ตอนที่ 6 รู้จักกันมากขึ้น 1
“ที่นี่เหรอพี่ฝน”
“ใช่”
“บริษัทนำเข้ารถยี่ห้อหรูและผลิตอะไหล่ รวมทั้งจำหน่ายรถยนต์ยี่ห้อดังในไทย”
“ใช่ ทำไมเหรอ”
“พี่ฝน เฟิร์นว่า เราอาจจะมีอะไรให้ตกใจมากกว่านี้นะ”
“ทำไมล่ะ”
“เดี๋ยวตอนถ่ายงานจะมีแต่พนักงานที่มาดูเราใช่ไหม”
“ไม่นะ เห็นว่าท่านประธานบริษัทจะมาดูด้วยนะ เราถ่ายรถตัวใหม่ที่กำลังจะเปิดตัว คงจะมาคุมด้วยตัวเอง”
“อืม งั้นเดี๋ยวก็คงได้เจอ”
“เจอ ใครเหรอ”
“เดี๋ยวพี่ฝนก็รู้”
หทัยชนกพูดกับผู้จัดการสาวของเธอด้วยน้ำเสียงที่นิ่งเรียบ แต่อันที่จริงจะโทษอะไรวชิรวิษก็ไม่ได้ ในเมื่อตัวเธอไม่เคยถามเขา และเธอกับเขาก็ไม่เคยคุยกันถึงเรื่องอาชีพของอีกฝ่ายเลยสักครั้ง
หลังจากเตรียมตัวเสร็จเรียบร้อยก็ถึงเวลาเริ่มถ่ายทำ หญิงสาวนั่งรออยู่หลังฉากเพื่อรอให้ทีมงานเซ็ทฉากให้เรียบร้อย วันนี้เป็นการถ่ายภายในรถและถ่ายแบบโคลสอัพ ในช่วงบ่ายก็จะเป็นการถ่ายฉากขับรถ ซึ่งตรงนี้ทีมงานเองก็หวั่นใจไม่น้อย เพราะพวกเขารู้แค่ว่าหญิงสาวขับรถเป็นและมีใบขับขี่เพียงเท่านั้น
“น้องเฟิร์น ฉากพร้อมแล้วค่ะ”
“ค่ะ”
เมื่อทีมงานเข้ามาตามที่หลังฉาก หญิงสาวก็เดินออกไปด้วยใบหน้าเรียบเฉย จนกระทั่งเริ่มถ่ายทำไปได้ไม่นาน บุคคลที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง
“สวัสดีครับ” เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้นเมื่อเขาเดินเข้ามาภายในบริเวณสถานที่ถ่ายทำ
“ทุกคนครับ นี่คุณวชิรวิษ ประธานหนุ่มสุดหล่อของบริษัทเรา และเป็นท่านประธานใหญ่ของบริษัทในเครือครับผม” ดนัยที่เดินตามหลังร่างสูงมา เอ่ยปากแนะนำเขากับทุกคน
พนักงานสาวหลายคนแอบซุบซิบกันถึงรูปร่างหน้าตาของชายหนุ่มที่มันโดดเด่นกว่านักแสดงหนุ่มหลายคน จนแม้แต่นักแสดงประกอบฉากสาวๆหลายคนเองก็คอยแอบมองเขาไม่ต่างกัน
“เชิญนั่งก่อนครับ ตอนนี้น้องเฟิร์นกำลังถ่ายฉากโคลสอัพ แต่ก็ใกล้จะเสร็จแล้วล่ะครับ ฝีมือดีมาก” ผู้ช่วยผู้กำกับเอาเก้าอี้สนามมาให้ชายหนุ่มนั่งก่อนจะพูดอธิบายเบาๆ เมื่อพวกเขาก็กำลังลุ้นกับฉากที่กำลังถ่ายทำ
“หืม เฟิร์น หทัยชนก?” ร่างสูงที่กำลังหย่อนตัวนั่งลงบนเก้าอี้ชะงัก แล้วทวนคำพูดด้วยน้ำเสียงเชิงถาม
“ครับ”
“ดิน นายลืมบอกอะไรฉันหรือเปล่า” ใบหน้าหล่อเหลาหันไปมองลูกน้องอย่างต้องการคำตอบ
“ผมก็เพิ่งรู้พร้อมกันนี่แหละครับนาย” ดนัยเองก็มีสีหน้าแปลกใจไม่แพ้กัน
“นายไม่ได้ดูชื่อนักแสดงเหรอ”
“เรื่องรายชื่อนักแสดง ทางคุณพรเป็นคนดูแลครับ”
“อืม เตรียมตัวรับศึกได้เลย”
“โถ่ นาย อย่าพูดแบบนี้สิครับ” ดนัยหน้าเหวอ เขาไม่มั่นใจเสียแล้วว่าศึกที่เจ้านายเขาว่า จะรับจากตัววชิรวิษหรือจากตัวหญิงสาว
“คัท โอเค พักกอง” ผู้กำกับสั่งคัทเสียงดัง ผู้คนบริเวณหน้าฉากจึงพักการถ่ายทำและเดินออกมาจากฉากด้วยใบหน้าเหนื่อยอ่อนเล็กน้อย
วชิรวิษมองหญิงสาวที่คุ้นเคยเป็นอย่างดีเดินเข้ามาที่หลังฉากด้วยแววตารอคอย เมื่อเห็นเธอเดินเข้ามาใกล้เขาก็ลุกขึ้นยืน
“.....”
“คะ?” หญิงสาวหยุดชะงักเมื่อเขายืนมองหน้าเธอโดยไม่ได้พูดอะไร
“มาตั้งแต่กี่โมง”
“เช้าค่ะ ไม่แน่ใจเรื่องเวลาค่ะ”
“แล้วทำไมไม่บอกพี่ว่ามาที่นี่”
“เฟิร์นเพิ่งรู้ตอนมาถึงที่นี่ค่ะ”
เพียงเท่านั้น บรรยากาศในกองก็เงียบสงัด พวกเขาอยากรู้อยากเห็นเมื่อรู้สึกว่าการพูดคุยของทั้งสองคนราวกับรู้จักกัน
“สวัสดีค่ะคุณดิน”
“สวัสดีครับคุณเฟิร์น”
“เอ่อ.....พวกคุณรู้จักกันเหรอ” ผู้กำกับเองก็ถามออกมาด้วยความแปลกใจ
“ครับ”
“......” หญิงสาวยืนนิ่งไม่ได้พูดอะไรออกมา
“เฟิร์นเป็นคนรักของผมเอง”
“.....เฟิร์นไปตกลงเมื่อไหร่คะเนี่ย”
“ไม่ได้ตกลงครับ แต่เฟิร์นไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ”
“คำสั่งเหรอคะ”
“ครับผม”
ดนัยสะดุ้งเมื่อนึกขึ้นได้ว่าพวกเขาคุยเรื่องส่วนตัว แต่เมื่อมองซ้ายมองขวาก็ไม่เห็นผู้คนแล้ว เขาได้โล่งใจที่ผู้ช่วยผู้กำกับกันคนให้ออกไปได้ทันเวลา
“พวกคุณไปคุยกันที่ห้องพักดีไหม พวกผมจะได้เซ็ทฉากใหม่” ผู้กำกับหนุ่มตบบ่าวชิรวิษเบาๆก่อนจะเดินออกไป
“รู้จักกันเหรอคะ”
“จ้ะ น้องชายเขาเป็นเพื่อนในกลุ่มของพี่ เลยได้รู้จักกัน”
“ค่ะ”
“ไปพักเถอะจ้ะ เฟิร์นคงมีอะไรจะถามพี่”
“ก็ไม่มีนี่คะ”
“ไปเถอะ”
หญิงสาวยืนชั่งใจอยู่ชั่วครู่ก่อนจะเดินนำออกไป โดยมีดนัยกับน้ำฝนเดินตามด้วยใบหน้าที่แหยไม่แพ้กัน
“เอ่อ คุยกันไปก่อนนะคะ เดี๋ยวพี่ไปหาน้ำกับมื้อเที่ยงมาให้” น้ำฝนพูดขึ้นเมื่อมาถึงห้องพักที่ทีมงานจัดเตรียมไว้ให้พร้อมกับวางข้าวของลงบนโต๊ะ
“ผมพาไปครับ แถวนี้มีร้านอร่อยอยู่หลายร้านเลย” ดนัยรีบพูดขึ้นเมื่อรู้สึกได้ว่าถ้าน้ำฝนออกไป เขาก็ต้องอยู่กับทั้งสองคนนี้คนเดียว
“ไปค่ะ”
น้ำฝนกับดนัยแอบสบตากันแล้วรีบพากันเดินออกไป โดยไม่ลืมปิดประตูห้องให้กับทั้งสองคน
หลังจากที่ทั้งสองคนออกไป หทัยชนกก็หลับตาลงพร้อมกับเอนหลังพิงโซฟาด้วยสีหน้าเหนื่อยล้า
“งานเยอะเหรอ”
“นิดหน่อยค่ะ”
“ถ่ายติดกันมากี่วันแล้ว”
“ตั้งแต่วันที่กลับมาจากไปเที่ยวนั่นแหละค่ะ เลิกกองตี 2 เข้ากอง 7 โมง ทุกวัน”
“แล้วเอาเวลาที่ไหนกลับบ้าน”
“ก็เลิกกองแล้วกลับเลย นอนกันบนรถเอา แล้วเปลี่ยนคนขับรถทุกวัน ไม่งั้นก็คงไม่ได้นอนกัน” หญิงสาวพูดด้วยสีหน้าเหนื่อยล้า เธอไม่ได้ลืมตาด้วยซ้ำ
“แล้วทำไมไม่บอกพี่”
“เฟิร์นแทบไม่ได้จับโทรศัพท์ด้วยซ้ำ ขอนอนก่อนนะคะ พี่ฝนกลับมาเรียกเฟิร์นด้วยนะ”
วชิรวิษมองร่างบางที่เอนกายลงนอนบนโซฟา เธอหลับแทบจะทันทีที่พูดจบ เขาจึงถอดเสื้อสูทออกมาคลุมขาให้กับเธอ ก่อนจะนั่งลงบนโซฟาตัวข้างๆ และนั่งเงียบๆอยู่แบบนั้น
