ตอนที่ 1 ยินดีที่ได้รู้จัก 2
3 ปีต่อมา
“มาถึงแล้วค่ะ พี่คิวอยู่ไหนคะ” เสียงหวานพูดเจื้อยแจ้วมาตามสาย
“ข้างเต๊นท์ที่เดิมเลยจ้ะ”
“โอเค เดี๋ยวเจอกันค่ะ”
วชิรวิษหยิบโทรศัพท์ขึ้นมารับสายหลังจากที่เขามาถึงที่มหาวิทยาลัยไม่นาน วันนี้เขามาคนเดียวเพราะบิดามารดาของเขาเสียชีวิตหมดแล้ว จึงมีเพียงเพื่อนๆเท่านั้นที่มาแสดงความยินดี
“มาแล้วค่า” หทัยชนกส่งเสียงสดใสทักทายมาพร้อมกับรอยยิ้มหวาน ปีนี้เด็กสาวอายุ 15 ปี เธอเติบโตขึ้นพร้อมกับการรับผิดชอบที่มากขึ้นเพราะเธอเริ่มรับงานในบทบาทที่โตขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง
“ไง”
“สวัสดีครับพี่นุ”
“จบโทด้วยอายุเท่านี้ ไม่ธรรมดาเลยนะเนี่ย”
“กว่าจะจบก็สาหัสเหมือนกันนะครับ”
อนุชิตไม่ตอบอะไร เขายิ้มให้หนุ่มรุ่นน้องด้วยสีหน้าและแววตาภาคภูมิใจ น้อยคนนักที่จะได้รู้จักกับเด็กหนุ่มที่เก่งแบบนี้
หลังจากพูดคุยกันไม่นาน คนอื่นๆก็ทยอยมาถึง หทัยชนกเป็นตากล้องมือสมัครเล่นให้กับพวกเขา เพื่อถ่ายรูปในโทรศัพท์ และมีตากล้องที่วชิรวิษจ้างมาคอยถ่ายรูปให้อย่างมืออาชีพ
“วันนี้เฟิร์นมาด้วยไหม พี่จัดเลี้ยงที่บ้าน” ใบหน้าหล่อเหลาที่วันนี้ดูดีเป็นพิเศษหันไปถามเด็กสาวด้วยใจหวังให้ไปร่วมกินเลี้ยงด้วยกัน เพราะคราวก่อนเด็กสาวก็ไม่ได้ไป
“อยากไปนะคะ แต่ไม่ว่างเลยค่ะ นี่เดี๋ยวเฟิร์นกลับไปเข้ากองถ่ายต่อ” สาวน้อยตอบด้วยน้ำเสียงเสียดาย
“เป็นดาราดังใหญ่แล้ว”
“ไม่จริงเลยค่ะ ไม่เห็นมีใครจำเฟิร์นได้เลย”
“งั้นพี่ท้าถอดแมส”
สองหนุ่มสาวต่างวัยยืนคุยกันจนกระทั่งถึงคิวเด็กสาวถ่ายรูป เธอถอดแมสออกเพื่อถ่ายรูปคู่กับวชิรวิษ แต่เพียงไม่กี่นาทีเธอก็สวมมันไว้ตามเดิม
หลังจากถ่ายรูปเสร็จก็แยกย้ายกันกลับ อนุชิตแวะไปส่งบุตรสาวเข้ากองถ่าย ก่อนที่จะไปรวมตัวกับคนอื่นแล้วไปร่วมกินเลี้ยงกันที่บ้านของวชิรวิษ
กลางดึกคืนนั้น หลังจากที่ทุกคนเริ่มเมากันได้ที่ ก็เป็นเวลาเดียวกับที่หทัยชนกทำงานเสร็จพอดี เธอจึงโทรศัพท์หาบิดา
“ป๊า เลิกกองแล้ว มารับเฟิร์นหน่อย”
“มีปัญหาแล้วล่ะ ป๊าดื่มเยอะไปหน่อย น่าจะขับรถไม่ได้ ให้คิวไปรับได้ไหม คิวไม่ค่อยได้ดื่ม”
“รบกวนพี่คิว งานเลี้ยงเขาจะให้เจ้าภาพออกจากงานมาได้ยังไง”
“เออน่า เดี๋ยวถามคิวมันก่อน”
หทัยชนกเงียบไปเมื่อได้ยินสิ่งที่บิดาบอก เธอนั่งรอคำตอบจากบิดาเงียบๆจนกระทั่งบิดาส่งโทรศัพท์ให้เธอเป็นคนคุยกับวชิรวิษเอง
“ว่าไงเฟิร์น”
“พี่คิว ป๊าเมาเหรอ”
“ก็เอาเรื่องอยู่นะ ทำไมอะ”
“เฟิร์นเลิกกองแล้วอะ จะให้ป๊ามารับ”
“อยู่ที่ไหนล่ะ เดี๋ยวพี่ไปรับเอง”
เด็กสาวชั่งใจอยู่ชั่วครู่ก่อนจะบอกเขาไปแล้วก็เดินเข้าไปรวมตัวกับคนอื่นที่ยังไม่กลับเพื่อรอให้ชายหนุ่มมารับ
ทางด้านวชิรวิษ หลังจากได้คำตอบว่าเด็กสาวทำงานอยู่ที่ไหนเขาก็กลับเข้าไปในเอากุญแจรถในบ้านแล้วก็ออกจากบ้านไป
ไม่นานก็ขับรถมาถึงสถานที่ตามที่หทัยชนกบอกไว้ เขาโทรหาเด็กสาวว่าเขามาถึงแล้ว และเพียงไม่นานเธอก็เดินออกมาขึ้นรถ รอจนเธอคาดเข็มขัดเรียบร้อยเขาจึงขับออกไป
“สวัสดีค่ะ”
“สวัสดีจ้ะ ให้พี่ไปส่งที่บ้านไหม พี่ว่าคืนนี้พี่นุน่าจะค้างที่บ้านพี่”
“ได้ค่ะ เอาที่พี่คิวสะดวกเลย”
“หรือจะไปที่บ้านพี่ มีห้องว่างอยู่นะ”
“ยังไงก็ได้ค่ะ เฟิร์นขอนอนสักพักนะ เหนื่อยมากกกก”
“แล้วพรุ่งนี้เช้าไปโรงเรียนไหม”
“เฟิร์นปิดเทอมแล้วค่ะ เพิ่งยื่นเอกสารเรียนต่อมัธยมปลายที่โรงเรียนเดิม”
“ปีนี้เฟิร์นอายุเท่าไหร่แล้ว”
“15 ค่ะ”
“โตเร็วจัง”
“เจอกันตั้งแต่พี่คิวเรียนมหาวิทยาลัยนี่คะ จนตอนนี้พี่คิวจบโทแล้ว เฟิร์นจะไม่โตได้ยังไง”
“เออเนอะ”
ร่างสูงเงียบเสียงไปสักพักในช่วงที่เขาต้องใช้สมาธิในการขับรถ เมื่อหันมาอีกที สาวน้อยหน้าหวานก็หลับไปแล้ว มืออบอุ่นกดเบาเครื่องปรับอากาศภายในรถ ก่อนจะหันมาตั้งใจขับรถกลับบ้าน
ชายหนุ่มใช้เวลาเพียงไม่นานก็ขับรถมาจอดที่หน้าบ้านของตัวเอง อันที่จริงเขาไปส่งเธอที่บ้านก็ได้ แต่เขาเป็นห่วงความปลอดภัยของเด็กสาวที่ต้องอยู่คนเดียว
“เฟิร์น ตื่นได้แล้ว”
“ที่ไหนคะ”
“บ้านพี่ ไปเถอะ เดี๋ยวพี่พาไปส่งที่ห้อง วันนี้ใส่เสื้อผ้าพี่ไปก่อน”
“ค่ะ”
หทัยชนกลงจากรถด้วยสีหน้างัวเงียแต่ก็เดินตามร่างสูงเข้าไปในบ้าน เธอแวะทักทายกลุ่มเพื่อนๆของบิดาที่อยู่ในงานเพียงชั่วครู่ก็เดินขึ้นชั้นสองไปพร้อมกับวชิรวิษที่ยืนรออยู่
“เฟิร์นนอนห้องนี้แล้วกันเพราะห้องนี้มันมีห้องน้ำข้างใน จะได้เป็นส่วนตัวหน่อย ให้คนอื่นที่จะค้างนอนห้องฝั่งนู้น เดี๋ยวพี่ไปเอาเสื้อผ้ามาให้”
“ค่ะ”
เด็กสาววางกระเป๋าลงบนโต๊ะข้างหัวเตียงก่อนจะหย่อนตัวนั่งลง ไม่กี่นาทีหลังจากที่วชิรวิษเดินออกไปก็กลับเข้ามาอีกครั้งพร้อมกับเสื้อผ้าของเขากับผ้าขนหนูผืนใหม่
“อาบน้ำพักผ่อนได้แล้ว”
“ค่ะ”
“พี่ไปนะ ข้างล่างยังมีแขกอยู่ ถ้าหิวก็โทรบอกพี่”
“เฟิร์นกินที่กองมาแล้วค่ะ”
“จ้ะ”
ร่างสูงเดินออกจากห้องไปอีกครั้งโดยไม่ลืมกดล็อกประตูให้เด็กสาวเพราะเขาไม่มีเหตุให้ต้องกลับเข้ามาอีก หทัยชนกมองตามแผ่นหลังกว้างไปด้วยสายตาครุ่นคิดก่อนจะลุกจากเตียงเดินหายเข้าห้องน้ำไปพร้อมกับเสื้อผ้าและผ้าขนหนูในมือ
