Chapter 10 จีบเด็กมันยาก
Chapter 10
จีบเด็กมันยาก
หลายวันต่อมา
“ซู่~ ซ่า~ สู้ๆ ซ่าๆ ปาทังก้า ปาทังกี้ ซู่ๆ ซี่ๆ ปาทังกี้ ปาทังก้า”
ชมรมเชียร์เรื่องของคณะอักษรศาสตร์กำลังซ้อมกันอย่างขมักเขม้น หนึ่งในนั้นก็มีตีน่าด้วย
“ตีน่า มีเรื่องจะคุยด้วยหน่อย”
ซีเคเดินเข้ามาหาตีน่าแล้วเรียกเธอออกมา
“ว่าไง? ฉันกำลังซ้อมอยู่นะ”
ตีน่าออกมาจากแถวที่ทุกคนกำลังซ้อมกันเพื่อพูดคุยกับซีเค เพื่อนสนิทที่สนิทกันตั้งแต่ยังเด็ก
“เธอไปเคลียร์กับแม่ฉันที วันนี้เรียกกลับไปคุยเรื่องการหมั้นหมายของเราอีกแล้ว”
“เอ๋ แล้วจะให้ฉันพูดอะไรได้ล่ะ”
“ไม่รู้แหละ เธอต้องทำอะไรสักอย่าง แม่ฉันชอบเธอมาก นี่ทั้งฏิเสธทั้งผลักไสก็แล้วไม่เป็นผลเลยว่ะ”
คำปฏิเสธที่ออกมาจากปากของเพื่อนชายคนสนิททำเอาตีน่าหน้าถอดสี
“นี่รังเกียจกันถึงขนาดนั้นเลยเหรอซีเค”
เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นระรัว คนตัวใหญ่กว่ามีหรือจะไม่รู้ว่าเพื่อนสาวคนนี้แอบชอบเขามาอยู่เนิ่นนาน
“มันไม่ใช่แบบนั้น”
“แล้วทำไมต้องผลักไสกันถึงขนาดนั้นด้วยล่ะ”
“คนไม่รักก็คือไม่รักตีน่า...เรื่องแบบนี้ฝืนกันไม่ได้”
“งั้นเหรอ... เข้าใจแล้วล่ะ”
เธอตอบเสียงนิ่ง ซีเคมองหน้าเธอเล็กน้อยก่อนจะหันหลังแล้วเดินจากออกไปจากลานกิจกรรมของคณะ
ตึกเรียนรวม
“วันนี้มาสายจังเลยนะ”
ฉันที่รีบวิ่งกระหืดกระหอบขึ้นมาแล้วเร่งหาที่นั่งภายในห้องเรียนรวมหันกลับไปมองเมื่อได้ยินเสียงคุ้นเคย พี่ซีเคเดินเข้ามาแล้วนั่งลงที่ข้างฉัน ห้องนี้เป็นห้องเรียนที่เรียนรอบที่แล้ว เป็นโต๊ะตัวยาวเหมือนเดิม
“พี่ซีเค พอเลย รอบนี้พี่ไปหาที่นั่งเรียนตรงอื่นสิคะ รอบที่แล้วบอกแล้วไงว่าอย่ามานั่งตรงนี้”
“เธอเป็นเจ้าของมหาลัยรึไง ทำเป็นเด็กมัธยมไปได้ที่ต้องเอากระเป๋ามาจองโรงอาหาร”
“พี่ซีเค!”
ฉันเรียกชื่อเขาเสียงดังพร้อมกับขมวดคิ้วมุ่น รู้สึกฉุนยังไงก็ไม่รู้ที่โดนว่า
“ก็แค่อยากนั่งด้วย รังเกียจพี่ขนาดนั้นเลย?”
เขานั่งลงแล้วเท้าคางพร้อมกับทำสีหน้าตั้งคำถาม
“ไม่ได้รังเกียจค่ะ แต่รบกวนสมาธิ”
“ถามจริง การบัญชีและภาษีอากรมันน่าสนใจกว่าพี่อีกเหรอ”
“แน่นอนค่ะ”
ฉันตอบไปโดยไม่ต้องคิดลังเล เรื่องอะไรจะต้องไปสนใจเขาล่ะ
“จริงเหรอ...ไม่สนใจพี่หน่อยเหรอ?”
“ไม่ค่ะ”
ถามฉันกี่ครั้งคำตอบก็จะยังคงเป็นคำเดิม ทำไมฉันจะต้องสนใจเขาด้วยล่ะ มือเรียวหยิบชีทออกมาจากกระเป๋าผ้าสีขาวพร้อมกับเปิดไปที่บทเรียนล่าสุดที่อาจารย์จะสอนในวันนี้ บทที่สอง
“หึๆ เด็ดเดี่ยวจังเลยนะ ไม่อ่อนข้อให้พี่เลยอ่ะ ทำตัวโหดอย่างกับแมวหน้าดุอย่างนี้จะมีใครกล้าจีบเนี่ย”
“ไม่จีบก็ไม่ต้องจีบสิคะ ไม่เห็นจะสนใจ”
ฉันเชิดหน้าแล้วมองไปที่หน้าห้องทำเป็นไม่สนใจเขา คนอย่างนี้ยิ่งสนใจมากก็ยิ่งหลงตัวเอง
“นี่ แล้วไหนบอกจะติวบทที่สองให้ไง ชั่วโมงละห้าร้อยอ่ะ”
“ไม่เอาหรอกค่ะ ติวไปพี่ก็ไม่เห็นจะสนใจฟัง”
“ทำไมคิดงั้น”
“ก็ตอนติวรอบที่แล้วก็เอาแต่จ้องหน้าหนูอยู่ได้ ไม่รู้ว่าไอ้ที่ติวน่ะเข้าสมองบ้างหรือเปล่า”
ฉันมั่นใจว่าเขาไม่โง่อย่างแน่นอนเพราะเขาเรียนคณะวิศวะสาขาเครื่องกลได้ แต่ดูเหมือนพยายามแกล้งมากกว่าว่าเรียนไม่รู้เรื่อง
“ใจร้ายจัง แล้วแบบนี้ใครจะติวให้พี่นะเนี่ย แบบนี้ต้องเอฟแน่ๆเลย”
เกิดมาเพิ่งจะเคยเจอผู้ชายที่สตรอว์เบอร์รี่ได้ขนาดนี้
“วิชาเสรีอาจารย์คงไม่ให้เอฟหรอกค่ะ ตราบใดที่พี่ส่งงานครบก็คงไม่เป็นไร”
ถึงวิชาเสรีวิชานี้จะขึ้นชื่อว่าหินกว่ารายวิชาอื่น แต่ส่วนใหญ่แล้ววิชาพวกนี้มีไว้เพื่อช่วยนักศึกษาทั้งนั้น คงไม่เอาถึงเป็นถึงตายหรอก
“แล้วบทที่สองวันนี้เราเรียนเกี่ยวกับเรื่องอะไรเหรอ?”
“พี่ไม่ได้เอาไอแพดมาอีกแล้วเหรอคะ”
ฉันขึ้นเสียงด้วยความตกใจ พร้อมกับหันไปมองเขาแล้วทำหน้าเหวอ
“อืม... ลืมไว้ที่ห้องเวิร์กช็อปอ่ะ มัวแต่ทำโปรเจกต์เพลิน”
“กลับไปเอาสิคะ”
เขาทำท่าพยักเพยิดไปทางนาฬิกาหน้าห้อง
“ถึงเวลาเข้าเรียนพอดี ถ้าไปตอนนี้พี่คงเรียนไม่ทันคนอื่น...เอฟแน่เลย”
“เฮ้อ...งั้นดูกับหนูก็ได้ค่ะ”
ฉันพูดอย่างอ่อนใจพร้อมกับหยิบชีทบทที่สองแล้วขยับไว้ตรงกลางเพื่อให้เขาได้ดูด้วย
“ไหนดูรายชื่อบทที่สองซิว่าเรียนเกี่ยวกับอะไร”
เขาแกล้งขยับเข้ามาใกล้แล้วก้มลงมองชีทกระดาษของฉัน
“บทที่สอง การบัญชีภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับผู้ประกอบธุรกิจ แค่ชื่อก็ยากแล้ว ถ้าเอแคลร์ไม่ติวให้พี่พี่ต้องเรียนไม่รู้เรื่องแน่เลยว่ะ”
เขาพูดพร้อมกับยิ้มบางๆ ฉันจ้องหน้าเขาอย่างเหลือจะเชื่อ ใบหน้าสวยส่ายไปมา
“ไม่เชื่อหรอกค่ะ”
“เชื่อหน่อยเถอะ ไม่งั้นพี่เอฟจริงนะ ติวให้พี่หน่อยเถอะนะ จะจบปีสี่แล้วถ้าเกรดไม่ดีจะหางานดีๆ ยากนะ”
“เฮ้อ...ก็ได้ค่ะ งั้นเอาไว้ช่วงเย็นหลังเลิกเรียนนะคะ”
“ได้เลย...ใจดีจังเลย ทั้งสวยทั้งใจดีแบบนี้ ไม่มีแฟนได้ไงนะ” หน้าหล่อยิ้มกว้าง น้ำเสียงเปลี่ยนจากกังวลมาเป็นร่าเริง หึหึ นี่ฉันตกหลุมพรางของเขาอยู่หรือเปล่านะ
“แล้วใครบอกพี่ล่ะว่าหนูไม่มี อาจจะมีก็ได้นะ”
ฉันถามกลับไป แต่เขากลับทำหน้าตะลึงอึ้งไปนิดหน่อย
“หมายความว่าไง ใคร!? ใครเป็นแฟนเธอ”
น้ำเสียงของเขาดูไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด
“หึ หยอกเล่นค่ะ”
ฉันหัวเราะออกมาเบาๆและไม่สนใจเขาอีก พร้อมหันไปมองทางโปรเจคเตอร์เพราะว่าอาจารย์เดินเข้ามาพอดี ส่วนพี่ซีเคก็มองหน้าฉันไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ ไม่รู้ว่าไม่พอใจที่ฉันหยอกเล่นหรือไม่พอใจที่ฉันบอกว่าอาจจะมีแฟนก็ได้
แต่จะยังไงก็แล้วแต่ฉันไม่สนใจหรอกนะ เขาไม่ได้เป็นอะไรกับฉันสักหน่อย
“สวัสดีนักศึกษา”
“สวัสดีค่ะ/สวัสดีครับ”
นักศึกษาภายในห้องขานรับอาจารย์ที่สอนบนเวทีพร้อมกับเปิดโปรเจคเตอร์ อาจารย์อายุค่อนข้างเยอะสะพายกระเป๋าสีดำใส่โน๊ตบุ๊กเพื่อเตรียมมาสอน
“วันนี้เราจะขึ้นบทที่สองกันแล้วนะ รอบที่แล้วมีใครไม่เข้าใจอะไรหรือเปล่า ถามอาจารย์ได้ตลอดเลยนะ ถ้ามีอะไรไม่เข้าใจหลังคาบเรียนเดินมาถามส่วนตัวก็ได้”
อาจารย์ยิ้มอย่างใจดี ถึงแม้จะเป็นวิชาที่ยากแต่ถ้าอาจารย์ใจดีก็สบายไป บางวิชาง่ายแต่อาจารย์ดุฉันก็ไม่อยากเรียน
เรานั่งเรียนกันไปตามที่อาจารย์สอน ส่วนฉันก็เรียนรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้างเพราะบางจังหวะพี่ซีเคก็เหมือนจ้องหน้าฉันตลอดไม่ได้โฟกัสกับเนื้อหาที่อาจารย์สอนเลยทำให้ฉันต้องลอบมองเขาเป็นจังหวะ
นั่งเรียนไปได้ประมาณสามชั่วโมงก็หมดคาบพอดี วันนี้ฉันมีเรียนต่อ ส่วนพี่ซีเคก็ไปห้องเวิร์กช็อปเพราะต้องไปทำโปรเจคจบ ตอนเย็นจะติดต่อมาอีกทีเรื่องกาติว วิชาเสรีนี้
“เฮอะ...คนกะล่อน คิดว่าฉันตามไม่ทันรึไง”
ห้องเวิร์กช็อปคณะวิศวะ
[ซีเค Part]
ผมเดินล้วงกระเป๋ากางเกงยีนส์ผิวปากอย่างอารมณ์ดีเข้ามาที่ห้องเวิร์กช็อปเพื่อเตรียมจะทำโปรเจคจบต่อ เจอกับไอ้เวกัสแล้วก็ไอ้เม่นนั่งเล่นอยู่สองคน
“ไปไหนของมึงอีกวะ ดูอารมณ์ดีเชียว”
ไอ้เวกัสเงยหน้าขึ้นจากชิ้นงานเครื่องจักรกลของมันแล้วเอ่ยถามผมด้วยความสงสัย
“ไปเรียนวิชาเสรีที่ตึกเรียนรวมมา”
“ดูไม่ค่อยออกเลยนะว่ามึงมีวัตถุประสงค์แฝงอะไร อยู่ตั้งปีสี่จะไปเรียนทำไมวะวิชาเสรี”
“ไม่ต้องให้กูพูดเยอะมึงก็น่าจะรู้นะ”
ผมยิ้มเจ้าเล่ห์ให้ไอ้เวกัส มันหันไปมองหน้ากับไอ้เม่นแล้วยักไหล่เบาๆ
“เลิกเจ้าชู้ได้แล้วไอ้เสือร้าย จะจบปีสี่เข้าวัยทำงานแล้วนะเว้ย อย่าทำเป็นเล่นไป”
ไอ้เม่นพูดพร้อมเดินมาตบบ่าผมเบาๆ ผมหันไปมองหน้ามันแล้วยักคิ้วข้างนึง
“ต้องไปสนใจมันหรอก ไอ้ห่านี่พ่อมันรวยมึงก็รู้นี่”
ไอ้เวกัสพูด มือยังคงจับต้องผลงานชิ้นเอกของตัวเอง
“เอาน่า กูไม่ได้เจ้าชู้อะไรหรอก ก็แค่หาเล่นไปเรื่อยๆตามประสา”
ผมพูดพร้อมกับเดินไปนั่งข้างไอ้เวกัสด้วยท่าทีสบายๆแล้วหยิบโน๊ตบุ๊กของตัวเองที่วางไว้เพื่อเตรียมทำเล่มโปรเจคต่อในวันนี้
“คืนนี้ไอ้เคนมันชวนกูไปร้านเหล้า มึงจะไปกับกูด้วยไหมวะซีเค ไอ้เบย์กับไอ้เวกัสไม่ไปแล้วหนึ่งเพราะติดเมีย”
เม่นชวนพร้อมกับยู่จมูกทำหน้าเหม็นความรัก
ผมชะงักนิ่งไปแป๊บนึงเหมือนครุ่นคิดอะไรสักอย่างก่อนจะหันไปตอบมัน
“โทษทีว่ะ... คืนนี้กูมีธุระ ไม่ว่าง”
“ไปไหนอีกล่ะ” ไอ้เม่นสงสัย
“มีนัดกับสาว”
และสาวที่ผมนัดจะเป็นใครไปได้ล่ะนอกจากน้องเอแคลร์คนสวยที่ช่วงนี้กำลังตามจีบอยู่... ชอบจริงๆ อะไรที่มันยากๆเนี่ย
