ตอนที่ 3 ทริปแรก 2
เมื่อขึ้นมาถึงบริเวณที่นัดรวมตัวกัน หทัยชนกก็ต้องแปลกใจอีกครั้งเมื่อเห็นว่าจำนวนคนเยอะกว่าที่เธอคิด ซึ่งมองคร่าวๆแล้วน่าจะต้องใช้รถตู้หลายคันเลยทีเดียว
“กำลังคิดว่าทำไมพี่ใช้รถตู้ใช่ไหม”
“ค่ะ”
“เพราะรถตู้จะนั่งสบายกว่ารถทัวร์ เราใช้เวลาเดินทางหลายชั่วโมง การใช้รถตู้จะไม่เหนื่อยเท่านั่งรถทัวร์น่ะ”
“แต่ดูแล้วคนเยอะนะคะ น่าจะต้องใช้หลายคันเลย”
“เรื่องนั้นไม่มีปัญหาหรอกจ้ะ เพราะสัมภาระของแต่ละคนที่ไปที่เดียวกัน จะถูกเอาไปรวมไว้ที่รถคันเดียวเลยหรืออาจจะไม่เกิน 3 คัน จะได้ไม่ต้องมาเผื่อที่สำหรับจัดเก็บสัมภาระ ทำให้ไม่ต้องนั่งเบียดกันไง”
“แล้วใช้รถกี่คันคะ”
“ไม่เกิน 30 คัน รวมพวกรถขนสัมภาระกับข้าวของอื่นๆที่เอาไปด้วย พี่คิดว่าประมาณ 5 คัน”
“เยอะเหมือนกันนะคะ”
“ไปเถอะจ้ะ”
วชิรวิษยิ้มเอ็นดู เมื่อเห็นหทัยชนกมีอาการตกใจที่ได้ทราบจำนวนรถ ก่อนจะจับมือเล็กของหญิงสาวแล้วเดินไปรวมตัวกับเลขาส่วนตัวของเขา
“ครบหรือยัง”
“ครับ กำลังทยอยเอาของขึ้นรถ แล้วเดี๋ยวนับจำนวนคนของแต่ละคันก็พร้อมออกเดินทางครับ”
“อืม”
“นายเอารถไปเองเลยเหรอครับ”
“อืม วันนี้ไม่ไว้ใจให้คนอื่นขับ”
“ครับผม”
“อ้อ เฟิร์น นี่ดิน หรือดนัย เลขาของพี่ ดิน นี่น้องเฟิร์น นายน่าจะรู้จักเธอ”
“สวัสดีค่ะ”
“สวัสดีครับ”
ดนัยมองเจ้านายหนุ่มด้วยแววตาสงสัย แต่ก็เก็บอาการไว้ได้มิดชิดตามประสาคนทำงานด้วยกันมานาน
“ดิน นายจะไปกับฉันหรือจะไปกับคนอื่น”
“แล้วแต่นายจะกรุณาเลยครับ”
“งั้นไปกับฉัน”
“ครับผม”
หลังจากทุกอย่างพร้อม รถทุกคันก็ออกเดินทางเพื่อมุ่งหน้าสู่จังหวัดภูเก็ต โดยได้มีการแวะเที่ยวสถานที่ต่างๆหลายแห่งไปตลอดทาง จนกระทั่งเดินทางไปถึงที่หมาย ถึงกินเวลาไปกว่าค่อนคืน โชคดีที่ทางบริษัทจัดการเหมาที่พักเอาไว้ทั้งโซน จึงไม่เป็นการรบกวนแขกท่านอื่นมากนัก
“เฟิร์นพักอยู่ห้องนี้นะ จะขนาบข้างด้วยห้องของดินและห้องของพี่ เผื่อมีอะไรเกิดขึ้นจะได้เรียกหาพี่หรือดินได้”
“แหม พี่คิว ที่พักระดับนี้เลยนะคะ”
“มันก็ไม่เหมือนพักโรงแรมนะคะน้องเฟิร์น อีกอย่างนักท่องเที่ยวเยอะจะตาย”
“ค่าๆ”
ที่พักในวันนี้ถูกจัดเอาไว้ให้พนักงานระดับหัวหน้าขึ้นไปพักอยู่บนโรงแรม ซึ่งทางบริษัทจัดการจองเอาไว้ทั้งชั้นเพื่อให้ติดต่อหากันได้สะดวกและเป็นการลดการรบกวนแขกท่านอื่น
“เอาล่ะ งั้นแยกย้ายกันไปพักก่อนนะ แล้วเดี๋ยวได้เวลามื้อเช้าค่อยมารวมตัวกันที่โซนอาหารที่เขาจัดเอาไว้ให้บริษัทเรา”
“รับทราบค่ะ”
เมื่อวชิรวิษส่งหญิงสาวเข้าห้องพักผ่อนเรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่มก็เข้าห้องพักของตัวเองเพื่อพักผ่อน แต่หลังจากที่อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าและเตรียมตัวที่จะพักผ่อน ก็ได้มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
“พี่คิว หลับหรือยังคะ”
“ยังจ้ะ มีอะไรคะ”
“คือแอร์ห้องเฟิร์นน่าจะพัง พอเปิดไปสักพักแล้วมันดังครึ่กๆ แล้วแอร์ก็ดับค่ะ”
“.....”
“.....”
“งั้นมาพักห้องพี่ก่อนก็แล้วกัน เดี๋ยวพี่ไปนอนกับเจ้าดิน”
“ขอโทษด้วยนะคะที่ต้องรบกวน”
“ไม่เป็นอะไรจ้ะ เหตุสุดวิสัยนี่ ถึงไม่มีเหตุสุดวิสัยก็มารบกวนพี่ได้ตลอด”
ประตูห้องถูกเปิดออกกว้าง ขาเรียวยาวก้าวเข้ามาในห้องช้าๆ พร้อมกับที่ร่างสูงของเจ้าของห้องเดินไปหยิบโทรศัพท์กับกระเป๋าสตางค์แล้วเดินออกจากห้องไป หญิงสาวเองก็เดินตามออกไปเพื่อส่งเขาด้วยเช่นกัน
ชายหนุ่มยืนเคาะประตูห้องพักที่ดนัยพักอยู่สักพัก แต่ไม่มีเสียงตอบรับจึงกดโทรศัพท์โทรออกหาเจ้าของห้อง ก่อนจะยืนนิ่งไปเมื่อติดต่อปลายสายไม่ได้
“ไอ้ดิน.....”
“มีอะไรเหรอคะ”
“โทรไม่ติด น่าจะแบตหมด”
“.....”
“.....”
“งั้นไปพักที่ห้องก็ได้ค่ะ”
“อย่าดีกว่า ใครรู้เข้า เฟิร์นจะเสียชื่อ”
“แล้วจะทำยังไงล่ะคะ ในเมื่อติดต่อใครไม่ได้ แล้วพนักงานก็คงจะมาดูแอร์ตัวที่พังได้ในตอนเช้า”
“.....”
“เฟิร์นไม่ได้เป็นเด็กนะคะ เฟิร์นโตพอที่จะดูแลตัวเองได้แล้ว”
“พี่ว่าถ้าเฟิร์นเป็นเด็ก พี่คงจะไม่ลำบากใจเท่านี้”
“.....”
“เห้อ ไปเถอะ เดี๋ยวเฟิร์นจะไม่ได้นอน เหนื่อยจากการเดินทางมาทั้งวันแล้ว พักผ่อนก่อน เช้าค่อยติดต่อพนักงาน”
“ค่ะ”
หทัยชนกแอบขำ หญิงสาวรู้ว่าเขากังวลอะไร แต่เธอเองก็ไม่ได้คิดมากขนาดนั้น เธอมองออกว่าเขาชอบเธอ อีกอย่างหญิงสาวก็มั่นใจว่าตัวเขาเองมีเกียรติมีให้เกียรติมากพอที่จะไม่แตะต้องเธอ
หลังจากเข้ามาภายในห้อง หทัยชนกมองซ้ายมองขวาแล้วก็หัวเราะออกมา เมื่อเห็นว่าคนที่ยืนอยู่ข้างๆ มีสีหน้าตึงเครียดมากแค่ไหน
“เฟิร์น.....” เขาพูดเสียงต่ำปรามหญิงสาวเบาๆ
“อย่าคิดอะไรมากสิคะ มันคือเหตุสุดวิสัยที่เราไม่สามารถควบคุมได้ อีกอย่างบนชั้นนี้มีแต่พนักงานของบริษัทพี่นะคะ”
“มันก็ใช่แหละ.....”
“อย่าคิดเยอะค่ะ เตียงออกจะกว้าง นอนคนละฝั่งก็ได้นี่คะ”
“.....”
“คะ?”
“ช่างเถอะจ้ะ”
ชายหนุ่มถอนหายใจเบาๆ เมื่อมันหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งสองคนต่างนั่งลงบนขอบเตียงคนละฝั่ง แล้วเอนตัวลงนอนหันหลังให้กัน ไม่นานต่างคนต่างก็หลับสนิทหลังจากเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางยาวนานหลายชั่วโมง
