ตอนที่ 6 รู้จักกันมากขึ้น 2
“กลับมาแล้วค่ะ”
น้ำฝนเปิดประตูแล้วก้าวเข้าไปช้าๆหลังจากเคาะประตูห้อง เมื่อมาถึงก็เห็นว่าหญิงสาวกำลังนอนอยู่บนโซฟาโดยมีวชิรวิษนั่งทำงานอยู่ข้างๆ
“นาย”
“อืม”
ดนัยถือข้าวของเข้ามาวางบนโต๊ะ เขาซื้อมาสำหรับพวกเขาทั้ง 4 คน เพราะก่อนหน้านี้ได้เตรียมของเลี้ยงสำหรับทีมงานเรียบร้อยแล้ว
“เฟิร์น กินข้าว” น้ำฝนปลุกหทัยชนกพร้อมกับช่วยให้เธอลุกขึ้นนั่ง แล้วนั่งลงตรงข้ามหญิงสาว
“มานานแล้วเหรอคะ”
“เพิ่งมาถึงเลย กินก่อนนะ”
หลังจากที่ดนัยกับน้ำฝนช่วยกันเตรียมของกินให้หทัยชนกกับวชิรวิษเสร็จ ทั้ง 4 คนก็ลงมือจัดการกับอาหารตรงหน้าพร้อมกับเสียงพูดคุยเรื่องงานเบาๆจากสองหนุ่ม โดยที่หทัยชนกได้แต่นั่งกินเงียบๆ เพราะเธอยังสะลึมสะลืออยู่
ในช่วงของการถ่ายทำในครึ่งหลัง วชิรวิษมีอาการไม่สบายใจเล็กน้อย เพราะเขารู้ว่ามันต้องถ่ายฉากขับรถและจะมีการดริฟต์ ซึ่งเขาก็เพิ่งรู้ว่าหญิงสาวจะถ่ายมันด้วยตัวเอง
“นักแสดงพร้อม กล้องพร้อม แอ็กชั่น”
ผู้คนด้านหลังกล้องตกอยู่ในความเงียบ เมื่อทุกคนกำลังลุ้นระทึกและเอาใจช่วยหทัยชนก รวมทั้งตัวหญิงสาวเองก็อยากจะถ่ายฉากนี้ให้ผ่านในเทคเดียว การถ่ายฉากนี้ใช้กล้องถึง 2 ตัว คือถ่ายจากในรถ และถ่ายจากด้านนอก
เมื่อถึงเวลา หญิงสาวก็เริ่มขับรถวนไปเรื่อยๆ จนได้ภาพที่ต้องการ และให้ได้ความเร็วสำหรับการดริฟต์ เมื่อเธอพร้อม หญิงสาวส่งสัญญาณตามที่ตกลงกับทีมงานเอาไว้และทำการดริฟต์รถตามที่บรีฟกับทีมงาน จนกระทั่งการถ่ายทำจบลง เธอออกมาจากรถท่ามกลางเสียงปรบมือ
“ไปหัดขับแบบนี้มาจากไหน” วชิรวิษเดินออกมายืนรอรับหญิงสาวทันทีที่เธอเดินกลับเข้ามา
“งานอดิเรกค่ะ” หญิงสาวตอบพร้อมกับรอยยิ้ม
“หืม”
“เฟิร์นเป็นนักแข่งรถค่ะ เคยได้ถ้วยรางวัลด้วยนะคะ”
“หะ.....”
ใบหน้าหล่อเหลาเหวอไปเมื่อได้ยินสิ่งที่คนตรงหน้าบอก ดนัยเองก็อึ้งไม่แพ้เจ้านาย แต่เมื่อเขามองน้ำฝนที่ทำหน้าเฉยๆ ก็รู้ว่าสิ่งที่หทัยชนกพูดคือเรื่องจริง
“พูดจริงเหรอ”
“จะโกหกทำไมล่ะคะ”
“ไม่เห็นบอกพี่”
“ก็ช่วงนั้นไม่ค่อยได้คุยกัน อีกอย่างพี่ก็ไม่ได้ถาม” หญิงสาวตอบก่อนจะเดินเข้ามาหาร่างสูงเมื่อเขาพยักหน้าเรียกเธอ
“เด็กดื้อ”
“เฟิร์นน่ะเหรอดื้อ”
“ไม่ดื้อน้อยด้วยนะ ดื้อมาก”
หญิงสาวเตรียมจะเถียงแต่ก็ต้องเงียบลงเมื่อเห็นสายตาเป็นห่วงที่มองมา เธอถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะหมุนตัวให้เขาดูว่าเธอไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน
“วันนี้เสร็จงานแล้วใช่ไหม”
“ค่ะ”
“งั้นไปด้วยกัน”
“ไปไหนคะ”
“ห้องทำงานพี่”
หญิงสาวหันไปมองน้ำฝนเชิงถาม แต่เมื่อเห็นน้ำฝนหยิบโทรศัพท์ออกมาดูแล้วพยักหน้าเชิงบอกว่าไม่มีปัญหาเธอก็พยักหน้ารับ
“เฟิร์นกลับก่อนนะคะ” หญิงสาวหันไปบอกทีมงานและยกมือไหว้อย่างสุภาพ
สองหนุ่มสาวพากันเดินออกไปจากสถานที่ถ่ายทำหลังจากที่ล่ำลาทีมงาน วชิรวิษพาหญิงสาวขึ้นลิฟต์ไปยังห้องทำงานของเขาโดยมีดนัยตามมาทีหลัง
“พี่ขอทำงานสัก 2 ชั่วโมง แล้วเดี๋ยวเราไปกินมื้อเย็นกัน”
“ค่ะ”
ร่างสูงนั่งลงหลังโต๊ะทำงานของตัวเองโดยมีหญิงสาวเดินสำรวจไปรอบๆห้อง เธอเดินตรงไปยังมุมชั้นวางหนังสือด้วยแววตาเป็นประกาย
“ชอบเหรอ”
“ค่ะ”
“ไว้เอาหนังสือของเฟิร์นมาเก็บไว้ที่นี่บ้างก็ได้ เผื่อวันไหนมานั่งเล่นที่นี่”
“ได้เหรอคะ”
“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ”
หญิงสาวยิ้มหวานด้วยความพอใจ เธอเดินสำรวจไปเรื่อยๆ จนเห็นว่ามีห้องอีกห้องหนึ่งอยู่ด้านหลัง
“มีห้องลับด้วยเหรอคะ”
“ไม่ลับหรอก เวลาขี้เกียจกลับบ้านหรืองานเยอะก็จะนอนค้างที่นี่ เลยทำห้องนอนเอาไว้น่ะ เข้าไปดูสิ รหัสคือวันเกิดเฟิร์น”
หญิงสาวกดรหัสที่ประตูตามที่เขาบอก ก่อนจะเปิดประตูแล้วเดินเข้าไป ภายในมีเตียงนอนขนาดใหญ่กับห้องน้ำส่วนตัว มีเสื้อผ้าแขวนเอาไว้อยู่ไม่กี่ชุดทั้งเสื้อผ้าทำงานและเสื้อผ้าลำลอง มีชั้นสำหรับจัดเก็บเอกสารที่เธอคิดว่าน่าจะเป็นเอกสารสำคัญหรือเอกสารที่เป็นความลับ
“ทำไมรหัสถึงเป็นวันเกิดเฟิร์นล่ะคะ”
“มันเป็นวันเกิดเฟิร์นตั้งหลายปีแล้วล่ะ ตั้งแต่ที่พี่เข้ามาบริหารที่นี่เต็มตัว”
“.....”
หญิงสาวไม่ได้ออกความเห็นอะไร เธอแค่เดินเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าโดยหยิบเอาจากเสื้อผ้าลำลองของเขา แล้วเดินออกมาจากห้องนั้นพร้อมกับปิดประตูเอาไว้ตามเดิม
“ตั้งค่าลายนิ้วมือเอาไว้สิ คราวหน้าจะได้ไม่ต้องกดรหัส”
“.....”
หญิงสาวยักไหล่ แล้วตั้งค่าลายนิ้วมือของตัวเองเอาไว้ตามที่เขาบอก ก่อนจะเดินออกมานั่งเล่นที่โซฟาตัวใหญ่ระหว่างที่รอเขาทำงาน
“ขออนุญาตค่ะ” ร่างของหญิงสาวที่วัยไล่เลี่ยกับเจ้าของห้องเปิดประตูเข้ามาพร้อมกับแฟ้มเอกสารในอ้อมแขนหลังจากสิ้นเสียงเคาะประตู
“วันนี้หมดแค่นี้ใช่ไหม”
“ใช่ค่ะ”
“งั้นเดี๋ยวผมกลับเลย คุณมีอะไรด่วนค่อยโทรไป”
“รับทราบค่ะ”
หลังจากรับแฟ้มเอกสารที่วชิรวิษเซ็นลายเซ็นลงไปเสร็จเรียบร้อย หญิงสาวคนดังกล่าวก็ค้อมศีรษะลงให้กับหทัยชนกเล็กน้อยเป็นเชิงทักทาย ก่อนที่จะเปิดประตูออกจากห้องไป
“เพ็ญพร เลขาของพี่อีกคน คอยดูแลงานทุกอย่างก่อนจะผ่านมาถึงดนัยและมาถึงพี่ ส่วนดนัยจะเป็นเหมือนคนสนิท คอยตามพี่ไปด้วยทุกที่ โต๊ะทำงานของทั้งสองคนอยู่ชั้นนี้ ตรงทางผ่านที่เฟิร์นเห็นตอนออกจากลิฟต์มานั่นแหละ”
“หืม ทั้งสองฝั่งเหรอคะ”
“ใช่ ฝั่งหนึ่งของเพ็ญพร อีกฝั่งของดนัย เพราะหัวหน้างานของแต่ละฝ่ายที่ต้องติดต่องานจะติดต่อพวกเขาได้โดยตรง พี่เลยจัดให้ชั้นนี้เป็นเหมือนชั้นส่วนตัว ให้พวกเขาอยู่ด้านนอกและติดแอร์บนชั้นนี้ทั้งชั้นไง เพราะชั้นนี้จะไม่มีคนนอกเข้าออก และคนที่ขึ้นมาถึงชั้นนี้ได้ก็จะเป็นระดับหัวหน้างานหรือคนที่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นมาเท่านั้น แต่ถึงจะขึ้นมาได้ก็จะไม่ได้รับการอนุญาตให้เข้ามาในห้องนี้”
“ลึกลับนะคะเนี่ย”
“ไม่ได้ลึกลับหรอก แต่พี่ต้องการความส่วนตัว”
หญิงสาวไม่ได้ตอบอะไร เธอเอนกายลงนอนเล่นโทรศัพท์บนโซฟา วชิรวิษมองแล้วยิ้มด้วยความเอ็นดูก่อนจะหันหน้าไปมองหน้าจอและทำงานของเขาต่อไป
