
บทย่อ
ใต้แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมายังเรือนกล้วยไม้ พลังงานของความวุ่นวายได้เริ่มก่อตัวขึ้นภายในจวนเสนาบดีซ้าย ‘เซวีย’ โดยที่เจ้าของเรือนยังคงนอนหลับอย่างสบายอารมณ์ภายใต้ผ้าห่มแพรไหมสีขาวบริสุทธิ์ ‘เซวียหลง’ คุณชายผู้ที่ได้ชื่อว่าไร้ประโยชน์ที่สุดในเมืองหลวง กำลังกรนเสียงดังลั่นบ่งบอกถึงความสุขสงบที่ขัดกับความวุ่นวายภายนอกอย่างสิ้นเชิง “คุณชายยังไม่ตื่นอีกหรือขอรับ นี่มันสายมากแล้วนะขอรับ!” เฟิงรีบตรงเข้ามาเปิดหน้าต่างบานใหญ่ ปล่อยให้แสงอาทิตย์สาดส่องเข้ามาเต็มที่ เซวียหลงกระพริบตาถี่ ๆ พยายามปรับสายตาให้เข้ากับแสงจ้า “เกิดอะไรขึ้นหรือเฟิง? ทำไมเจ้าดูร้อนรนนัก” เซวียหลงถามพลางโบกมือไล่กลิ่นเหล้าที่ยังคงติดอยู่ในอากาศ “คุณชายลืมไปแล้วหรือขอรับ! วันนี้เป็นวันนัดดูตัวนะขอรับ!” เฟิงแทบจะกระโดดเหยงด้วยความร้อนใจ
บทที่ 1 - 1
บทที่ 1
ใต้แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมายังเรือนกล้วยไม้ พลังงานของความวุ่นวายได้เริ่มก่อตัวขึ้นภายในจวนเสนาบดีซ้าย ‘เซวีย’ โดยที่เจ้าของเรือนยังคงนอนหลับอย่างสบายอารมณ์ภายใต้ผ้าห่มแพรไหมสีขาวบริสุทธิ์ ‘เซวียหลง’ คุณชายผู้ที่ได้ชื่อว่าไร้ประโยชน์ที่สุดในเมืองหลวง กำลังกรนเสียงดังลั่นบ่งบอกถึงความสุขสงบที่ขัดกับความวุ่นวายภายนอกอย่างสิ้นเชิง
ยามซื่อ (09.00-11.00 น.) เป็นเวลาที่เซวียหลงควรจะตื่นขึ้นมาแล้ว แต่เขายังคงนอนไม่รู้เรื่องรู้ราวอยู่ในห้องที่เต็มไปด้วยกลิ่นเหล้าเมื่อคืน เขาลืมตาขึ้นมามองเพดานด้วยความรู้สึกมึนงง ผ้าห่มที่เคยเป็นเพื่อนร่วมเตียงเมื่อคืนตอนนี้กองอยู่ปลายเตียงอย่างไม่เป็นระเบียบ
“อืม…ยังไม่เช้าอีกรึ” เขาบ่นพึมพำกับตัวเอง พยายามจะลุกขึ้น แต่ศีรษะกลับหมุนติ้วราวกับเพิ่งโดยสารรถม้าที่แล่นมาอย่างรวดเร็วเป็นร้อยลี้ เซวียหลงขมวดคิ้วแน่น พลางยกมือขึ้นกุมขมับ
เขาไม่ได้ดื่มเหล้ามากนักเมื่อคืน แต่ความรู้สึกปวดหัวเช่นนี้มันคุ้นเคยอย่างประหลาด ราวกับเคยเกิดขึ้นมาก่อน…ใช่! เมื่อหลายปีก่อน เขาก็เคยเป็นเช่นนี้ ตอนที่ถูกโยนลงไปในบ่อน้ำเย็นจัดเพื่อ ‘สงบสติอารมณ์’ หลังจากไปก่อเรื่องวุ่นวายครั้งใหญ่ที่โรงเตี๊ยมชื่อดังแห่งหนึ่ง
เขาลุกขึ้นนั่งอย่างทุลักทุเล มองไปรอบห้องที่มืดสลัว ผ้าม่านสีน้ำเงินเข้มยังคงปิดสนิทบดบังแสงอาทิตย์ยามสาย กลิ่นเหล้าที่อบอวลไปทั่วห้องทำให้เขารู้สึกคลื่นไส้ เซวียหลงรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี เปิดผ้าม่านออกเพื่อรับแสงสว่างยามเช้า แต่ทันทีที่แสงแรกสัมผัสผิว เขากลับต้องหรี่ตาลงอย่างรวดเร็ว
“คุณชาย!” เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้น เซวียหลงหันไปมองเห็น ‘เฟิง’ ผู้ติดตามที่ซื่อสัตย์กำลังยืนอยู่หน้าประตูด้วยใบหน้าตื่นตระหนก
“คุณชายยังไม่ตื่นอีกหรือขอรับ นี่มันสายมากแล้วนะขอรับ!” เฟิงรีบตรงเข้ามาเปิดหน้าต่างบานใหญ่ ปล่อยให้แสงอาทิตย์สาดส่องเข้ามาเต็มที่ เซวียหลงกระพริบตาถี่ ๆ พยายามปรับสายตาให้เข้ากับแสงจ้า
“เกิดอะไรขึ้นหรือเฟิง? ทำไมเจ้าดูร้อนรนนัก” เซวียหลงถามพลางโบกมือไล่กลิ่นเหล้าที่ยังคงติดอยู่ในอากาศ
“คุณชายลืมไปแล้วหรือขอรับ! วันนี้เป็นวันนัดดูตัวนะขอรับ!” เฟิงแทบจะกระโดดเหยงด้วยความร้อนใจ
เซวียหลงนิ่งงันไปครู่หนึ่ง ใบหน้าหล่อเหลาที่เพิ่งฟื้นจากความมึนงงกลับกลายเป็นซีดเผือด
“อะไรนะ…นัดดูตัว?”
เฟิงพยักหน้าหงึกหงัก
“ใช่ขอรับ ท่านเสนาบดีบอกว่าถ้าคุณชายไม่ไป ท่านจะตัดขาดคุณชายออกจากตระกูล!”
เซวียหลงถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขานึกถึงใบหน้าบูดบึ้งของบิดาแล้วก็อดขนลุกไม่ได้ บิดาของเขาก็คือเสนาบดีซ้าย ‘เซวียหมิง’ ผู้ที่เคร่งครัดในระเบียบแบบแผนและไม่เคยเข้าใจความสุขสบายของชีวิตเลยแม้แต่น้อย
“ไปเตรียมน้ำอาบให้ข้าเร็วเข้า!” เซวียหลงสั่งเสียงดัง พลางรีบลุกจากเตียงด้วยความเร่งรีบ
เฟิงรีบกุลีกุจอไปจัดเตรียมน้ำอาบให้คุณชายผู้เอาแต่ใจ เพียงชั่วครู่ก็มีสาวใช้หลายคนนำถังไม้โอ๊กใบใหญ่เข้ามาในห้อง พร้อมกับไอน้ำอุ่น ๆ ที่ลอยอวลขึ้นมา
“คุณชายจะอาบน้ำอุ่น ๆ ก่อนก็ได้ขอรับ” เฟิงเสนอแนะด้วยความห่วงใย
“จะได้สบายตัวขึ้น”
เซวียหลงส่ายหน้า
“ไม่ต้อง! เสียเวลา! เตรียมน้ำเย็นมาให้ข้า!”
เฟิงตกใจ
“น้ำเย็นหรือขอรับ? แต่ข้างนอกอากาศยังหนาวอยู่นะขอรับ!”
เซวียหลงยิ้มมุมปาก
“เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง ข้ารู้ดีว่าทำเช่นไรถึงจะหายจากอาการเมาค้างอย่างรวดเร็ว และทำให้ร่างกายสดชื่นที่สุด”
เขารีบถอดเสื้อผ้าออกอย่างไม่ลังเล พลางก้าวลงไปในถังน้ำเย็นจัดทันที
“อ้าาาา…!” เซวียหลงอุทานเสียงหลง ร่างกายสะท้านด้วยความหนาวเหน็บ เขารีบดำดิ่งลงไปใต้น้ำ พยายามปรับตัวให้เข้ากับอุณหภูมิที่เย็นยะเยือก
ไม่นานนัก เขาก็รู้สึกสดชื่นขึ้นมากจริง ๆ เฟิงรีบช่วยเขาเช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ ชุดผ้าไหมสีฟ้าอ่อนปักลวดลายเมฆมงคลทำให้เขากลับมาดูดีมีสง่าราศีอีกครั้ง
“คุณชายดูดีมากขอรับ” เฟิงเอ่ยชมจากใจจริง
เซวียหลงยิ้มหยัน
“ข้ารู้ดี ใบหน้าหล่อเหลาเช่นข้า หากไม่ไปทำตัวเป็นคุณชายไร้ประโยชน์ คงไม่มีสตรีคนไหนกล้าเข้าใกล้เป็นแน่” เขาพูดพลางหมุนตัวสำรวจตัวเองในกระจกทองเหลือง
ในขณะที่เซวียหลงกำลังวุ่นวายกับการเตรียมตัวเพื่อไปดูตัว ณ จวนเสนาบดีซ้าย ‘เซวีย’ ที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก ก็มีข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวงว่าองค์หญิง ‘หลิงเฟย’ องค์หญิงที่งามสะคราญที่สุดในแคว้นหลี กำลังจะเสด็จมาถึงเมืองหลวงเพื่อเข้าร่วมพิธีดูตัวกับคุณชายเซวียหลง
