ตอนที่ 4 ละไว้ในฐานที่เข้าใจ 2
“โตแล้วนะเรา” ชายหนุ่มพูดคำที่แฝงนัยยะออกไปเพื่อรอดูว่าหญิงสาวจะรู้ความหมายหรือไม่
“โตนานแล้วค่ะ” หทัยชนกเองก็ตอบกลับนัยยะนั้นไปเช่นกัน
“จ้ะ”
สองคนเดินจับมือไปด้วยกันจนถึงทางออก เมื่อออกมาด้านนอกก็เห็นมีรถเข็นขายของอยู่ไม่กี่คัน แต่อย่างน้อยก็ยังพอมีของกินเล่นให้หญิงสาวได้กินรองท้อง
“เราแยกไปไหม เฟิร์นอยากไปไหนหรือเปล่า”
“ไม่มีที่อยากไปค่ะ เฟิร์นไม่รู้ว่าที่นี่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่ไหนบ้าง”
“อืม.....งั้นไปวัดบนเขาไหม แต่ทางไปจะน่ากลัวนิดหนึ่งนะ”
“ได้ค่ะ ไม่ไปพร้อมพวกเขา ไม่เป็นอะไรเหรอคะ”
“ไม่หรอกจ้ะ เราแค่ไปก่อนพวกเขา พวกเขาจะไปตามโปรแกรมในวันอื่น แต่ก็ต้องถามความสมัครใจของพวกเขาด้วยว่าอยากไปไหม เพราะถึงจะสวยแต่ก็อันตราย”
หทัยชนกไม่ตอบอะไร เธอปล่อยให้เขาเป็นผู้นำทาง ไม่ว่าเขาจะพาไปที่ไหน ถ้าเธอเห็นว่ามันไม่ได้อันตรายต่อตัวเธอและเขา เธอก็พร้อมจะไปกับเขา
หลังจากเที่ยวสถานที่ต่างๆ และแวะไปกินมื้อเย็นที่ร้านอาหารก่อนกลับเข้ามายังที่พัก ทั้งคู่ก็ต้องพบว่าทางโรงแรมไม่สามารถเปิดห้องพักใหม่ให้กับพวกเขาได้เพราะตอนนี้ไม่มีห้องไหนว่าง ถึงจะไม่ใช่ช่วงเทศกาล แต่ด้วยความที่เป็นจังหวัดแห่งการท่องเที่ยว จึงทำให้ที่พักที่นี่เต็มตลอด
“ทำยังไงดีคะ”
“เดี๋ยวพี่ไปนอนกับเจ้าดินก็ได้ เฟิร์นก็อยู่ห้องนี้ไป”
“แต่พี่คิวไม่ชอบอยู่ร่วมกับใครไม่ใช่เหรอคะ”
“.....รู้ได้ยังไง” วชิรวิษแอบแปลกใจที่หญิงสาวรู้นิสัยของเขา
“เดาเอาค่ะ เฟิร์นไม่ได้เพิ่งรู้จักพี่นะ” ดวงหน้าหวานส่งยิ้มน้อยๆ
“แต่เฟิร์นก็นอนห้องพี่ได้นะ ลืมหรือเปล่า” เขาย้อนถามเธอเป็นการลองเชิง
“ไม่เหมือนกันนี่คะ พี่คิวเองก็รู้” หญิงสาวสบตากับเขาตรงๆ
“.....เฟิร์นรู้เหรอ”
“ค่ะ”
“.....แล้วทำไมไม่บอกพี่ว่าเฟิร์นรู้”
“ก็พี่คิวไม่ถาม.....”
“ตัวแสบ”
หญิงสาวยิ้มทะเล้นใส่คนตัวสูงที่ส่ายหน้ากับความขี้เล่นของเธอ ทั้งเขาและเธอต่างก็รู้แก่ใจดีว่าเรื่องที่คุยหมายความว่าอย่างไร เพียงแต่ไม่มีใครพูดมันออกมา
“เอาล่ะ แล้วจะเอายังไง อีก 3 คืนที่เหลือนี้”
“แล้วแต่พี่คิวเลยค่ะ”
“แน่ใจเหรอว่าแล้วแต่พี่”
“.....ค่ะ”
“งั้นก็ตามนั้น”
หทัยชนกหัวเราะออกมาเบาๆ เมื่อเห็นชายหนุ่มมีอาการมันเขี้ยวเธอ แต่เธอรู้ดีว่าเขาจะไม่เป็นอันตรายกับตัวเธอแน่นอน
เช้าวันต่อมา
“ฮัลโหล” มือใหญ่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมารับสายโดยที่ไม่ได้ดูว่าปลายสายคือใคร เพราะเขารู้ดีว่าถ้าโทรมาแต่เช้าแบบนี้จะมีอยู่แค่คนเดียว
‘นาย ทางพนักงานประชุมกันเมื่อคืน พวกเขาบอกว่าจะจัดโปรแกรมใหม่กันเอง ให้ต่างคนต่างเที่ยวได้เลย’
“ยังไง”
‘คงจะแบ่งสายกันไปนั่นแหละ ว่าทีมไหนอยากไปไหน แล้วแบ่งรถกันไป’
“อืม ตามใจ”
‘ครับ’
หลังจากดนัยวางสายไป ชายหนุ่มเจ้าของร่างสูงที่ยังนอนอยู่บนเตียงตั้งใจจะหลับต่อ แต่เมื่อพลิกตัวกลับมาก็ต้องสะดุ้งที่ไม่เห็นร่างบอบบางนอนอยู่อีกฝั่งของเตียง
“ตื่นเร็วจัง” พึมพำกับตัวเองยังไม่ทันพ้นนาที หญิงสาวก็เดินเช็ดผมออกมาจากห้องน้ำ
วชิรวิษขยับกายนั่งเอนหลังพิงหัวเตียง ดวงตาคมมองใบหน้าหวานที่ขาวใสแม้ไร้เรื่องสำอางแต่งแต้ม
“คะ?”
“มานี่สิ”
หญิงสาวเดินมาหย่อนตัวนั่งลงบนขอบเตียงข้างๆเขาอย่างว่าง่าย ก่อนที่เธอจะปล่อยมือจากผ้าขนหนูผืนเล็ก เมื่อเจ้าของมือหนาดึงมันไปถือแล้วเช็ดผมให้เอง
“เราไม่ต้องรีบทำตามโปรแกรมแล้วล่ะ”
“ทำไมคะ”
“พวกเขาขอจัดโปรแกรมกันเองน่ะสิ”
“อ้าว.....”
“คงมีที่เที่ยวที่อยากไปล่ะมั้ง บางคนก็คงไม่ได้อยากเที่ยว เลยอยากจัดการแบ่งโปรมแกรมกันเอง”
“.....”
“เฟิร์นอยากไปไหนไหม”
“อยากไปนอนเล่นริมทะเลค่ะ”
“เอาไว้ตอนเย็นก็แล้วกัน แดดจะได้ไม่ร้อน”
“ค่ะ”
“หิวหรือยัง”
“นิดหน่อยค่ะ ยังเช้าอยู่เลยนี่คะ”
“งั้นรอพี่แป๊บนะ”
“ค่ะ”
หลังจากที่เห็นว่าเส้นผมยาวสลวยเริ่มแห้งแล้ว ผ้าขนหนูผืนเล็กก็ถูกส่งคืนให้กับเจ้าของ ก่อนที่ร่างสูงจะเดินหายเข้าห้องน้ำไปโดยมีดวงตากลมโตมองตาม
