บท
ตั้งค่า

บทที่ 2 - 1

บทที่ 2

เสียงประกาศ “องค์หญิงหลิงเฟยเสด็จแล้ว!” ดังขึ้นมาจากด้านนอกห้องโถง ทำให้ทุกคนในห้องหันขวับไปมองยังประตูด้วยความตกใจ เซวียหลงขมวดคิ้วแน่น เขามองไปยังสตรีตรงหน้าซึ่งนั่งอยู่ตรงข้ามกับเขา เธอสวมชุดสีแดงสด ใบหน้าถูกบดบังด้วยผ้าคลุมศีรษะสีแดงที่ประดับประดาด้วยเครื่องประดับระยิบระยับ ‘ถ้าไม่ใช่องค์หญิง แล้วนางผู้นั้นเป็นใคร?’

ไม่นานนัก ประตูบานใหญ่ก็เปิดออก เผยให้เห็นร่างอรชรของสตรีผู้หนึ่งที่ก้าวเข้ามา นางสวมชุดสีชมพูอ่อนปักลวดลายดอกโบตั๋นพลิ้วไหว ใบหน้างดงามราวกับภาพวาด ดวงตากลมโตเป็นประกาย ริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อ ประกายแห่งความสง่างามและความเย่อหยิ่งฉายชัดอยู่บนใบหน้า นางคือองค์หญิงหลิงเฟย องค์หญิงที่งามสะคราญที่สุดในแคว้นหลีผู้ซึ่งเป็นที่เลื่องลือถึงความงามและความเอาแต่ใจดื้อรั้น ไม่ต่างจากเซวียหลงเลยแม้แต่น้อย

เมื่อเห็นองค์หญิงหลิงเฟยตัวจริงปรากฏกาย สตรีในชุดแดงที่นั่งอยู่ก่อนแล้วก็รีบลุกขึ้นยืนพร้อมกับถอดผ้าคลุมศีรษะออก เผยให้เห็นใบหน้าเรียวเล็กงดงาม แต่แฝงไว้ด้วยความประหม่า นางคือนางกำนัลคนสนิทขององค์หญิงหลิงเฟย ‘หลินหลิน’ ผู้ซึ่งถูกส่งมาเพื่อหลอกล่อให้คุณชายเซวียหลงเข้าใจผิดและสร้างความวุ่นวายเล็กน้อยก่อนที่องค์หญิงตัวจริงจะมาถึง

“อะแฮ่ม!” เสียงกระแอมไอของเสนาบดีซ้ายเซวียหมิงดังขึ้นทำลายความเงียบงัน

“ถึงเวลาแล้วที่องค์หญิงหลิงเฟยจะได้พบกับคุณชายเซวียหลง”

เซวียหลงเดินไปยืนอยู่หน้าองค์หญิงหลิงเฟยพร้อมกับโค้งคำนับอย่างไม่เต็มใจนัก เขามองสำรวจใบหน้าของนางอย่างเปิดเผย พลางคิดในใจ ‘งามจริงดังคำร่ำลือ แต่ดูท่าทางคงจะจองหองอยู่ไม่น้อย’

องค์หญิงหลิงเฟยเองก็จ้องมองเซวียหลงด้วยแววตาพิจารณาเช่นกัน นางไม่ได้สนใจรูปลักษณ์ภายนอกของเขามากนัก แต่นางสนใจในชื่อเสียงอันฉาวโฉ่ของคุณชายจอมเพี้ยนผู้นี้มากกว่า

“คุณชายเซวียหลงเป็นบุตรชายของเสนาบดีซ้ายเซวียหมิง ผู้ซึ่งมีหน้าที่ดูแลกิจการภายในของแคว้น” เสนาบดีเซวียหมิงเริ่มแนะนำตัวบุตรชายของตนด้วยน้ำเสียงที่พยายามจะให้ดูภูมิฐานที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่แฝวไปด้วยความเหนื่อยหน่ายในตัวบุตรชาย

“ส่วนองค์หญิงหลิงเฟย ทรงเป็นองค์หญิงเพียงพระองค์เดียวขององค์จักรพรรดิหลีอู่”

พิธีดูตัวดำเนินไปอย่างเชื่องช้า เซวียหลงรู้สึกเบื่อหน่ายกับการนั่งฟังคำแนะนำและคำอวยพรจากญาติมิตรและแขกเหรื่อมากมาย เขาได้แต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ในใจ พลางคิดถึงแผนการที่จะทำให้การดูตัวครั้งนี้ล้มเหลว

‘ข้าต้องทำตัวให้ไร้ประโยชน์กว่าเดิม!’ เขานึกถึงความเกลียดชังที่มีต่อบิดาผู้เคร่งครัดที่ทำให้เขาใช้ชีวิตเหลวแหลกเพื่อต่อต้าน

‘หากบิดาต้องการให้ข้าแต่งงานกับองค์หญิงผู้นี้ ข้าก็จะทำให้มันเป็นเรื่องยากที่สุด’

“คุณชายเซวียหลงสนใจสิ่งใดบ้างเล่า?” องค์หญิงหลิงเฟยเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา ใบหน้าของนางเรียบเฉยจนยากจะคาดเดาความคิด

เซวียหลงยิ้มกริ่ม

“สิ่งใดหรือพะยะค่ะ? อืม…ข้าสนใจสุราและสตรีที่งดงามพะยะค่ะ” เขากล่าวพลางเหลือบมองไปที่องค์หญิงหลิงเฟยด้วยแววตาหยอกล้อ

ทันทีที่สิ้นคำพูดของเซวียหลง เสียงซุบซิบก็ดังขึ้นทั่วห้องโถง เสนาบดีเซวียหมิงถึงกับหน้าเขียว ฮูหยินหลี่รีบส่งสายตาตำหนิให้บุตรชาย แต่เซวียหลงกลับทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น

องค์หญิงหลิงเฟยเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาที่เคยเรียบเฉยกลับมีประกายความสนุกซ่อนอยู่ นางไม่ได้แสดงท่าทีโกรธเคืองแม้แต่น้อย ซึ่งนั่นทำให้เซวียหลงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย

“เช่นนั้นคุณชายเซวียหลงคงจะถูกใจข้าไม่น้อย” องค์หญิงหลิงเฟยเอ่ยด้วยรอยยิ้มบาง ๆ ที่มุมปาก

เซวียหลงถึงกับสำลักน้ำชาที่เพิ่งยกขึ้นดื่ม เขากระแอมไอหลายครั้ง พลางมององค์หญิงด้วยความไม่เข้าใจ

“หมายความว่าอย่างไรพะยะค่ะ?” เซวียหลงถามอย่างงุนงง

องค์หญิงหลิงเฟยหัวเราะเบา ๆ

“ก็ในเมื่อคุณชายสนใจสตรีที่งดงาม แล้วข้ามิได้งดงามพอให้คุณชายสนใจหรอกหรือ?” นางเอ่ยพลางจ้องมองเซวียหลงด้วยสายตาเย้ายวน

เซวียหลงถึงกับไปไม่เป็น ใบหน้าหล่อเหลาขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย เขาไม่เคยเจอสตรีที่ตอบโต้เขาด้วยคำพูดเช่นนี้มาก่อน

“องค์หญิงพูดอะไรน่ะพะยะค่ะ! ข้า…ข้ามิได้หมายความเช่นนั้น!”

เซวียหลงรีบปฏิเสธเสียงหลง

องค์หญิงหลิงเฟยยิ้มกว้างขึ้น

“เช่นนั้นคุณชายก็ควรจะคิดให้ดีก่อนจะเอ่ยคำใดออกมา”

เสียงหัวเราะคิกคักของเหล่าคุณหนูในห้องโถงดังขึ้น ทำให้เซวียหลงรู้สึกอับอายยิ่งนัก เขาได้แต่ก้มหน้าลงซ่อนความรู้สึกผิดหวังในตัวเอง ‘แผนล้มเหลวไม่เป็นท่า!’

พิธีดูตัวจบลงด้วยความวุ่นวายเล็กน้อย แต่ผลลัพธ์กลับไม่เป็นไปตามที่เซวียหลงคาดหวัง พระราชโองการยังคงยืนยันให้ทั้งสองแต่งงานกัน

ในยามค่ำคืน ณ เรือนกล้วยไม้ เซวียหลงนั่งกอดเข่าอยู่บนเตียงด้วยใบหน้าหงอยเหงา เฟิงเห็นคุณชายของตนอยู่ในสภาพเช่นนั้นก็อดสงสารไม่ได้

“คุณชายขอรับ ท่านทำดีที่สุดแล้ว” เฟิงปลอบใจ

“ใครจะไปคิดว่าองค์หญิงหลิงเฟยจะไม่ถือสาคำพูดของคุณชายกันเล่า”

เซวียหลงถอนหายใจเฮือกใหญ่

“ข้าไม่เข้าใจสตรีเลยจริง ๆ” เขาบ่นพึมพำ

“นางควรจะโกรธข้าสิ! นางควรจะปฏิเสธการแต่งงานกับคุณชายจอมเพี้ยนอย่างข้าสิ!”

“บางทีองค์หญิงอาจจะมองเห็นอะไรบางอย่างในตัวคุณชายก็ได้นะขอรับ” เฟิงเสนอแนะ

เซวียหลงหันขวับมามองเฟิงด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความไม่เชื่อ

“เจ้าพูดอะไรของเจ้า? ในตัวข้ามีอะไรให้นางมองเห็นนอกจากความไร้ประโยชน์กันเล่า!”

เขาพูดพลางนึกถึงอดีตที่เขาตั้งใจทำตัวเหลวแหลกเพื่อต่อต้านบิดา

เฟิงยิ้มบาง ๆ

“คุณชายอาจจะคิดเช่นนั้น แต่ผู้อื่นอาจจะไม่คิดเช่นเดียวกับคุณชายก็ได้นะขอรับ”

เซวียหลงส่ายหน้า

“ไม่รู้ล่ะ! ไม่ว่าอย่างไร ข้าก็ไม่อยากแต่งงานกับนาง! ข้าอยากมีชีวิตที่อิสระ ไม่ต้องถูกผูกมัดกับใคร”

เขาพูดพลางล้มตัวลงนอนบนเตียงอย่างเหนื่อยอ่อน

ในขณะเดียวกัน ณ จวนองค์หญิงหลิงเฟย ‘หลินหลิน’ นางกำนัลคนสนิทกำลังช่วยองค์หญิงหวีผมยาวสลวยดุจแพรไหม

“องค์หญิงไม่ถือสาคำพูดของคุณชายเซวียหลงจริงหรือเพคะ?”

หลินหลินเอ่ยถามด้วยความสงสัย

“บ่าวเห็นคุณชายผู้นั้นพูดจาไม่ให้เกียรติองค์หญิงเลยเพคะ”

องค์หญิงหลิงเฟยยิ้มมุมปาก

“คำพูดของบุรุษมักจะตรงกันข้ามกับใจเสมอ”

หลินหลินขมวดคิ้ว

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel