
บทย่อ
หทัยชนก หญิงสาวเติบโตมากับการเป็นนักแสดงตั้งแต่เด็ก เธอบังเอิญได้พบกับ วชิรวิษ ในฐานะเพื่อนรุ่นน้องในวงดนตรีของบิดา จนกระทั่งหญิงสาวเรียนจบ หน้าที่การงานอยู่ตัว รวมทั้งตัวเขาเองก็จบปริญญาโท เมื่อถึงวัยอันสมควร เขาก็เริ่มเดินหน้าเข้าหาเธออย่างเต็มตัว
ตอนที่ 1 ยินดีที่ได้รู้จัก 1
“เฟิร์น ป๊าจะไปซ้อมดนตรี ไปด้วยไหม”
“ไปที่ไหน กับใคร”
“ไปห้องซ้อมแถวนี้แหละ ถามเยอะ จะไปไหม”
“ไป”
“แล้วถามทำไม”
“ก็ถามเฉยๆ ไปกี่โมง”
“บ่ายๆ กินข้าวเสร็จค่อยไป”
“เค”
หทัยชนก หรือ เฟิร์น สาวน้อยน่าตาน่ารักพูดคุยเล่นกับบิดาของเธอ หนูน้อยเป็นเด็กกล้าแสดงออก พูดเก่ง ครอบครัวเธอจึงส่งเธอไปเรียนการแสดง และด้วยการแสดงออกที่น่ารักโดยธรรมชาติ และความหน้าตาดีของเธอจึงทำให้เธอได้มีผลงานการแสดงบ้างประปราย
วันนี้เป็นวันหยุดเธอจึงไม่ได้ไปโรงเรียน และไม่ได้เข้าไปที่โมเดลลิ่งเพราะเธอได้วันหยุดพักหลังจากที่ต้องไปถ่ายละครติดกันมาหลายวัน เมื่อบิดาชวนไปห้องซ้อมดนตรี เธอจึงตกลงไปด้วยโดยไม่ลังเล
เมื่อมาถึงที่ห้องซ้อมดนตรี สาวน้อยทักทายเพื่อนๆของบิดาเธอด้วยความสนิทสนม บิดาของเธอเล่นดนตรีมาตั้งแต่วัยรุ่น หลังจากที่มีเธอก็มักจะพาเธอไปด้วยเกือบทุกที่ อีกทั้งบิดาเธอก็ไม่ได้อายุมากเท่าไหร่ เพราะมีลูกตอนอายุยังน้อย ปีนี้หทัยชนกอายุ 10 ปี และอนุชิต บิดาของเธออายุเพียง 30 ปีเท่านั้น
“ไอ้นุ นี่น้องที่กูบอก ชื่อคิว อายุเพิ่ง 20 ปี” อู๊ดดี้ เพื่อนที่เป็นมือกีตาร์ควบตำแหน่งผู้จัดการของวงเอ่ยแนะนำสมาชิกคนใหม่กับอนุชิตเมื่อเขามาถึง
“สวัสดีครับ” วชิรวิษ ชายหนุ่มวัยรุ่นยกมือไหว้หลังจากได้รับการแนะนำ
“สวัสดีๆ ไอ้เฟิร์น ทักพี่เขาด้วย” อนุชิตรับไหว้อย่างเป็นกันเองก่อนจะบอกให้หทัยชนกทักทายเด็กหนุ่ม
“สวัสดีค่ะ”
“สวัสดีครับ”
“อ้าว ไอ้เฟิร์นมาด้วยเหรอ ไม่เห็นนะเนี่ย” อู๊ดดี้แกล้งหลานสาวด้วยการทำเป็นเหมือนไม่เห็นเธอ
“เจ๊กอู๊ด เฟิร์นงอนนะ”
“ไม่งอนๆ เจ๊กเลี้ยงพิซซ่า”
“หายงอนละ”
“ว่าไป แล้วกินได้เหรอ ถ่ายละครจบหรือยัง”
“จบแล้ว บทเฟิร์นถ่ายครบหมดแล้ว แต่ถึงกินก็ไม่เป็นอะไร เฟิร์นยังเด็ก กินได้”
“จ้ะ แม่เด็กน้อย กินแต่ละทีเหมือนกับเอาไปทิ้ง กินน้อยทั้งถาด”
“กินน้อย.....ทั้งถาด” วชิรวิษที่ฟังอาหลานแซวกันเล่นถึงกับต้องพูดทวน เมื่อได้ยินว่าสาวน้อยตรงหน้ากินพิซซ่าคนเดียวทั้งถาด
“ล้อเล่นน่ะ แต่ก็กินครึ่งถาดอยู่นะ” อู๊ดดี้ตอบชายหนุ่มรุ่นน้องแต่ก็ยังไม่วายแซวสาวน้อยอยู่ดี
“มึงก็แกล้งหลาน” อนุชิตส่ายหน้าแต่ก็หัวเราะตามเพื่อน
“เอาล่ะๆ ซ้อมมือกันหน่อยดีกว่า”
หลังจากเข้าประจำตำแหน่ง ดนตรีก็เริ่มบรรเลง ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่หทัยชนกได้เจอกับวชิรวิษ เธอมากับบิดาเกือบทุกครั้งและสนิทกับเพื่อนๆในวงของบิดาเพราะแต่ละคนคบกันมาตั้งแต่วัยรุ่นและเห็นเธอมาตั้งแต่เกิด แต่กับวชิรวิษที่เพิ่งเข้ามาร่วมวง เธอและเขาจึงเพิ่งได้พบกันเป็นครั้งแรก
2 ปีต่อมา
“ไปเร็วป๊า เดี๋ยวรถติด”
“เออๆ รู้แล้วๆ”
“ช่อดอกไม้ล่ะ”
“ไปซื้อที่นู่นก็ได้ มีขายเยอะแยะ”
“โอ๊ย หล่อแล้ว”
หทัยชนกเร่งให้บิดาขึ้นรถ วันนี้เป็นวันที่วชิรวิษรับปริญญา คนในวงเลยนัดกันไปแสดงความยินดีกับเขา แต่นัดกันรอบเย็นเพื่อจะไปกินเลี้ยงกัน ซึ่งรอบกินเลี้ยงหทัยชนกไปด้วยไม่ได้เพราะชายหนุ่มไปจัดเลี้ยงที่ร้านเหล้า เธอจึงต้องไปแสดงความยินดีที่มหาวิทยาลัยแทน
“พี่คิว อยู่ตรงไหนคะ”
“มาถึงกันแล้วเหรอ พี่อยู่ตรงข้างสนามบอล ฝั่งที่มีเต๊นท์”
“เดี๋ยวเฟิร์นเดินไป”
“โอเค แล้วคนอื่นๆล่ะ”
“ยังไม่มีใครมาถึงเลยเหรอคะ”
“ยังนะ”
“โอเค งั้นเดี๋ยวเจอกันค่ะ”
เมื่อมาถึงที่มหาวิทยาลัยอนุชิตก็ให้หทัยชนกเป็นคนโทรศัพท์หาวชิรวิษเพราะเขาต้องถือช่อดอกไม้ที่แวะซื้อกับของที่นำมาด้วย
หลังจากวางสายหทัยชนกก็เอาโทรศัพท์เก็บใส่กระเป๋าสะพายข้างใบเล็กของเธอ การที่สาวน้อยอายุเท่านี้แต่มีโทรศัพท์มือถือก็เพราะเธอต้องทำงาน และยามที่คนอื่นติดต่อบิดาของเธอไม่ได้ก็จะติดต่อกับเธอโดยตรง
“มาแล้วค่ะ”
“อ้าวเฟิร์น พี่นุ สวัสดีครับ”
“ครับ คนอื่นยังไม่มาเหรอ”
“โทรมาแล้วครับ บอกเอารถไปจอดที่ห้างแล้วเดี๋ยวนั่งแท็กซี่มา”
“แสดงว่าคงไปจอดที่เดียวกันนั่นแหละ”
หลังจากที่ยืนคุยกันสักพักคนอื่นๆก็ทยอยมาถึง เมื่อคนในวงมากันครบแล้วก็พากันถ่ายรูปและมอบช่อดอกไม้กับของขวัญแสดงความยินดี เมื่อชายหนุ่มได้เวลาเข้าหอประชุมทุกคนก็ขอตัวกลับ เมื่อเขาออกมาจึงใช้ช่วงบ่ายเวลากับเพื่อนกลุ่มอื่นและรอเจอกับทุกคนที่งานเลี้ยงตอนเย็น
