บท
ตั้งค่า

บทที่ 1 จากเทพธิดาสู่ลูกหมูป่า - 1

ท่ามกลางผืนป่าใหญ่ หมู่มวลสัตว์น้อยใหญ่ต่างใช้ชีวิตตามปกติของมันไป ทว่าในพุ่มไม้หนากลับมีแม่หมูป่ากำลังคลอดลูกอยู่ มันคลอดลูกหมูน้อยออกมาได้แล้วหกตัว ยังเหลือตัวสุดท้ายที่ดูเหมือนว่าจะคลอดยากกว่าใครเพื่อน เพียงไม่นานลูกหมูตัวสุดท้ายก็คลอด ตัวของมันเล็กและดำยิ่งกว่าพี่น้องทุกตัว เจ้าหมูน้อยตัวนั้นยังคงหลับตาพริ้มนอนแน่นิ่งราวกับร่างไร้ลมหายใจ ผ่านไปหลายวันลูกหมูป่าตัวน้อยก็ยังไม่ไหวติง จนในที่สุดแม่ของมันก็พาลูกๆ ที่เหลือไปจากพุ่มไม้นี้ ทิ้งให้ลูกหมูน้อยตัวดำนอนเดียวดายอยู่ตรงนั้น

หลังจากที่หมดสติไปเพราะถูกบ่อจุติดูดลงมา ข้าก็ไม่รู้ว่าตัวเองหลับไปนานเท่าใด ข้าพยายามเปิดเปลือกตาที่หนักอึ้งนี้ขึ้น แต่ดูเหมือนว่ามันจะยากเย็นเสียเหลือเกิน นัยน์ตาของข้ามองเห็นเพียงแสงสลัวเท่านั้น โสตประสาทรับรู้เพียงเสียงวิหคกำลังร้องอย่างตื่นตระหนก เพียงชั่วอึดใจก็ตามมาด้วยเสียงกระพือปีกพึ่บพั่บ ข้ารับรู้ทุกอย่างแต่ไม่สามารถขยับตัวหรือลืมตาขึ้นได้

“บ้าจริง! วันนี้สัตว์ป่าหายไปไหนกันหมดนะ นี่เดินมาครึ่งค่อนวันแล้วยังไม่เจอสักตัว แบบนี้ได้อดตายกันพอดี” นายพรานผู้หนึ่งเอ่ยอย่างหัวเสีย

“เจ้าก็ใจเย็นก่อนเถิด เราลองเดินเข้าไปให้ลึกกว่านี้อีกสักหน่อยอาจจะเจอไก่ป่าสักตัวก็ได้ แต่แปลกนัก ปกติบริเวณนี้จะมีหมูป่าให้ล่าได้ไม่ขาด หรือว่าพวกมันหนีไปที่อื่นแล้ว”

เมื่อได้ยินเสียงสนทนาของผู้คนดังอยู่ไม่ไกล ข้าก็พยายามตะโกนขอความช่วยเหลือออกไป ทว่าเสียงที่เปล่งออกมานั้นกลับกลายเป็นเสียงร้องอู๊ดๆ เสียอย่างนั้น ข้าลืมตาโพลงขึ้นมาไม่หลงเหลืออาการง่วงซึมเช่นเมื่อครู่อีกเลย ข้าเปล่งเสียงอีกครั้งด้วยต้องการยืนยันบางสิ่ง แต่แล้วเสียงที่ได้ยินนั้นก็ยังคงเป็นเสียงหมูอยู่เช่นเดิม

บัดซบ! นี่ข้าตกลงมาในบ่อจุติของหมูหรือนี่...

“เจ้าได้ยินเสียงหมูร้องแถวๆ นี้หรือไม่ วันนี้เรามาไม่เสียเที่ยวแล้วกระมัง”

“พี่ใหญ่ ข้าได้ยินมาจากตรงพุ่มไม้นั่น เราไปดูกันเถิดไม่แน่ว่าอาจจะโชคดีได้หมูป่าบาดเจ็บติดไม้ติดมือกลับไป”

ข้าหูผึ่งทันทีที่ได้ยินวาจาของบุรุษเหล่านั้น ข้าพยายามหยัดกายลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล การมีสี่ขาเช่นนี้ทำให้ลำบากไม่น้อย ขาทั้งสี่เดินตุปัดตุเป๋ไปยังใจกลางของพุ่มไม้ใหญ่ เสียงฝีเท้าของคนเหล่านั้นก็เข้ามาใกล้เรื่อยๆ ข้ามองหาที่หลบซ่อนตัว แต่ว่าก็ไม่มีที่ใดพอจะให้ข้าซ่อนตัวได้เลยสักนิด ด้านหน้าก็มีนายพราน ด้านหลังมีหินก้อนใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ ทางซ้ายเป็นพงหนาม สำหรับทางด้านขวานั้นมีเพียงพุ่มไม้เตี้ยๆ ข้าลังเลด้วยตัดสินใจไม่ได้ว่าจะหนีไปทางไหนดี หากยังอยู่ตรงนี้ต้องถูกจับได้เป็นแน่ แม้พุ่มไม้ใหญ่นี้จะแลดูหนาทึบทว่าตรงกลางกลับโล่งกลวง ด้วยเหตุนี้กระมังแม่หมูป่าจึงเลือกที่ตรงนี้สำหรับคลอดลูกของมัน แต่ว่า...คลอดข้าออกมาแล้วไยไม่รอกันบ้างเล่า ไฉนจึงได้ทิ้งข้าไว้

‘นี่ข้าต้องมาเป็นอาหารของมนุษย์ทันทีที่ลงมาเกิดเลยหรือ สวรรค์! พวกท่านกำลังกลั่นแกล้งข้าใช่หรือไม่’

ข้าตัดสินใจวิ่งไปยังพุ่มไม้ทางด้านขวา แต่ด้วยขาสั้นๆ นี้ส่งผลให้วิ่งไปได้ไม่กี่ก้าวก็สะดุดรากไม้หัวทิ่มพื้นเสียแล้ว ชั่วขณะเดียวกันนั้น นายพรานทั้งสองก็มาถึงจุดที่ข้านอนแอ้งแม้งอยู่พอดี ข้าได้แต่ร้องว่าแย่แล้วอยู่ในใจ หากตายตั้งแต่ลงมาจุติข้าก็ต้องกลับไปแต่งงานน่ะสิ ผู้ใดจะยอมรับเรื่องนี้กันเล่า

“ถุย! ข้าก็นึกว่าจะได้หมูป่าบาดเจ็บสักตัวกลับไปเป็นอาหาร ที่แท้ก็ลูกหมูผอมกะหร่องตัวหนึ่งนี่เอง”

“พี่ใหญ่ ข้าว่าเราเอามันกลับไปด้วยเถิด เอาไปเลี้ยงไว้สักพักมันก็เป็นอาหารได้แล้ว”

“ไม่ เลี้ยงไปก็เปลืองเปล่าๆ เจ้าไม่เห็นสภาพของมันรึ จะมีชีวิตรอดถึงพรุ่งนี้หรือเปล่าก็ไม่รู้ ผอมจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูกเช่นนั้น ต้องสิ้นเปลืองเท่าใดกว่าจะขุนมันให้อ้วนได้ ปล่อยไว้อย่างนี้แหละ หากมันรอดวันหน้าเราค่อยมาล่าก็ได้”

น้ำตาข้าแทบไหลเพราะความดีใจยามได้ยินเสียงฝีเท้าก้าวย่างห่างออกไป นับว่าสวรรค์ยังมีความเมตตาต่อข้าอยู่บ้าง จึงไม่ให้ชายทั้งสองนำตัวข้ากลับไปด้วย ข้าพยายามลุกขึ้นยืนอีกครั้ง เดินโซซัดโซเซไปยังที่หมายจนสำเร็จ ข้าแทรกตัวเข้าไปในพุ่มไม้ โชคดียิ่งนัก ที่ตรงนี้มีโพรงเล็กๆ พอให้ข้าใช้หลบภัยได้ เปลือกตาทั้งสองข้างกลับมาหนักอึ้งอีกครั้ง ข้านอนราบลงบนพื้นดินเย็นๆ ก่อนผล็อยหลับไปในที่สุด

อากาศยามค่ำคืนในวสันตฤดูให้ความรู้สึกเย็นสบายไม่น้อย ทว่าเจ้าหมูน้อยยังคงหลับใหลไม่มีทีท่าว่าจะตื่นขึ้นมาง่ายๆ บุรุษผู้หนึ่งมองลูกหมูป่าในโพรงดินด้วยประกายตาเรียบเฉยจนยากจะคาดเดาความคิด เขาอยู่ตรงนั้นอีกหลายอึดใจ ก่อนจากไปอย่างเงียบเชียบ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel