ได้หวงเลยสักนิด!! ไม่เลย!! แต่แค่ไม่ชอบขี้หน้าไอ้ห่านั่น เห็นหน้าไอ้คนที่ชื่อเดย์แล้วอยากถลาเข้าไปต่อยมัน เกลียดมัน!!
แล้วยังขอยืนยันคำเดิม...ไม่ได้หวง แล้วก็ไม่ได้หึงด้วย!!
