บท
ตั้งค่า

บทที่ 2 คงเป็นเรื่องบังเอิญ - 1

น้ำค้างยามใกล้รุ่งพร่างพรมบนยอดไม้ใบหญ้า ร่างที่นอนแน่นิ่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ขยับกายเล็กน้อย ทว่าเพียงอึดใจ ร่างนั้นก็เปล่งแสงสีขาวนวลแล้วแปรเปลี่ยนจากเด็กสาวกลายเป็นลูกหมูป่าตัวเล็ก เจ้าหมูน้อยยังคงหลับพริ้มไม่ได้รับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของตนเลยสักนิด

เสียงจิ๊บๆ ของวิหคน้อยดังอยู่เหนือหัวของข้า ครู่ต่อมาก็รู้สึกว่ามีบางอย่างที่เฉอะแฉะเกาะอยู่บนหลัง ข้าลืมตาขึ้นมองบรรยากาศรอบด้าน ยังคงเป็นเช่นเดิม ข้ายังอยู่ในป่าใหญ่เหมือนเดิม ร่างก็กลับมาเป็นลูกหมูป่าดังเดิม แต่เพิ่มเติมคือท้องที่ร้องโครกครากดังกว่าค่ำคืนที่ผ่านมา ตั้งแต่เมื่อคืนยังไม่มีสิ่งใดตกถึงท้องเลยสักนิด หูพลันได้ยินเสียงน้ำดังแว่วมา ข้าที่ทนความโหยหิวไม่ไหวจึงเดินตามเสียงน้ำไปจนพบเข้ากับธารน้ำใส ใกล้กับลำธารมีผลไม้ป่าหน้าตาประหลาด ข้าไม่รู้ว่ามันคือผลอะไร หากแต่สกุณาน้อยเหล่านั้นกินได้ ข้าก็ต้องกินได้เหมือนกัน ขาทั้งสี่ของข้ามีแรงขึ้นมาโดยพลัน

ทันทีที่มาถึงผลไม้นั้น ข้าก็ไม่รอช้ารีบกัดกินมันด้วยความโหยหิว รสชาติแม้จะเฝื่อนไปสักหน่อย แต่คงพอบรรเทาความหิวของข้าได้ เมื่อท้องอิ่มข้าก็เดินไปใกล้ลำธาร ชะโงกหน้าไปบนผิวน้ำดูเงาสะท้อนตัวเอง ลูกหมูป่าตัวดำมะเมี่ยมนี่คือข้าเช่นนั้นหรือ เหตุใดจึงได้อัปลักษณ์เช่นนี้ ข้ามองเงาของตนที่กระเพื่อมไหวไปตามระลอกคลื่นน้ำที่เกิดจากการแหวกว่ายวนของมัจฉาตัวใหญ่ ข้าขยับเข้าไปใกล้ผิวน้ำมากขึ้น ยื่นลิ้นออกไปตวัดน้ำเข้าปากเพื่อดับกระหาย การใช้ชีวิตเยี่ยงเดรัจฉานช่างลำบากยิ่งนัก

ขาทั้งสี่ออกเดินอีกครั้งเพื่อหาที่หลบภัย ข้าตัดสินใจแล้วว่าจะหาถ้ำหรือโพรงไว้กบดาน จะไม่ออกไปเดินเพ่นพ่านให้กลายเป็นอาหารของสัตว์นักล่าหรือนายพรานเป็นอันขาด ข้าจะจำศีลรอวันสิ้นอายุขัย แต่สิ่งแรกที่ต้องทำคือหาที่กบดานนั่นให้ได้เสียก่อน สิ่งที่ขาดไปไม่ได้เช่นกันคืออาหารการกิน ข้าต้องมองหาที่ที่มีผลไม้ป่ามากพอจะประทังชีวิตได้ทั้งสี่ฤดูกาล และตลอดช่วงอายุขัยในร่างนี้ด้วย จะให้ข้าเอาจมูกมุดดินหรือคุ้ยเขี่ยกินรากไม้ใบหญ้าเยี่ยงหมูตัวอื่นน่ะหรือ ไม่มีทาง!

ข้าเดินเลียบลำธารไปเรื่อยๆ จนเวลาล่วงบ่ายคล้อย ขาเริ่มอ่อนแรง นัยน์ตาสอดส่ายไปรอบทิศเพื่อหาที่พัก ฉับพลันสายตาก็สะดุดเข้ากับต้นไม้ใหญ่ที่อายุน่าจะประมาณร้อยปีเห็นจะได้ บริเวณโคนต้นมีโพรงเล็กๆ แต่หากไม่สังเกตให้ดีก็ไม่อาจรู้ได้เลยว่าตรงนี้มีโพรงอยู่เพราะเถาวัลย์ที่เลื้อยพันรอบต้นไม้ใหญ่ไว้ ข้าเดินไปยังต้นไม้นั้นทันที หยุดยืนอยู่หน้าโพรง แล้วใช้เท้าสั้นๆ ของตนเขี่ยกิ่งไม้เข้าไปข้างใน รออย่างใจเย็นว่าจะมีสิ่งใดออกมาหรือไม่ รออยู่ชั่วครู่ก็ยังเงียบงัน ครั้นมั่นใจแล้วว่าไม่มีงูหรือสัตว์ตัวอื่นอยู่จึงเข้าไปด้านใน

ภายในโพรงไม้กว้างกว่าที่คิดไว้มากนัก ทีแรกคิดว่าจะเป็นโพรงกระต่ายเล็กๆ ทว่าเมื่อได้เข้ามาด้านในแล้ว กลับกว้างพอให้เสือตัวใหญ่เข้ามาได้โดยไม่อึดอัดเลยทีเดียว โพรงไม้แห่งนี้ดูไม่คล้ายกับสิ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เหมือนกับว่าเป็นฝีมือของมนุษย์ แต่เพราะถูกทิ้งร้างไว้นานหรืออย่างไรก็ไม่รู้ เถาวัลย์จึงขึ้นปกคลุมทางเข้าจนเกือบมิด ด้านหน้าทางเข้าถูกปิดไว้ด้วยแผ่นไม้หน้าตาคล้ายกับประตู แต่เพราะไม่ได้ใช้งานนานมันจึงผุพังไปบ้าง

ข้าสำรวจโดยรอบอีกครั้ง มีทางเข้าออกทางเดียวคือประตูไม้ผุพังนั่นซึ่งบัดนี้มีเถาวัลย์ขึ้นปกคลุมจนหนาทึบ ข้าตัดสินใจใช้ที่นี่เป็นแหล่งกบดานและจำศีล เนื่องจากทำเลที่ตั้งดี ด้านหน้าเป็นธารน้ำ ด้านข้างมีผลไม้ป่าหลากหลายชนิดยืนต้นอยู่ แม้จะแปลกใจอยู่บ้างไฉนต้นไม้เหล่านี้ถึงมาเกิดกระจุกกันอยู่ตรงนี้ได้ และที่น่าฉงนใจกว่านั้นคือ นอกจากวิหคน้อยแล้วก็ไม่มีสัตว์ป่าตัวอื่นอยู่บริเวณนี้อีกเลย แต่จะคิดมากไปก็ใช่เรื่อง ในเมื่อมีที่เหมาะเจาะเช่นนี้แล้วมีหรือที่ข้าจะไปหาที่ใหม่ให้เหนื่อยอีก จากนี้ไปโพรงไม้นี่จะเป็นบ้านของข้าในแดนมนุษย์ รอจนสิ้นอายุขัยแล้วกลับขึ้นสวรรค์ชั้นเก้าฟ้าไปพร้อมกับข่าวดีที่ว่างานแต่งงานถูกยกเลิก

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel