Chapter 13 ผู้หญิงของซีเค 
Chapter 13
ผู้หญิงของซีเค
โรงอาหารคณะอักษรศาสตร์
“ว่าที่คู่หมั้นแกนี่ไม่คิดจะมารับแกไปทานข้าวกลางวันด้วยกันบ้างเหรอวะตีน่า”
เพื่อนสนิทของตีน่าทักขณะนั่งกันอยู่ที่โรงอาหารของคณะอักษรศาสตร์ ตีน่าซื้อราดหน้าหมี่กรอบมาในวันนี้ ส่วนเพื่อนที่นั่งตรงข้ามซื้อข้าวหมูแดง ได้ยินคำถามนี้ขึ้นมาตีน่าถึงกับทานข้าวไม่อร่อย
“ซีเคก็คงยุ่งๆ ละมั้ง กำลังทำเรื่องโปรเจคจบอยู่ แถมโปรเจคเขาดูวุ่นวายสุดๆ ลูกชายเจ้าของบริษัทผลิตเครื่องจักรกลขนาดใหญ่ก็อย่างนี้แหละ”
ตีน่าตอบเลี่ยงๆ ในใจจริงคือเธอเสียความรู้สึก เธอรู้ว่าซีเคไม่เคยมองเธอเป็นอื่นเลยนอกจากเพื่อนสาวคนสนิทที่รู้จักกันมาตั้งแต่ยังเด็ก เพื่อนสนิทมองหน้าเธอแล้วหรี่ตาเล็กน้อย
“แต่เห็นว่าเขาไปพัวพันอยู่กับเด็กคณะบัญชีนะ ที่ชื่อเอแคลร์อะไรนั่นน่ะ หน้าตาสะสวย น่ารักๆ ปากอวบๆ”
“อาจจะเป็นการเข้าใจผิดกันก็ได้ เขาอาจจะแค่มีงานร่วมกันหรืออะไรสักอย่างรึเปล่า”
ตีน่าพูดเพราะใช้ช้อนเขี่ยเส้นหมี่กรอบในจานไปมา รู้สึกไม่ดีเลยที่ได้ยินอย่างนั้น ใบหน้าสวยขมวดมุ่น ผมดำขลับลอนยาวสวยไปจนถึงกลางหลังนิ่งไม่ไหวติง
“แต่ถึงสวยแค่ไหนก็สวยไม่สู้แกหรอก... อย่าคิดมาก ฉันแค่เล่าให้ฟังเฉยๆ ว่าได้ยินมาแบบนี้ คนเขาเม้าส์กันทั่ว”
“ขอบใจนะอิม แต่ยังไงฉันคิดว่าซีเคก็คงไม่เอาใครจริงจังหรอก...เขาเจ้าชู้จะตาย”
ตีน่ารู้สึกอย่างนั้นจริงๆ เป็นเพื่อนกันมานานทำไมจะไม่รู้ แต่ที่มั่นใจในตัวเองว่าอาจจะได้เป็นเจ้าสาวของซีเคตัวจริง ก็เพราะว่าแม่ของเขาปลื้มเธอมาก ครอบครัวของทั้งสองรู้จักและสนิทกัน
“ถ้าเป็นแบบนั้นก็ดี แต่เฝ้าระวังไว้ก็ดีนะ...ยัยน้องเอแคลร์นี่สวยใช่หยอก คนบ้าอะไรเหมือนฉีดฟิลเลอร์ปากอยู่ตลอดเวลา หน้าตาก็น่ารักจิ้มลิ้ม แต่เป็นคนไม่ค่อยเข้าสังคมเลยไม่ได้เป็นคนดังอะไรมากมาย”
“อื้ม...จะระวังเอาไว้นะ”
ยิ้มรับเหมือนไม่ใส่ใจอะไรแต่ภายในใจของสาวอักษรศาสตร์กำลังว้าวุ่น...ผู้หญิงคนนั้นแน่ๆ เด็กพาร์ทไทม์ที่ร้านขายน้ำชาวันนั้น...มันต้องมีอะไรมากกว่าแค่ความเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องอย่างแน่นอน
ตะขิดตะขวงใจ แต่ก็ได้แต่ภาวนาให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ฉาบฉวย ซีเคคงจะเบื่อและเลิกคบกับผู้หญิงที่ชื่อเอแคลร์นั่นไปเอง
ซีเคที่เธอรู้จักเป็นแบบนั้นมาโดยตลอด...
[เอแคลร์ Part]
“ค่าใช้จ่ายเดือนนี้...ค่าเน็ต ค่ากิน แล้วก็เงินบางส่วนที่ต้องเก็บเอาไว้เป็นค่าเทอมช่วยแม่ อันนี้ก็...”
วันนี้เป็นวันหยุดฉันก็เลยมานั่งที่ร้านกาแฟหน้ามหาลัย กาแฟที่นี่ราคาถูกแถมหอมกรุ่นไปทั้งร้านเลยล่ะ ใครเข้ามาก็เป็นต้องติดใจ
เมนูที่ฉันสั่งมาวันนี้ก็คือ เมนูเอสเปรสโซ่เย็น เฮ้อ กินกาแฟในร้านทีก็หมดเงินเยอะอีกแล้ว
ฉันนั่งจดลิสต์ค่าใช้จ่ายในสมุดบัญชีรายรับรายจ่ายของตัวเอง ขาเล็กนั่งไขว่ห้างสวมรองเท้าผ้าใบสีขาวพร้อมกับกางเกงยีนส์และเสื้อยืดสีขาวสแกนโลโก้คณะบัญชี มหาวิทยาลัยแอชตันเจเค
เสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์ดังขึ้น
พ่อ หรี่ตามองอีกครั้ง ผู้ชายคนนี้ใช่ว่าจะหายไปจากชีวิตซะทีเดียว เขาพยายามติดต่อมาอยู่เรื่อยๆ เนืองๆ กัน แต่ฉันไม่ได้สนใจ
มือเรียวเล็กกดเข้าที่ปุ่มวางสายสีแดงแบบไม่ต้องคิดอะไรพร้อมกับคว่ำหน้าจอโทรศัพท์ลง ใบหน้าสวยจ้องมองสมุดบัญชีและนั่งจดต่อไป
ปึ้ก แต่แล้วก็มีเสียงแปลกปลอมดังขึ้นที่เก้าอี้ตรงข้าม ฉันนั่งอยู่ที่โต๊ะเหลี่ยมซึ่งเป็นไม้สีอ่อน บรรยากาศภายในคาเฟ่ต์ดูอบอุ่นประดับประดาไปด้วยต้นไม้สีเขียวและเถาวัลย์ ภายในเปิดไฟสีวอร์มไลท์
แล้วเสียงประหลาดที่ได้ยินก็คือ...
“พี่ซีเค! โผล่มาอีกแล้วนะ วันนี้วันหยุดจะมาเอาอะไรคะ?”
ไม่รู้เขาจะมาไม้ไหนอีก ดวงตากลมจับจ้องมองเขา แต่ก็รู้สึกหวั่นอยู่ในใจตัวเอง มือเล็กชะงักปากกาที่กำลังถืออยู่
“ก็แวะมาซื้อกาแฟ พอดีว่ากำลังจะกลับบ้าน แล้วก็บังเอิญเจอเธอนั่งอยู่พอดี”
เขายกมือขึ้นเท้าคางอยู่ตรงข้ามฉัน ใบหน้าหล่อตี๋อินเตอร์ยิ้มขึ้นมุมปาก เขามีเสน่ห์ เขาหล่อ เขาทำให้ผู้หญิงทั้งมหาวิทยาลัยคลั่งไคล้ และแม้ฉันจะใจแข็งแค่ไหน แต่ใบหน้าใสกิ๊งซะยิ่งกว่าดาราเกาหลีมันก็ทำให้ใจฉันว้าวุ่นได้ง่ายๆ เหมือนกัน
“ซื้อแล้วก็รีบไปซะสิคะ หนูนั่งทำงานอยู่ตรงนี้ มันเสียสมาธินะ”
“หืม เฉยชากับพี่จังเลย ตามจีบขนาดนี้ไม่รู้สึกอะไรกับพี่เลยเหรอ”
“ไม่ค่ะ เราไม่ได้เป็นอะไรกันนี่คะ...”
และฉันเองก็ไม่ได้สนใจเรื่องการมีแฟนด้วย ชีวิตตอนนี้โฟกัสอยู่ที่การเรียนและการหาเงินรวมไปถึงหลังจากเรียนจบจะทำงานอะไร
“ถ้าไม่ได้เป็น ก็มาลองเป็นแฟนกันดูดิ เผื่อมันจะมีสีสัน”
“ฉายาเสือร้ายวิศวะจากที่เคยได้ยินมาจะไม่ยอมคบใครเป็นแฟนนะคะ จู่ๆ คิดยังไงจะมาขอคบหนูู”
หรี่ตามองเขาอย่างไม่ไว้วางใจ ไม่เข้าใจคนตรงหน้านี้เลย
“บางทีพี่อาจจะเปลี่ยนไปแล้วก็ได้... อาจจะอยากคบใครสักคนจริงจัง”
“ไม่เชื่อหรอก คนเจ้าชู้อย่างพี่เนี่ยนะจะยอมหยุดอยู่ที่ใคร”
“งั้นก็ลองมาคบกันดูสิ...จะได้รู้ว่าหยุดได้หรือเปล่า”
เขาจับจ้องมองหน้าฉันอย่างท้าทายไม่กลัวอะไรสักนิด ส่วนฉันได้แต่ลอบกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ ใจไม่กล้าพอที่จะรับคำท้านี้หรอกเพราะถ้ามีอะไรผิดพลาดขึ้นมาคนที่เจ็บคือตัวฉันเองไม่ใช่ใครอื่นเลย
“บ้า ใครจะไปยอมทำแบบนั้นกัน คบกับพี่ก็เหมือนเดินเข้าถ้ำเสือ”
“แล้วไม่อยากลองดูเหรอ ว่าเสือตัวนี้มันร้ายแค่ไหนอ่ะ”
เขาค่อยๆ เลื่อนมือขึ้นมาบนโต๊ะแล้วกุมจับเข้าที่มือของฉันอย่างแผ่วเบา ดวงตาคมคู่นั้นจ้องมองใบหน้าสวยอย่างพราวเสน่ห์ ฉันเม้มปากแน่นพยายามไม่หลงใหลไปกับใบหน้าหล่อนั้น
“พี่นี่มันอันตรายจริงๆ”
“หึ ใครก็พูดแบบนั้น...”
[ซีเค Part]
หลังเข้าไปแหย่เด็กบัญชีขี้งกที่ร้านกาแฟเสร็จผมก็ขับรถกลับมายังบ้านของของตัวเองซึ่งอยู่ใจกลางเมืองกรุงเทพมหานคร ที่จริงผมมีบ้านอยู่ต่างจังหวัดด้วยแต่ที่กรุงเทพจะเป็นบ้านหลังหลัก
บ้านหรูสองชั้น ติดริมแม่น้ำใจกลางเมืองกรุงเทพมหานคร
รถไฟฟ้าสีน้ำเงินเข้มเลี้ยวเข้าไปในซอยโครงการและจอดอยู่ที่หน้าบ้านของตัวเอง... ผมไม่ค่อยได้กลับบ้านสักเท่าไหร่เพราะส่วนใหญ่จะอยู่ที่คอนโด แต่ช่วงนี้แม่ป่วยบ่อยๆ ก็เลยต้องกลับมาดู
“ซีเคมาให้กอดหน่อยมา แม่คิดถึงจังเลย”
แม่ยืนต้อนรับอยู่หน้าบ้านสวมเสื้อแขนยาวสีเทากับกางเกงีสีขาวแบบสบายๆ
“กลับมาแล้วแม่ คิดถึงจังเลย กินข้าวตรงเวลาบ้างหรือเปล่า แล้วพ่อล่ะ?”
ผมมองเข้าไปภายในบ้านก็เจอแต่แม่บ้านที่ยืนทำความสะอาดกันอยู่ แม่ทำสีหนักใจแล้วถอนหายใจออกมาเบาๆ
“ก็เหมือนเคย...ไม่ได้กลับบ้านตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว”
ผมหน้าเสียไปนิดหน่อยก่อนจะโอบไหล่แม่แล้วพาเดินเข้าบ้าน
“ไม่เป็นไร ผมกลับมาหาแม่แล้วนี่ไง ป่ะ เข้าไปทานข้าวเย็นกันดีกว่า”
พากันเข้ามาใจกลางห้องอาหารของบ้านหลังใหญ่ แม่บ้านคนสนิทอย่างป้าศรีก็เข้ามาต้อนรับด้วย
“คุณซีเค ป้าคิดถึงจังเลยค่ะ... เรียนที่มหาวิทยาลัยเป็นยังไงบ้างคะ?”
“สนุกดีครับป้าศรี เป็นยังไงบ้างสบายดีหรือเปล่า?”
“สบายดีค่ะ งั้นเดี๋ยวป้าไปจัดอาหารมาเสิร์ฟนะคะ วันนี้คุณศิมาเตรียมอาหารเอาไว้ให้คุณซีเคเยอะเลย”
“ไปเอาอาหารออกมาเถอะจ้ะศรี เดี๋ยวรอทานข้าวก่อนนะลูก ทานข้าวเสร็จจะค้างไหมหรือว่าจะกลับไปทำโปรเจคต่อ”
“คิดว่าจะค้างสักคืนนะแม่”
“อื้ม ดีจ้ะ แม่จะได้มีเพื่อนอยู่...พ่อเองก็ไม่ค่อยกลับบ้าน”
ผมเหลือบตาไปมองป้าศรี ป้าศรีถอนหายใจ ผมพอจะเข้าใจอยู่ทำไมพ่อไม่ค่อยกลับบ้าน
พ่อกับแม่ผมแต่งงานกันด้วยผลประโยชน์และเพื่อธุรกิจ เป็นลูกหลานคนมีเงินสองตระกูลที่ต้องมาพบกัน... สิ่งที่เคยได้ยินมาตั้งแต่เด็กคือพ่อมีผู้หญิงที่ชอบอยู่แล้วแต่ทางบ้านกีดกัน จนกระทั่งทุกวันนี้พ่อผมก็ยังตัดใจจากผู้หญิงคนนั้นไม่ได้
จึงกลายเป็นสำมะเลเทเมา มีครอบครัวมีลูกก็จริงแต่ก็หากินนอกบ้านไปเรื่อย
“เฮ้อ แต่แม่ก็หนักใจจริงนะซีเค ช่วงนี้ที่บริษัทก็แจ้งมาว่าพ่อไม่ค่อยได้เข้าบริษัท เลี้ยงเด็กนักศึกษาอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้”
“เลี้ยงเด็กนักศึกษา? แม่รู้ได้ยังไง?”
ผมถามน้ำเสียงซีเรียสจริงจัง เด็กนักศึกษานี่มันก็รุ่นผมเลยนะ พ่อทำแบบนั้นได้ยังไงวะ ไม่คิดถึงจิตใจแม่เลย ตอนนี้ก็กำลังป่วยอยู่แถมไม่ค่อยแข็งแรง ผมเองก็ไม่ได้ว่างมาดูแลบ่อยๆ เพราะยังเรียนอยู่
“เลขาที่แม่สั่งให้จับตาดูคุณพ่อแจ้งมา มีรูปถ่ายด้วยนะ....แม่หนักใจมากเลยซีเค ผู้หญิงคนนี้เรียนที่มหาวิทยาลัยเดียวกับลูกด้วย”
“มหาวิทยาลัยเดียวกันกับผม? ที่นี่เป็นมหาวิทยาลัยเอกชนนะแม่ คนมาเรียนก็ต้องมีฐานะกันทั้งนั้น ใครจะยอมมาเป็นเด็กของพ่อ”
“ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะฐานะเท่าเทียมกัน อาจจะปากกัดตีนถีบมาเรียนที่นี่เพื่ออัพเกรดตัวเองก็ได้นะคะคุณซีเค”
ป้าศรีที่ถือชามต้มฟักไก่มะนาวดองมาเสิร์ฟพูดขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง
“อ่า แล้วแม่พอจะมีรูปของผู้หญิงคนนั้นไหม เดี๋ยวผมจะจัดการเอง”
“รูปภาพเหรอ...มีสิ เมื่อวาน นักสืบที่แม่จ้างเพิ่งจะถ่ายรูปส่งมาให้ดู”
แม่หยิบโทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงขึ้นมาเปิดอยู่พักนึงแล้วให้ผมดูรูปนั้น
รูปของพ่อที่ยืนคุยอยู่กับผู้หญิงคนนึงหน้าป้ายรถเมล์ของมหาวิทยาลัยเอกชนแอชตันเจเค
ผู้หญิงหุ่นดี ใบหน้าสวยปากจิ้มลิ้ม ผมสีน้ำตาลยาวถึงกลางหลังพร้อมกับหน้าม้า ใบหน้าสวยไร้เดียงสาที่ทำให้ผมปลื้ม...ไม่อยากจะเชื่อกับภาพที่เห็น
มือของผมที่ถือโทรศัพท์มือถือเครื่องนั้นอยู่สั่นเทา
พ่อของผมกับเอแคลร์!? ทั้งคู่ยืนอยู่ด้วยกันแถมพูดคุยกันเหมือนคนสนิท นี่มันเรื่องอะไรกันวะ
ดวงตาของผมสั่นระริกเมื่อจ้องมองภาพที่อยู่ตรงหน้า ผู้หญิงที่ผมคิดว่าไม่เหมือนคนอื่น เธอไม่เหมือนใคร ไม่เคยอยากได้เงินจากผม เป็นผู้หญิงที่น่ารัก มีศักดิ์ศรี ขยันทำงาน ผู้หญิงที่เหมาะแก่การเป็นแม่ของลูก
ความจริง...แม่งเป็นเด็กเสี่ย แล้วเสี่ยคนนั้นเสือกเป็นพ่อกูด้วยสิ เหอะๆ
