บท
ตั้งค่า

บทที่ 1 - 2

องค์หญิงหลิงเฟย องค์หญิงเดียวของจักรพรรดิหลีอู่ ผู้ปกครองแคว้นหลี ทรงมีชื่อเสียงเลื่องลือในเรื่องของความงามที่ยากจะหาใครเทียบ แต่ก็เป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องของความเอาแต่ใจและดื้อรั้น ไม่ต่างจากคุณชายเซวียหลงเลยแม้แต่น้อย

ณ โรงน้ำชา ‘จันทร์กระจ่าง’ ซึ่งเป็นที่รวมตัวของเหล่าคุณหนูและคุณชายในเมืองหลวง ‘หลิวซิน’ คุณหนูจากตระกูลใหญ่ผู้สง่างาม กำลังนั่งจิบชาด้วยใบหน้าบูดบึ้ง เมื่อได้ยินเสียงซุบซิบนินทาจากโต๊ะข้าง ๆ

“ข้าได้ยินมาว่าองค์หญิงหลิงเฟยทรงงดงามราวกับเทพธิดาเลยนะ”

สตรีผู้หนึ่งเอ่ยขึ้น

“ใช่แล้ว! แต่ข้าก็ได้ยินมาว่าองค์หญิงเอาแต่ใจและชอบอาละวาดด้วยเช่นกัน” สตรีอีกคนเสริมขึ้นมา

หลิวซินวางถ้วยชาลงอย่างกระแทกกระทั้น เสียงดังไปทั่วห้องน้ำชาจนทุกคนหันมามอง เธอเช็ดมุมปากด้วยผ้าแพรไหมเนื้อดี พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“เอาแต่ใจได้อย่างไรกัน? ข้าไม่เชื่อว่าสตรีที่มาจากสกุลสูงส่งจะทำเรื่องไร้สาระเช่นนั้น!”

“หลิวซิน เจ้าอย่าเพิ่งตัดสินใจเร็วไปนักเลย เรื่องพวกนี้เป็นเรื่องของราชวงศ์ เราไม่ควรไปก้าวก่าย” เพื่อนสนิทของเธอ ‘ซูเม่ย’ รีบเอ่ยเตือน

หลิวซินหัวเราะเยาะ

“ราชวงศ์หรือ? ถ้าจักรพรรดิทรงรักองค์หญิงจริง เหตุใดจึงส่งองค์หญิงมาดูตัวกับคุณชายเซวียหลงผู้ไร้ประโยชน์นั่นเล่า? นี่มันเหมือนการเนรเทศกลาย ๆ ไม่ใช่หรือ?”

ทุกคนในโรงน้ำชาเงียบกริบ ไม่มีใครกล้าเอ่ยอะไรออกมาอีก การแต่งงานครั้งนี้เป็นพระราชโองการของจักรพรรดิหลีอู่ ไม่ว่าใครก็ไม่กล้าวิพากษ์วิจารณ์มากนัก

ในขณะที่เซวียหลงกำลังเดินทางไปยังจวนเสนาบดีของตนเองอย่างเชื่องช้า เขาก็นึกถึงเรื่องราวในอดีตที่ทำให้เขาต้องกลายเป็นคุณชายจอมเพี้ยนเช่นทุกวันนี้

เมื่อสิบปีก่อน มารดาของเขา ‘ฮูหยินเซวีย’ ได้ล้มป่วยลงอย่างกะทันหัน บิดาของเขาซึ่งเป็นเสนาบดีซ้ายในขณะนั้น จำต้องเดินทางไปยังชายแดนเพื่อปฏิบัติหน้าที่ ฮูหยินเซวียเฝ้ารอคอยบิดาของเขากลับมาจนวาระสุดท้ายของชีวิต แต่เขาก็ไม่เคยกลับมาเลย

เซวียหลงในวัยเพียงเจ็ดขวบได้แต่นั่งร้องไห้อยู่ข้างเตียงของมารดา เฝ้าคอยบิดาที่ไม่กลับมาดูแลมารดาของตนเองจนสิ้นลมหายใจ เขาเกลียดบิดา เกลียดที่บิดาทอดทิ้งมารดาไปเพียงเพราะคำว่าหน้าที่

หลังจากนั้นไม่นาน บิดาของเขาก็แต่งงานใหม่กับฮูหยิน ‘หลี่’ ฮูหยินหลี่เป็นสตรีที่อ่อนโยนและมีเมตตา เธอปฏิบัติกับเซวียหลงราวกับบุตรแท้ ๆ แต่เซวียหลงก็ไม่เคยเรียกเธอว่ามารดาเลยแม้แต่ครั้งเดียว เขายังคงจมปลักอยู่ในความเกลียดชังที่มีต่อบิดาตั้งแต่ตอนนั้นมา

เขาใช้ชีวิตอย่างเหลวแหลก ไม่สนใจการร่ำเรียนหรือฝึกฝนวิชาใด ๆ คุณชายเซวียหลงที่เคยเป็นเด็กน้อยผู้เฉลียวฉลาดได้หายไป เหลือเพียงคุณชายจอมเพี้ยนที่คอยก่อเรื่องวุ่นวายไม่เว้นแต่ละวัน เพื่อต่อต้านบิดาผู้เคร่งครัดในระเบียบแบบแผน

“ไม่ว่าข้าจะทำอะไร บิดาล้วนไม่พอใจข้าซักอย่าง!” เขาบ่นพึมพำกับตัวเอง

“ถ้าอย่างนั้น ข้าก็จะทำในสิ่งที่ทำให้บิดาไม่พอใจให้ถึงที่สุด!”

เฟิงที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ได้ยินดังนั้นก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขาเข้าใจความรู้สึกของคุณชายดี แต่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้ว่าอนาคตของคุณชายจะเป็นอย่างไรต่อไป

ในที่สุด รถม้าของเซวียหลงก็มาถึงจวนเสนาบดีซ้าย เฟิงรีบลงจากรถและช่วยเปิดประตูให้คุณชายของเขา เซวียหลงก้าวลงจากรถช้า ๆ ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเต็มไปด้วยความมึนงงเมื่อเช้า ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยความรู้สึกไม่พอใจ เขาเดินตรงเข้าไปในห้องโถงใหญ่ ซึ่งเต็มไปด้วยญาติมิตรและแขกเหรื่อมากมาย

ทุกคนในห้องโถงเงียบกริบเมื่อเซวียหลงปรากฏตัว เสนาบดีซ้ายเซวียหมิงหันมามองบุตรชายด้วยใบหน้าบูดบึ้ง ฮูหยินหลี่รีบยื่นถ้วยชาให้เซวียหลงดื่มแก้กระหาย

“ดื่มชาเสียก่อนเถิดลูก” ฮูหยินหลี่เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

เซวียหลงรับถ้วยชามาดื่มรวดเดียวหมด พลางมองไปรอบ ๆ ห้องโถง ดวงตาคมกริบของเขาหยุดอยู่ที่สตรีผู้หนึ่งซึ่งนั่งอยู่ตรงข้ามกับเขา เธอสวมชุดสีแดงสด ใบหน้าถูกบดบังด้วยผ้าคลุมศีรษะสีแดงที่ประดับประดาด้วยเครื่องประดับระยิบระยับ

‘คงเป็นองค์หญิงหลิงเฟยเป็นแน่’ เซวียหลงคิดในใจ

ในขณะที่ทุกคนกำลังรอคอยพิธีการดูตัวอยู่นั้น เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านนอกห้องโถง

“องค์หญิงหลิงเฟยเสด็จแล้ว!”

ทุกคนในห้องโถงหันไปมองยังประตูด้วยความตกใจ เซวียหลงขมวดคิ้วแน่น เขามองไปยังสตรีตรงหน้าพลางคิดในใจ

‘ถ้าไม่ใช่องค์หญิง แล้วนางผู้นั้นเป็นใคร?’ ความคิดนี้ผุดขึ้นในใจของเซวียหลง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel