บท
ตั้งค่า

บทที่ 2 - 2

“หมายความว่าอย่างไรเพคะ?”

“คุณชายเซวียหลงผู้นั้น ดูผิวเผินเหมือนคนเหลวไหลไร้สาระ แต่ดวงตาของเขาซ่อนเร้นบางสิ่งบางอย่างเอาไว้” องค์หญิงหลิงเฟยเอ่ยพลางหลับตาลง

“ประกายในดวงตาของเขาไม่ใช่ประกายของคนโง่เขลาเบาปัญญา”

หลินหลินนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง พลางคิดตามคำพูดขององค์หญิง

“แต่องค์หญิงจะแน่ใจได้อย่างไรเพคะว่าเขาไม่ได้ตั้งใจจะดูถูกองค์หญิงจริง ๆ?” หลินหลินถามด้วยความไม่สบายใจ

องค์หญิงหลิงเฟยลืมตาขึ้น ดวงตาคมกริบเป็นประกาย

“หากเขาตั้งใจจะดูถูกข้าจริง เขาคงไม่หน้าแดงก่ำอย่างนั้น” นางหัวเราะเบา ๆ

“เขาน่าสนใจยิ่งนัก”

อีกด้านหนึ่งของเมืองหลวง ณ โรงน้ำชาจันทร์กระจ่าง หลิวซินยังคงนั่งจิบชาด้วยใบหน้าบูดบึ้ง เมื่อได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับพิธีดูตัวขององค์หญิงหลิงเฟยและคุณชายเซวียหลง

“ได้ยินว่าคุณชายเซวียหลงพูดจาหยาบคายกับองค์หญิงหลิงเฟยต่อหน้าธารกำนัลเลยนะ!” สตรีผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยความตื่นเต้น

“จริงหรือ! แล้วองค์หญิงหลิงเฟยไม่โกรธหรือ?” อีกคนถามด้วยความอยากรู้

“ไม่เลย! องค์หญิงหลิงเฟยกลับยิ้มและตอบโต้คำพูดของคุณชายเซวียหลงอย่างชาญฉลาด ทำให้คุณชายเซวียหลงถึงกับไปไม่เป็นเลยทีเดียว!”

หลิวซินวางถ้วยชาลงอย่างกระแทกกระทั้น เสียงดังไปทั่วห้องน้ำชาอีกครั้ง

“บ้าบอที่สุด!” นางอุทานออกมาเสียงดัง

“สตรีสูงศักดิ์เช่นองค์หญิงหลิงเฟย เหตุใดจึงลดตัวลงไปเล่นเกมคำพูดกับบุรุษที่ไร้ค่าเช่นนั้นกัน!”

ซูเม่ยเพื่อนสนิทของหลิวซินรีบเอ่ยเตือนอีกครั้ง

“หลิวซิน เจ้าอย่าเพิ่งพูดจาเช่นนั้นเลย” นางกล่าวด้วยน้ำเสียงกังวล

“เรื่องของราชวงศ์ เราไม่ควรไปก้าวก่าย”

“ก้าวก่ายหรือ? ข้าก็แค่พูดความจริง!”

หลิวซินหัวเราะเยาะ

วันรุ่งขึ้น เซวียหลงตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกสดชื่นหลังจากได้นอนหลับเต็มอิ่ม เขายังคงไม่เข้าใจว่าเหตุใดองค์หญิงหลิงเฟยจึงไม่โกรธเขา แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจมากนัก สิ่งเดียวที่เขาสนใจคือการใช้ชีวิตอย่างสนุกสนานไร้สาระต่อไป

ขณะที่เซวียหลงกำลังแต่งตัวอยู่ในห้อง เสนาบดีเซวียหมิงก็เดินเข้ามาด้วยใบหน้าเคร่งขรึม เซวียหลงเห็นบิดาแล้วก็แกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น

“เซวียหลง เจ้ามานี่เดี๋ยวนี้!” เสนาบดีเซวียหมิงเอ่ยเสียงเข้ม

เซวียหลงถอนหายใจเฮือกใหญ่ พลางเดินเข้าไปหาบิดาอย่างไม่เต็มใจนัก

“มีอะไรหรือขอรับบิดา? ข้ายังไม่ได้ทำเรื่องใดให้บิดาไม่พอใจเลยนะขอรับ” เซวียหลงกล่าวด้วยน้ำเสียงประชดประชัน

เสนาบดีเซวียหมิงถอนหายใจ

“เจ้ายังไม่ทำ? เมื่อวานเจ้าทำเรื่องขายหน้ามากพอแล้ว!” เขาพูดพลางชี้ไปที่เซวียหลง

เซวียหลงยิ้มเยาะ

“ข้าทำสิ่งใดหรือขอรับ? ข้าก็แค่พูดความจริง!”

“เจ้าพูดความจริง? เจ้าคิดว่าการพูดจาเช่นนั้นต่อหน้าธารกำนัลเป็นการให้เกียรติองค์หญิงอย่างนั้นหรือ?”

“ข้าก็แค่เป็นตัวของตัวเอง!” เซวียหลงตอบกลับทันควัน

“เจ้ามันไร้ประโยชน์! ข้าไม่เคยเห็นบุตรชายคนใดไร้ประโยชน์เท่าเจ้ามาก่อนเลย!” เสนาบดีเซวียหมิงกล่าวด้วยความโกรธ

เซวียหลงได้ยินดังนั้นก็ยิ่งรู้สึกพึงพอใจ

“ถ้าอย่างนั้น บิดาก็ควรจะชินได้แล้วนะขอรับ เพราะข้าจะเป็นเช่นนี้ต่อไปเรื่อย ๆ” เขาพูดพลางยิ้มหยัน

เสนาบดีเซวียหมิงแทบจะยกมือขึ้นตบหน้าบุตรชาย แต่ก็ต้องข่มใจเอาไว้

“เจ้าไม่ต้องมาทำเป็นปากดี! วันนี้เจ้าต้องไปเข้าวังกับข้า!” เสนาบดีเซวียหมิงเอ่ยเสียงดัง

เซวียหลงเลิกคิ้วขึ้น

“เข้าวัง? เข้าวังไปทำอะไรหรือขอรับ?”

“เจ้าไม่ต้องรู้! แค่เตรียมตัวให้พร้อม!”

เซวียหลงจำต้องปฏิบัติตามคำสั่งของบิดา เขาสวมชุดขุนนางเต็มยศ แม้จะรู้สึกอึดอัดไม่น้อย เขานั่งรถม้าไปกับบิดาด้วยความไม่พอใจตลอดทาง

เมื่อมาถึงวังหลวง เซวียหลงก็ถูกนำตัวไปยังห้องโถงใหญ่ ซึ่งเต็มไปด้วยเหล่าขุนนางชั้นผู้ใหญ่และสนมกำนัลมากมาย เขาเห็นจักรพรรดิหลีอู่นั่งอยู่บนบัลลังก์ทองคำ ใบหน้าของจักรพรรดิดูเคร่งขรึมและเต็มไปด้วยอำนาจ

“ถวายพระพรฝ่าบาท” เซวียหลงและเสนาบดีเซวียหมิงคุกเข่าลงถวายพระพร

“ลุกขึ้นเถิด” จักรพรรดิหลีอู่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

เซวียหลงลุกขึ้นยืน พลางแอบชำเลืองมองไปรอบ ๆ ห้องโถง เขาเห็นองค์หญิงหลิงเฟยยืนอยู่ข้างบัลลังก์ด้วยใบหน้าเรียบเฉย แต่นางแอบส่งรอยยิ้มเล็ก ๆ มาให้เขา ซึ่งทำให้เขารู้สึกประหลาดใจอีกครั้ง

“เซวียหลง เจ้าได้กระทำความผิดร้ายแรงยิ่งนัก!” จักรพรรดิหลีอู่เอ่ยด้วยน้ำเสียงดังลั่น ทำให้เซวียหลงสะดุ้งเล็กน้อย

เซวียหลงขมวดคิ้วแน่น

“ข้ากระทำความผิดอันใดหรือพะยะค่ะ?” เขาถามด้วยความไม่เข้าใจ

“เจ้าบังอาจพูดจาดูหมิ่นองค์หญิงหลิงเฟยต่อหน้าธารกำนัล! ถือเป็นการไม่ให้เกียรติราชวงศ์อย่างร้ายแรง!” จักรพรรดิหลีอู่ตรัสด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด

เซวียหลงถึงกับอ้าปากค้าง เขานึกไม่ถึงว่าเรื่องเล็กน้อยเพียงเท่านี้จะถึงขั้นต้องเข้าเฝ้าจักรพรรดิ

“ฝ่าบาท กระหม่อม…กระหม่อมมิได้ตั้งใจพะยะค่ะ!”

เซวียหลงรีบแก้ตัว

“มิได้ตั้งใจหรือ? คำพูดของเจ้าทำให้ผู้คนในเมืองหลวงวิพากษ์วิจารณ์ราชวงศ์ไปทั่ว!” จักรพรรดิหลีอู่ตรัสด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความไม่พอพระทัย

เสนาบดีเซวียหมิงรีบคุกเข่าลง

“ฝ่าบาท บุตรชายของกระหม่อมยังเด็กนัก โปรดอภัยให้แก่เขาด้วยพะยะค่ะ!”

จักรพรรดิหลีอู่โบกพระหัตถ์

“ไม่ต้องแก้ตัว! ความผิดของเซวียหลงมิอาจให้อภัยได้!”

เซวียหลงยืนนิ่งงันด้วยความตกใจ เขาไม่คิดว่าจักรพรรดิจะทรงโกรธเคืองถึงเพียงนี้

“เช่นนั้นฝ่าบาทจะทรงลงโทษกระหม่อมเช่นไรพะยะค่ะ?” เซวียหลงถามด้วยน้ำเสียงที่พยายามจะให้ดูใจเย็นที่สุด

จักรพรรดิหลีอู่ยิ้มมุมพระโอษฐ์เล็กน้อย

“โทษของเจ้าคือ…เจ้าต้องรับหน้าที่เป็นผู้ดูแลกิจการภายในของจวนองค์หญิงหลิงเฟย!”

เซวียหลงเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เขานึกไม่ถึงว่าโทษที่เขาได้รับจะเป็นเช่นนี้ เขาหันไปมององค์หญิงหลิงเฟยที่กำลังยิ้มเยาะเขาอย่างเงียบ ๆ

“ฝ่าบาท! กระหม่อม…” เซวียหลงพยายามจะคัดค้าน แต่จักรพรรดิหลีอู่กลับโบกพระหัตถ์ตัดบท

“ไม่มีข้อโต้แย้ง! นี่คือพระราชโองการ!”

เซวียหลงได้แต่ยืนนิ่งงันด้วยความรู้สึกสับสนและงุนงง ‘นี่มันบทลงโทษหรือรางวัลกันแน่?’ เขามองไปยังองค์หญิงหลิงเฟยที่กำลังจ้องมองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความท้าทาย

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel