บท
ตั้งค่า

บทที่ 1 จากเทพธิดาสู่ลูกหมูป่า - 2

เสียงหัวเราะคิกคักของคนผู้หนึ่งดังเข้ามาในโสตประสาทของข้า เสียงเรียกนามของข้านั้นแฝงไปด้วยความขบขัน ข้าพยายามลืมตาอีกครั้ง แล้วก็ต้องตื่นเต็มตาเมื่อเห็นว่าเป็นผู้ใด

“ตื่นแล้วรึ เป็นอย่างไรบ้าง ชินกับร่างใหม่ของเจ้าหรือยัง” เขาถามด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ

อู๊ดๆ อู๊ดๆ

ข้าบริภาษเทพชะตาที่ก่อนหน้านี้ไม่ช่วยดึงข้าขึ้นจากบ่อจุติ หากแต่ว่าเสียงที่เปล่งออกมานั้นมีเพียงเสียงร้องของหมู ข้าจ้องเขาตาเขม็ง แม้จะเป็นยามรัตติกาลแต่ในค่ำคืนที่จันทราเต็มดวงเช่นนี้ ก็สามารถมองเห็นทุกสรรพสิ่งได้อย่างชัดเจน เทพชะตายังคงมีสีหน้ารื่นเริงยามเห็นข้าตกอยู่ในสภาพน่าอดสูเยี่ยงตอนนี้

“ข้ารู้ว่านี่มันคือความผิดพลาดของข้าเอง เจ้าอย่ามามองข้าด้วยสายตาเช่นนั้นนะ นี่ข้าก็มาช่วยเจ้าแล้วอย่างไรเล่า” กล่าวจบก็อุ้มข้าออกมาจากโพรงดิน แล้ววางลงบนผืนหญ้าอย่างนิ่มนวล เขากางมือบนหัวของข้าจากนั้นก็ร่ายคาถาบางอย่าง

แสงสีขาวนวลเรืองรองอยู่รอบๆ ตัวข้า ความอบอุ่นสายหนึ่งวิ่งเข้าสู่ร่างกาย จากที่เคยไร้เรี่ยวแรงก็กลับมามีกำลังวังชาอีกครั้ง ไม่กี่อึดใจต่อมาข้าก็กลายร่างจากลูกหมูป่ากลับมาอยู่ในร่างเดิมของตน ทว่าเป็นร่างของข้ายามวัยเพียงเก้าร้อยปีเทพเท่านั้น หากเป็นเด็กสาวชาวมนุษย์ก็คงจะอายุราวสิบสี่สิบห้าปีกระมัง

เมื่อเห็นว่าข้ากลับมาอยู่ในรูปลักษณ์ของมนุษย์แล้ว เทพชะตาก็นั่งลงเบื้องหน้าข้า เขายื่นขวดกระเบื้องใบเล็กมาให้

“โอสถสวรรค์ องค์มหาเทพให้ข้านำมาให้เจ้า ดื่มสิ”

ข้ามองขวดยาในมือเทพชะตาอย่างไม่ไว้ใจ “มันคือยาอันใดหรือเจ้าคะ หากดื่มเข้าไปแล้วร่างกายของข้าจะเป็นอย่างไร”

“ดื่มไปเถอะน่า นี่เป็นเพียงยาฟื้นฟูกำลังเท่านั้น เห็นเจ้าอยู่ในร่างของลูกหมูป่ามาหลายวัน ซ้ำยังไม่มีอาหารตกถึงท้องร่างกายเจ้าคงอ่อนแรง องค์มหาเทพจึงให้ข้านำยามาให้” เขาตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง

ข้ารับยามาดื่มอย่างว่าง่าย ถูกอย่างที่เทพชะตากล่าวมา บัดนี้ร่างกายของข้าอ่อนล้าเหลือเกิน ท้องก็เริ่มร้องโครกครากประท้วงขออาหาร ตอนอยู่บนแดนสวรรค์แม้ไม่ได้กินอะไรเป็นร้อยวันพันวันก็ยังไม่เคยรู้สึกหิวเช่นนี้ แต่นี่ ข้าฟื้นมาไม่ทันไรก็หิวโหยเสียแล้ว การใช้ชีวิตในแดนมนุษย์นี่ช่างลำบากเสียจริง ต้องคอยเอาชีวิตรอดจากนายพรานยังไม่พอ ยังต้องไม่ให้ตัวเองอดตายอีกด้วย

เทพชะตายิ้มกว้างทันทีที่ข้ากลืนยารสเฝื่อนลงท้องไป ช่างเป็นรอยยิ้มที่ไม่น่าไว้ใจเอาเสียเลย

“ข้าต้องอยู่ในสภาพนี้อีกนานเท่าใดเจ้าคะ” แน่นอนว่าข้าไม่ปรารถนาร่างนี้สักเท่าใด เป็นสัตว์ป่าอ่อนแอไม่รู้ว่าวันใดจะถูกสัตว์นักล่าเขมือบลงท้องไป ยิ่งบัดนี้ข้าเป็นเพียงลูกหมูป่าตัวเล็กๆ เท่านั้น

“ไม่นานหรอก ก็จนกว่าจะสิ้นอายุขัยของหมูตัวนี้นั่นแหละ คราแรกองค์มหาเทพจะให้เจ้าลงมาเกิดเป็นมนุษย์ แต่เพราะความผิดพลาด จึงยอมลดโทษให้เจ้าอยู่ที่แดนมนุษย์เท่าที่อายุขัยของหมูป่าตัวนี้เท่านั้น แต่มีเงื่อนไขคือ เจ้าต้องไม่ตายเพราะถูกล่าเป็นอาหาร ไม่ว่าจะจากนายพรานหรือสัตว์นักล่าทั้งหลายก็ตาม หากเจ้าทำได้ การแต่งงานก็จะถูกยกเลิก อ้อ...องค์มหาเทพยังใจดีเมตตาให้เจ้าสามารถกลับคืนร่างมนุษย์ได้ในทุกค่ำคืน ตั้งแต่ช่วงยามไฮ่(21.00น.-22.59น)จนถึงยามอิ๋น(03.00น.-04.59น.) เวลากลางวันเจ้าก็จะเป็นเพียงลูกหมูป่าธรรมดา ร่างมนุษย์ของเจ้าไม่มีอิทธิฤทธิ์ใดๆ และจะโตขึ้นตามวัยอย่างเช่นเด็กสาวชาวมนุษย์ทั่วไปเพราะโอสถที่เจ้าเพิ่งดื่มเข้าไปนั่นแหละ”

ข้าถึงกับหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออกเลยทีเดียวยามได้ฟังสิ่งที่เทพชะตาเอื้อนเอ่ยออกมา กลางวันเป็นหมูป่ากลางคืนเป็นมนุษย์เช่นนั้นรึ นี่มันเรื่องบัดซบอันใดกัน หากข้าถูกชาวบ้านจับได้จะไม่โดนเผาทั้งเป็นเลยหรือ พวกเขาต้องคิดว่าข้าเป็นปีศาจแน่ๆ แล้วอันใดคือห้ามตายเพราะถูกล่าเป็นอาหาร แล้วอายุขัยจริงๆ ของข้าในร่างนี้มันนานเท่าไหร่กัน ข้าสามารถตายด้วยวิธีใดได้บ้างเล่า รอให้แก่ตายเช่นนั้นรึ ให้ข้าใช้ชีวิตอยู่ในป่าเพียงลำพังเช่นนี้ เกรงว่าคงไม่พ้นฤดูวสันต์นี้กระมังข้าต้องตายก่อนเป็นแน่ ไม่ได้ตายเพราะสาเหตุอื่น แต่เพราะอดตายนี่แหละ อิทธิฤทธิ์ใดๆ ก็ไม่มี ท่านจะให้ข้ากินใบไม้เป็นอาหารหรืออย่างไร ข้าหาอาหารไม่เป็นนะ นี่เรียกว่าเมตตาแล้วหรือ?

“เอาล่ะ สิ่งที่ควรบอกข้าก็พูดไปหมดแล้ว เช่นนั้นข้าไปละ ขอให้สนุกกับการใช้ชีวิตในแดนมนุษย์นะ ไม่ต้องห่วงข้าจะเขียนชะตาของเจ้าไม่ให้ต้องลำบากมากนัก”

ร่างของเทพชะตาพลันหายไปทันทีที่กล่าวจบ ข้านั่งอ้าปากค้าง อยากจะเอ่ยถามอีกหลายคำแต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว อยากจะร้องไห้ก็ร้องไม่ออก จะจากไปข้าไม่ว่า แต่เหตุใดไม่เสกอาหารทิ้งไว้สักหน่อยเล่า แล้ววันนี้ข้าจะเอาอะไรประทังชีวิตให้อยู่รอดได้ ดึกดื่นเช่นนี้จะไปหาอาหารที่ใดกัน เพียงวันแรกที่ลืมตาตื่นขึ้นมาบนแดนมนุษย์ ชีวิตของข้าก็ส่อแววว่าจะไม่รอดเสียแล้ว เฮ้อ!

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel