ตอนที่ 2 เจอกันอีกครั้งในวันที่โตขึ้น 1
“ไปรายงานตัวก่อน เดี๋ยวมา”
“เออ มาเร็วๆ”
หญิงสาวพยักหน้าก่อนจะเดินหายออกไปจากจุดที่บิดาของเธอกับเพื่อนๆของเขานั่งกันอยู่
วันนี้เป็นวันที่หญิงสาวรับปริญญา และเธอเป็นหลานคนแรกของกลุ่ม บรรดาเพื่อนของบิดาจึงพากันมาถ่ายรูปร่วมยินดีกับเธอด้วย
พ้นหลังหทัยชนกไป ได้มีร่างสูงเดินเข้ามาบริเวณนั้นพร้อมกับดอกไม้สดช่อใหญ่และช่อดอกไม้เงินสดที่มูลค่าไม่น้อย มืออบอุ่นหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกงและกดโทรออกหาเจ้าของช่อดอกไม้ที่เขาตั้งใจนำมาให้
“คิว อยู่นี่”
แต่ยังไม่ทันที่ปลายสายจะกดรับก็มีเสียงเรียกเขาดังขึ้นไม่ไกล เมื่อเขามองหาไปทางที่มาของเสียงก็เจอกับกลุ่มเพื่อนนักดนตรีของเขาที่นั่งโบกมือเรียกกันอยู่ พร้อมกับโทรศัพท์ของเจ้าของช่อดอกไม้ที่อยู่ในมือบิดาของเธอ
“รถติดเหรอ”
“นิดหน่อยพี่นุ มาช้าเพราะแวะไปเอาดอกไม้มา เจ้าเฟิร์นล่ะ”
“ไปรายงานตัว เดี๋ยวก็มา”
วชิรวิษพยักหน้ารับก่อนจะหย่อนตัวนั่งลงเก้าอี้ฝั่งที่ว่างอยู่เพื่อรอให้เจ้าของช่อดอกไม้มารับมันไป
“ร้อนมากอะ ขนาดยังเช้าอยู่เลยนะ อ้าวพี่คิว สวัสดีค่ะ”
“ครับผม”
“ทำไมสภาพเป็นแบบนั้น” อนุชิตถามบุตรสาวเมื่อเห็นสภาพเหน็ดเหนื่อยของเธอถึงแม้เธอจะยิ้มอยู่ก็ตาม
“ไปถ่ายรูปมานะสิ แวะถ่ายมาตลอดทางเลย”
หทัยชนกเริ่มได้รับบทบาทนางเอกตั้งแต่เธออายุ 16-17 ปี อาจจะเป็นเพราะรูปร่างหน้าตาและการแสดงของเธอที่พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ เธอจึงได้รับบทบาทนางเอกเร็ว แต่ถ้าเทียบกับความพยายามและอายุการทำงานในวงการของเธอก็ไม่ถือว่าเร็ว
“ถึงคิวพี่หรือยัง”
“อุ๊ย ขอบคุณค่ะ”
มือใหญ่อบอุ่นส่งช่อดอกไม้ทั้งสองช่อให้กับหญิงสาวที่รับมากอดเอาไว้ ก่อนจะชวนกันถ่ายรูปกับเขาและกับคนอื่นเพราะเดี๋ยวเธอต้องถ่ายรูปกับกลุ่มแฟนคลับของเธอที่มาเพื่อเธอในวันนี้
หลังจากหญิงสาวเข้าหอประชุมไปคนอื่นก็พากันกลับก่อน รวมทั้งอนุชิตที่กลับไปเตรียมตัวที่บ้านก่อน ปล่อยให้วชิรวิษอยู่รอพาหญิงสาวกลับ
ไม่นานมานี้หทัยชนกเพิ่งปลูกบ้านหลังใหม่ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านของวชิรวิษมากนัก อันที่จริงหญิงสาวบังเอิญได้คุยกับบิดาเรื่องการขยับขยายออกจากบ้านเดิมเพราะเธอโตมากขึ้น จึงตั้งใจว่าจะปลูกบ้านบนที่ดินมรดกที่มารดาของเธอเคยทำเอาไว้ให้เมื่อเธอมีอายุครบ 20 ปี จนเมื่อได้เริ่มมาดูที่ดินผืนดังกล่าวก็พบว่ามันอยู่ใกล้บ้านของวชิรวิษมาก ห่างกันเพียงไม่กี่ซอยเท่านั้น
“อ้าว ทำไมอยู่คนเดียวล่ะคะ”
“กลับไปรอที่บ้านกันแล้วล่ะ ไปซื้อของขวัญกันด้วยมั้ง”
“ของขวัญ?”
“ก็วันนี้พวกเราบางคนจะได้ไปบ้านเฟิร์นครั้งแรกไง รวมทั้งพี่ด้วย”
“พี่ไม่เคยไปบ้านเฟิร์นเหรอ นึกว่าเคยมาหาป๊าแล้วเสียอีก”
“ว่างไม่ตรงกันเลยน่ะ ถ่ายรูปต่อไหม หรือจะกลับเลย”
“กลับเลยก็ได้ค่ะ ถ่ายรูปไปเยอะแล้ว กลับไปพักดีกว่า เราค่อยหาวันไปถ่ายนอกรอบนะคะ”
“ไม่มีปัญหาจ้ะ งั้นเปลี่ยนรองเท้าเลย เดี๋ยวพี่ถือให้”
“ไม่เป็นไรค่ะ ให้พี่ฝนถือให้ก็ได้ค่ะ”
“พี่ถือให้ดีกว่า”
หทัยชนกเปลี่ยนใส่รองเท้าแตะหลังจากที่เธอมีอาการรองเท้ากัดแล้ววชิรวิษสังเกตเห็น หญิงสาวเก็บรองเท้าส้นสูงใส่กล่องแล้วเอาใส่ถุง โดยมีผู้จัดการของเธอคอยดูแลความเรียบร้อยให้
เมื่อเห็นว่าหญิงสาวเตรียมตัวเสร็จเรียบร้อย ร่างสูงก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ มือคว้ากระเป๋าสะพายของหญิงสาวมาสะพายเสียเอง หอบเอาช่อดอกไม้พร้อมกับหยิบถุงใส่กล่องรองเท้ามาถือไว้ ปล่อยให้ผู้จัดการส่วนตัวของหทัยชนกเป็นคนถือช่อดอกไม้จากบรรดาแฟนคลับ
ระหว่างทางเดินกลับไปขึ้นรถตู้หทัยชนกแวะถ่ายรูปไปตลอดทาง จนกระทั่งมาถึงรถ บรรดาแฟนคลับที่สนิทกันรวมทั้งผู้จัดการส่วนตัวของเธอก็ช่วยกันเอาช่อดอกไม้กับของขวัญขึ้นไปเก็บบนรถ
“เต็มรถเลย งั้นเดี๋ยวพี่ฝนกลับกับน้าแก้วก็ได้ค่ะ เดี๋ยวเฟิร์นกลับกับพี่คิว”
“โอเค คุณคิวจอดรถที่ไหนคะ”
“ด้านนู้นครับ”
“งั้นเอาอย่างนี้ เดี๋ยวให้น้าแก้วขับรถพาคุณคิวไปเอารถ แล้วคุณคิวค่อยวนกลับมารับน้องเฟิร์น พี่ก็จะได้กลับกับน้าแก้วพอดี”
“ครับผม ระวังตัวกันด้วยนะทั้งสองคน คนเยอะมาก”
“ค่ะ”
หลังจากวชิรวิษขึ้นรถ ชายวัยกลางคนก็ขับออกไป หทัยชนกยังถ่ายรูปกับแฟนคลับและรับของขวัญไปเรื่อยๆระหว่างรอ จนกระทั่งสักพักใหญ่วชิรวิษถึงขับรถเข้ามาจอดรับ ทั้งสามคนช่วยกันเอาของขวัญส่วนหนึ่งขึ้นรถ รอจนแก้วขับรถตู้เข้ามาจอดก็ช่วยกันขนอีกส่วนขึ้นเก็บบนรถตู้ ก่อนจะแยกย้ายกันขึ้นรถแล้วสารถีทั้งสองก็เหยียบคันเร่งพากันเคลื่อนตัวออกไป
