ตอนที่ 4 ละไว้ในฐานที่เข้าใจ 1
หลังจากได้พักผ่อนให้พอได้หายเหนื่อย วชิรวิษก็สะดุ้งตื่นเพราะนึกขึ้นมาได้ว่าตนเองไม่ได้นอนอยู่คนเดียวเหมือนดังเช่นปกติ ร่างสูงลุกออกจากเตียงด้วยความระมัดระวังว่าหญิงสาวจะตื่น ก่อนจะหยิบเสื้อผ้าเดินหายเข้าห้องน้ำไป เมื่อออกมาก็พบว่าหทัยชนกตื่นแล้วและกำลังรอที่จะอาบน้ำต่อจากเขา หลังจากที่เธอตื่นนอนแล้วก็กลับห้องไปเอาเสื้อผ้ามาที่ห้องนี้
“เฟิร์นไปเอากระเป๋ามาไว้นี่ดีกว่านะ เพราะถ้าเขามาซ่อมแอร์มันอาจจะไม่สะดวกใจเรื่องของมีค่า”
“ค่ะ”
“เอาล่ะ พี่ลงไปรอที่โซนอาหารเช้านะ”
“ได้ค่ะ ขอบคุณนะคะ”
ชายหนุ่มยิ้มเอ็นดูหญิงสาวก่อนจะออกจากห้องไป เขาตั้งใจปล่อยให้เธออยู่ตามลำพัง เพราะคิดว่าหญิงสาวน่าจะต้องการความเป็นส่วนตัว
“นายโทรหาผมเหรอครับ”
“เออ”
เมื่อลงมาถึงที่โซนอาหารเช้า วชิรวิษกวาดตามองไปรอบๆ เมื่อเห็นดนัยนั่งอยู่ที่โต๊ะไม่ไกลก็เดินตรงดิ่งไปหย่อนตัวนั่งลงที่เก้าอี้ตรงข้ามพลางมองเลขาหนุ่มด้วยสายตาโกรธเคือง
“เมื่อคืนแอร์ห้องเฟิร์นเสีย เฟิร์นเลยมานอนห้องฉัน ฉันตั้งใจจะไปนอนกับนาย แต่โทรไม่ติด”
“พอดีแบตหมดครับ”
“เคาะก็ไม่เปิด”
“หลับครับ”
“.....”
“.....แล้วสรุปเมื่อคืนนายนอนไหนครับ”
“.....”
“ไม่ถามแล้วครับ”
“ติดต่อพนักงานด้วย ให้มาดูแอร์หน่อย ถ้ามันซ่อมไม่ได้จะได้เปิดห้องเพิ่ม เหลืออีกตั้ง 3 คืน”
“ครับผม”
หลังจากสั่งงานเสร็จวชิรวิษก็ลุกออกไปตักอาหารโดยที่ตักเผื่อหทัยชนกมาเลยทีเดียว เมื่อกลับมาถึงที่โต๊ะ หญิงสาวก็ลงมาถึงพอดี
“ทำไมลงมาเร็วจัง”
“เฟิร์นไม่ได้ใช้เวลานานขนาดนั้นนะคะ”
“กินข้าวเถอะจ้ะ”
หญิงสาวไม่ได้ตอบรับอะไร เธอหย่อนกายนั่งลงที่เก้าอี้ข้างๆเขา เพราะฝั่งตรงข้ามมีดนัยนั่งอยู่ก่อนแล้ว
“อรุณสวัสดิ์ครับคุณเฟิร์น”
“อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณดิน”
“เดี๋ยววันนี้ผมแจ้งพนักงานให้นะครับ อาจจะได้มีการเปิดห้องพักใหม่ ยังไงผมว่าคุณเฟิร์นย้ายของทั้งหมดมาไว้ที่ห้องนายก่อนก็ดีนะครับ”
“ค่ะ”
หลังจากที่ลงมือจัดการอาหารตรงหน้าจนเสร็จ พวกเขาก็ไปรวมตัวกันเพื่อทำตามโปรแกรมที่ลิสต์รายการกันเอาไว้ แต่ด้วยความที่หญิงสาวเป็นนักแสดงที่กำลังดัง เมื่อพวกเขาเห็นว่ามีหทัยชนกรวมอยู่ในทริปนี้ด้วย จึงเป็นที่ฮือฮาของพนักงานในบริษัทไม่น้อย
“แอบตื่นเต้นนะคะเนี่ย”
“ยังไม่ชินอีกเหรอคะคนดัง”
“ไม่เหมือนกันนะคะ”
วชิรวิษยิ้มเอ็นดู เมื่อเห็นหญิงสาวจับมือเขาเอาไว้แล้วขยับมายืนซ่อนข้างหลังเขา ก่อนจะพูดคุยกับพนักงานดูแลในส่วนของรายการเที่ยวประจำวันอีกเล็กน้อย ก็พาหญิงสาวไปขึ้นรถเพื่อรอให้คนอื่นๆพร้อมในการออกเดินทาง
“เราจะไปที่ไหนกันคะ”
“พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำครับ”
“พวกเขาจะเห็นด้วยเหรอคะ”
“เพราะเราอนุญาตให้พาครอบครัวมาด้วย หลายคนเลยพาลูกหลานมา พี่จัดโปรแกรมเอาไว้เผื่อเด็กๆน่ะครับ”
“อ๋อ ค่ะ”
“โปรแกรมเราไม่เยอะหรอกจ้ะ นอกโปรแกรมเราปล่อยเวลาอิสระ เผื่อใครอยากเล่นน้ำหรือไปไหน มีแค่เวลาอาหารที่ทุกคนจะมารวมตัวกันเท่านั้นจ้ะ”
“รอบคอบจังเลยนะคะ”
“ชมหรือประชดพี่คะ คนสวย”
“ชมสิคะ”
“ครบแล้วครับ”
หลังจากพูดคุยเล่นกันอยู่สักพัก ดนัยก็เปิดประตูรถขึ้นมานั่งพร้อมกับรายงานเสียงดังฟังชัด ร่างสูงพยักหน้ารับก่อนจะสั่งให้ออกรถเพื่อเดินทางไปยังจุดหมายที่ต้องการ
เมื่อเดินทางมาถึงที่พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ พนักงานแต่ละคนจะได้รับตั๋วเท่ากับจำนวนคนที่พามาด้วย ก่อนที่พวกเขาจะได้รับเวลานัดพบรวมตัวกันในเวลาหลังจากนี้ 2 ชั่วโมง เพื่อจะได้ไปที่อื่นต่อ
“ไปกันเลยไหม”
“ค่ะ”
วชิรวิษผายมือให้หญิงสาวเดินนำออกไป ก่อนที่เขาจะก้าวเดินตามหลังเธอ ดนัยมองภาพตรงหน้าแล้วชะงักไป เขาค่อยๆเดินช้าลงแล้วแยกตัวออกไป
สองหนุ่มสาวเดินไปด้วยกันเรื่อยๆ ท่ามกลางสายตาหลายคู่ที่มองพวกเขาด้วยความชื่นชม ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลารูปร่างสูงสมาร์ทกับหญิงสาวนักแสดงแถวหน้าดีกรีนางเอก ยามที่เดินไปด้วยกันมันเหมือนพวกเขากำลังดูซีรี่ส์รักวัยรุ่นอยู่
“เริ่มหิวแล้วค่ะ แถวนี้มีอะไรขายพอให้รองท้องไหมคะ”
“หืม เพิ่งทานก่อนออกมาจากโรงแรมไม่ใช่เหรอคะ”
“ก็ใช่แหละค่ะ”
“ไม่ต้องคุมอาหารเหรอ”
“ไม่ขนาดนั้นค่ะ”
“งั้นเดี๋ยวเราเดินไปที่ทางออกเร็วหน่อยไหม พี่ว่าน่าจะมีของขายอยู่นะ”
“ค่ะ”
หทัยชนกเดินไม่ต่อได้ไม่กี่ก้าวก็หยุดชะงัก ก่อนจะหันมาจับมือของชายหนุ่มที่เดินตามหลังให้เดินไปด้วยกัน
“ทำไมต้องเดินตามหลังด้วยล่ะคะ เดินไปพร้อมกันดีกว่าค่ะ”
วชิรวิษมองหญิงสาวด้วยแววตาอบอุ่น เขารู้ดีว่าเธอหมายถึงอะไร ตลอดเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่หญิงสาวยังเด็กจนปัจจุบัน เขามักจะคอยเดินตามหลังให้เธอเดินนำหน้าเขาอยู่หนึ่งก้าวเสมอ เพื่อที่เขาจะได้มองเห็นเธอได้ชัดเจนและคอยระวังให้เธอ แต่ในวันนี้เขาได้รู้แล้วว่าหทัยชนกรับรู้มาตลอดในสิ่งที่เขาทำ และเธอเองก็เป็นฝ่ายบอกให้เขาขยับขึ้นมาเดินไปพร้อมกัน
