บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 2 เจอกันอีกครั้งในวันที่โตขึ้น 2

ที่บ้านของหทัยชนก หลังจากพนักงานจัดโต๊ะและข้าวของสำหรับกินเลี้ยงเสร็จก็ทยอยนั่งพัก โดยมีอนุชิตและกลุ่มเพื่อนๆของเขาลองเสียงและปรับจูนเสียงเครื่องดนตรีอยู่ในมุมหนึ่งของงาน

ไม่นานรถตู้ก็ขับมาจอดบริเวณที่จอดรถพร้อมกับรถของวชิรวิษ ร่างของหทัยชนกกับวชิรวิษลงจากรถมาก่อน ตามหลังด้วยผู้จัดการส่วนตัวของหญิงสาวอย่างน้ำฝน และปิดท้ายด้วยแก้ว คนขับรถประจำบ้าน

“พี่ฝนเอาช่อดอกไม้แห้งไปเก็บที่ห้องแฟนคลับได้เลยนะคะ ช่อดอกไม้สดเดี๋ยวเฟิร์นมาจัดใส่แจกัน พวกของขวัญเดี๋ยวเฟิร์นแกะเองค่ะ ส่วนช่อดอกไม้เงินเดี๋ยวเฟิร์นเอาไปไว้ในห้องนอนค่ะ” หญิงสาวบอกหลังจากที่ช่วยกันขนช่อดอกไม้กับของขวัญทั้งหมดเข้ามาไว้ในบ้าน

“ห้องแฟนคลับ?”  เสียงทุ้มพูดทวนประโยคด้วยความไม่แน่ใจ

“ค่ะ ข้างๆห้องทำงานของเฟิร์นมีห้องแฟนคลับอยู่ เอาไว้เก็บดอกไม้กับของขวัญที่แฟนคลับให้มาค่ะ”

“อ๋อ” ชายหนุ่มพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ

“ไปดูได้นะคะ เดี๋ยวเฟิร์นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน”

“ไม่รอถ่ายรูปก่อนเหรอเฟิร์น พี่ว่ารอถ่ายรูปก่อนดีกว่านะ” น้ำฝนรีบเบรกหญิงสาว หล่อนคิดว่าอาจจะต้องถ่ายรูปอีก

“ไม่เป็นไรค่ะ  เฟิร์นยังไม่ได้ลบเครื่องสำอาง เฟิร์นไปนะ เหนียวตัว” หญิงสาวพูดจบก็หันหลังเดินขึ้นบันไดไป

คืนนั้นหญิงสาวลงมาหลังจากได้พักผ่อนเพียงพอ ก็เป็นเวลาที่แขกมากันพร้อม เธอจึงมาร่วมถ่ายรูปและพูดคุยกับคนอื่นอย่างสนุกสนาน จนกระทั่งเริ่มดึกจึงขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วกลับลงมาอีกครั้งในชุดสบายๆพร้อมกับใบหน้าที่ลบเครื่องสำอางออกจนหมด ซึ่งคนที่ยังเหลืออยู่ในงานเกือบทั้งหมดคือเพื่อนนักดนตรีของอนุชิต

“เวลามันผ่านไปเร็วนะ เห็นเจ้าเฟิร์นมาตั้งแต่เกิด ตอนนี้เรียนจบแล้ว แถมยังเป็นดาราดังอีก” อู๊ดดี้พูดพลางมองหลานสาวด้วยสายตาภูมิใจ

“อีกไม่นานก็คงเข้าสู่วัยที่จะมีแฟน มีครอบครัว” พจน์พูดขึ้นบ้าง เขาเองก็ภูมิใจไม่น้อย เขามองหลานสาวเป็นดั่งลูก เพราะเขากับภรรยาไม่มีลูกเป็นของตัวเอง

“อย่าเพิ่งได้ไหม ยังไม่ได้เตรียมใจ” อนุชิตขัดขึ้นเบาๆ

“ลูกมึงเรียนจบแล้วนะ มีอาชีพจนหาเงินมาปลูกบ้านด้วยตัวเองได้ ให้เขามีความสุขบ้าง อีกอย่างนะ กูว่าไม่ต้องกลัวได้ใครก็ไม่รู้มาเป็นลูกเขยหรอก มึงดูนู่นเถอะ ตั้งแต่กลับมาถึงบ้าน มึงเห็นคิวมันออกห่างจากเจ้าเฟิร์นบ้างหรือยัง” อู๊ดดี้บอกให้อนุชิตมองอย่างคนช่างสังเกต ถ้าหากวชิรวิษจะจีบหลานของเขา เขากับพจน์ก็ไม่ติด เพราะวชิรวิษเองก็ดีพร้อมทุกด้าน และพวกเขาก็เห็นวชิรวิษมาตั้งแต่ชายหนุ่มยังเป็นวัยรุ่น

“เออ พอรู้สึกอยู่ แต่ยังไงก็ใจหายนี่หว่า”

“ไอ้บ้า ทำอย่างกับเฟิร์นมันจะแต่งงานวันนี้พรุ่งนี้เลยนะมึง”

“ยังทำใจไม่ได้โว้ย”

พจน์กับอู๊ดดี้ส่ายหน้ากับความกวนประสาทของอนุชิต พวกเขารู้ดีว่าหากเป็นวชิรวิษ อนุชิตเองก็ยอมรับอย่างไม่มีเงื่อนไขเช่นเดียวกันกับพวกเขา

“หิวไหม กินอะไรไหม”

“กินไม่ไหวแล้วค่ะ เหนื่อยมากเลย”

“เดี๋ยวพี่ไปเอาอะไรมาให้รองท้อง”

วชิรวิษเดินออกไปจากห้องรับแขกโดยมีหทัยชนกมองตาม หญิงสาวกำลังนั่งแกะของขวัญจากแฟนคลับของเธอ โดยมีน้ำฝนและวชิรวิษคอยช่วยอยู่ใกล้ๆ เมื่อเขาเห็นว่าหญิงสาวนั่งอยู่นานและยังไม่ได้กินอะไรจึงอาสาไปหาของกินมาให้เธอ

“เฟิร์น พี่ว่าคิวชอบเฟิร์น”

“เฟิร์นรู้ แต่เฟิร์นแค่รอพี่คิวพูดออกมาเอง”

“พี่ว่าก็ไม่มีอะไรเสียหายนะ โตๆกันแล้ว หน้าที่การงานก็ดีทั้งคู่”

“เฟิร์นกับพี่คิวรู้จักกันตั้งแต่เฟิร์นยังเด็ก มันเลยจุดที่จะต้องมาทำความรู้จักกันแล้วล่ะพี่ฝน”

“ก็ใช่ไง แล้วเฟิร์นอายุ 22 แล้ว การจะมีใครสักคนเคียงข้างก็ไม่แปลกนะ”

“ไม่รู้สิ เฟิร์นว่าปล่อยให้ในเป็นเรื่องของอนาคตจะดีกว่า ไม่แน่สักวันพี่คิวอาจจะขอเฟิร์นแต่งงานทั้งที่ไม่ได้คบกันก็ได้นะ”

“บ้า ไม่ขนาดนั้นมั้ง”

“เอ้า ใครจะไปรู้ล่ะพี่”

หทัยชนกพูดทีเล่นทีจริงกับผู้จัดการส่วนตัวของเธออย่างอารมณ์ดี หญิงสาวนั่งแกะของขวัญไปหลายชิ้นจนเริ่มเหนื่อย จึงละมือจากกองของขวัญตรงหน้าแล้วลุกขึ้นมานอนบนโซฟา

“มาแล้วจ้ะ  พี่ฝน ผมเอามาให้ด้วย พักกันก่อน” ร่างสูงเดินเข้ามาพร้อมกับของกิน 2 จานใหญ่

“พี่ออกไปกินข้างนอกดีกว่า 2 คนกินกันไปนะ.....”

“.....”

“กินข้าวกันไปนะ” น้ำฝนนึกได้ก็สะดุ้งก่อนจะพูดใหม่แก้เก้อ เมื่อทั้งหทัยชนกและวชิรวิษพร้อมใจกันหันมามองเธอ

หทัยชนกลุกขึ้นจากโซฟาด้วยแรงดึงจากคนตัวสูงที่ช่วยดึงเธอให้ลุกขึ้นมานั่งกินข้าว หญิงสาวมองเขาออกว่าเขาสนใจเธอมานานมากแล้ว เธอมั่นใจตั้งแต่วันที่เขาถามเธอว่าเธออายุเท่าไหร่ ดูเหมือนว่าเขาแค่รอเวลาให้เธอโตพอเท่านั้น เพราะตัวเขาเองไม่เคยขาดการติดต่อกับเธอเลยแม้แต่วันเดียว

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel