บทที่ 2 ลองเชิง - 2
“กรี๊ด...ปล่อยนะ” ร่างบอบบางพยายามดิ้นขลุกขลัก แต่เหมือนว่าทุกอย่างไม่เป็นใจเอาเสียเลย
“หุบปากสวยๆ ของเธอเดี๋ยวนี้เค้ก ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าฉันไม่เตือน” คณิสาหญิงที่อ่อนโยนในวันนั้น แปรเปลี่ยนเป็นผู้หญิงเอาแต่ใจและขัดคำสั่งของเขาทุกอย่าง ไม่อยากจะเชื่อว่าห้าปีจะสามารถเปลี่ยนเธอได้มากขนาดนี้
“ไม่หยุด...อย่ามายุ่งกับฉัน ไอ้คนทุเรศ ไอ้เลว...” แม้ร่างบอบบางจะอยู่บนบ่าบึกบึน แต่ถึงอย่างไรเธอก็ไม่ได้ถูกปิดปาก ฉะนั้นเธอมีสิทธิ์ที่จะพูดทุกอย่าง
“เออ!! ฉันทุเรศแล้วยังไงวะ ก็เคยเป็นผัวเธอมาก่อน ผัวที่เธอบอกว่ารักนักรักหนายังไงล่ะ” ริวจิตะโกนกลับอย่างเหลืออดที่โดนเธอดูถูกสารพัด
“ก็แค่อดีต ฉันไม่เคยคิดที่จะจดจำ คนเห็นแก่ตัวอย่างคุณ ฉันไม่เสียดายสักนิด...” คำแทงใจดำของคณิสาทำให้อารมณ์ของริวจิคุกรุ่นด้วยความโมโห
“บอกให้เงียบไงวะ”
ร่างเล็กถูกทุ่มเข้าไปในรถหรู จากนั้นชายหนุ่มก็เร่งตัวเองมานั่งฝั่งคนขับ ซึ่งยังไม่ทันที่คณิสาจะได้เปิดประตูออกจากตัวรถเลยด้วยซ้ำ
“กรี๊ด...”
“นั่งนิ่งๆ ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทน” ฤทธิ์เดชของคณิสาทำเอาชายหนุ่มเหงื่อตก แต่ถึงอย่างไรเขาจะปราบพยศของเธอให้จงได้
“เปิดประตูเดี๋ยวนี้ เปิด...” มือเล็กพยายามที่จะเปิดประตู แต่เหมือนมันจะล็อกจากฝั่งของคนขับ จนไร้สิ้นหนทางหนี
“ไม่เปิด...เรื่องอะไรฉันจะปล่อยให้คนที่ดูถูกฉันหนีไปด้วย” ริวจิบอกอย่างเย้ยหยัน
“เลว...”
“เออ...เลวแล้วยังไงวะ ฉันพูดดีๆ กับเธอ แล้วเธอจะยอมพูดดีๆ กับฉันไหม...” ครั้งก่อนเขาอุตส่าห์ยอมทิ้งศักดิ์ศรีเพื่อไปคุยกับเจ้าตัว แต่เหมือนว่าเธอจะไม่ฟังอะไร เอาแต่ไล่เขาราวกับหมูกับหมา
“หึ...บอกตัวเองดีกว่าไหม อย่ามาทำว่าฉันผิด คุณต่างหากที่ผิด ต่างคนต่างอยู่อย่ามายุ่งกันอีก” เสียงหวานบอกอย่างสั่นๆ ตอนนี้เธอเครียดและหวาดกลัวไปหมดแล้ว
“ไม่...” ชายหนุ่มตอบอย่างยียวน และยังไม่ทันที่ทั้งสองจะได้เปิดสงครามกัน เสียงโทรศัพท์ของคณิสาก็ดังขึ้น ทำให้เธอรีบหยิบมันขึ้นมา แต่ก็ยังช้ากว่าคนตัวโตที่นั่งอยู่ข้างๆ
“ว้าย...คุณจะทำอะไร เอามานะ” มือเล็กๆ พยายามเกี่ยวรั้งเพื่อดึงโทรศัพท์ในมือของเขาคืนมา แต่เหมือนชายหนุ่มจะไม่ยอมให้เป็นอย่างนั้น เขาจ้องมองหน้าจอ ก่อนจะพบว่าสายที่โทรเข้ามาคืออดีตเพื่อนเก่าอย่างคิมหันต์ และสิ่งที่ทำให้เดือดดาลมากกว่าเดิมคือภาพหน้าจอของคณิสา มีรูปคู่กับคิมหันต์และลูกๆ ของเธอ ราวกับเป็นครอบครัวที่แสนจะอบอุ่น
“หึ...”
ริวจิใช้นิ้วปัดเพื่อรับสายของคิมหันต์ก่อนที่จะฟังว่าคนปลายสายจะพูดอะไร
‘เค้ก...ทำอะไรอยู่ครับ ลูกๆ นอนหรือยัง’
คำว่า ‘ ลูก’ ทำให้ริวจิกำมือถือของคณิสาเอาไว้แน่น เพราะมันเป็นการยืนยันที่ชัดเจนว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่ต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
“หึ...”
‘นายเป็นใคร มารับสายเค้กได้ยังไง’ เสียงคนปลายสายตะโกนออกมาด้วยความตื่นตะหนกเพราะเสียงที่ได้ยินเมื่อสักครู่ มิใช่เสียงของผู้หญิงอย่างแน่นอน
“สวัสดีเพื่อนรัก จำฉันได้ไหม...” เสียงอันคุ้นเคย ทำให้คิมหันต์ตอบกลับทันที อีกทั้งเขากำลังเป็นห่วงคณิสาเป็นอย่างมาก
“ริว!!!”
“พี่คิม...พี่คิมช่วยเค้กด้วย” หญิงสาวตะโกนออกมาเพราะหวังให้คิมหันต์มาช่วย แม้ความหวังจะริบหรี่มากก็ตาม
“หุบปากคณิสา ไม่งั้นอย่าหาว่าฉันไม่เตือน” ริวจิหันมาตวาดใส่สาวร่างเล็ก เมื่อเธอแหกปากขอความช่วยเหลือจากคิมหันต์ จนเขาเองอดรนไม่ไหว
‘นายอย่าทำอะไรเค้กนะริว...อย่าทำ’
“อย่ามาสั่งฉันคิม...ฉันจะทำอะไรมันก็เรื่องของฉัน และเรื่องนี้มันเป็นระหว่างฉันกับเค้ก แกไม่เกี่ยว...”
‘ไม่เกี่ยวไม่ได้ ในเมื่อเค้กเป็นสำคัญของฉัน...’ คำพูดคิมหันต์เป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่ปลุกอารมณ์ของริวจิให้ลุกโชน...”
“สำคัญกับมึงแล้วยังไง ในเมื่อคนสำคัญของมึงเคยเป็นเมียกูมาก่อน” สรรพนามของริวจิเปลี่ยนไปเมื่อจบคำพูดของคิมหันต์
“ไอ้ริว!!!”
ริวจิไม่ปล่อยให้คิมหันต์พูดต่อ เขาจัดการตัดสาย พร้อมทั้งโยนโทรศัพท์ของหญิงสาวไปที่เบาะหลังทันที
“คุณทำแบบนี้ทำไม...” เสียงหวานถามสั่นๆ เธอไม่เข้าใจว่าเขาจะเข้ามาในชีวิตของเธออีกทำไม เธอลืมเขาไปแล้ว และเธอก็มีความสุขกับทุกวันโดยไม่ต้องมีเขา
ริวจินิ่งไปพร้อมกับมองใบหน้าหวานของคณิสา ตอนนี้ในหัวมันเต็มไปด้วยความสับสน ซึ่งเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องทำแบบนี้
“ตอบฉันมาว่าพ่อของลูกเธอเป็นใครกันแน่...” ตั้งแต่เห็นเด็กแฝดสองคนนั้น ริวจิยังไม่ปักใจว่าเป็นลูกของคิมหันต์ จนกว่าจะพิสูจน์ความจริงได้
“มันสำคัญด้วยเหรอ ว่าใครจะเป็นพ่อของลูกฉัน...” เสียงของคณิสาอ่อนลง เมื่อความทรงจำอันเลวร้ายมันกำลังกลับมาหลอกหลอนเธออีกครั้ง
“ตอบฉันมาเค้กว่าใครเป็นพ่อของลูกเธอ”
“อยากรู้นักใช่ไหมว่าใคร”
“ใช่...”
“พี่คิมหันต์ เป็นพ่อของลูกฉัน...” ชื่อของอดีตเพื่อนสนิทให้ริวจิชะงักไปชั่วคราว แต่ถึงอย่างไรก็ยังไม่เชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะถ้าทั้งคู่เป็นสามีภรรยากันจริงๆ เหตุอันใดถึงไม่อยู่ด้วยกัน
“คิดว่าฉันโง่หรือไง เธอกับมันไม่ได้อยู่ด้วยกัน จะเป็นพ่อของลูกเธอได้ยังไง มันปล่อยให้เธอกับลูกอยู่กันเอง มันใจดำเกินไปหรือเปล่า...” ลางสังหรณ์ของริวจิบอกว่าเด็กสองคนนั้นต้องเป็นลูกของเขาอย่างแน่นอน ไม่มีทางเป็นคนอื่นไปได้
“ใช่...ใจดำเกินไปแล้ว” น้ำเสียงอันตัดพ้อทำเอาริวจิหยุดชะงักแล้วมองใบหน้าหวานที่เริ่มมีน้ำตาไหลออกมาประปราย จนเขาอดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือของตัวเองไปเพื่อปาดน้ำตาข้างแก้มนิ่มออก แต่เหมือนคนตัวเล็กจะไม่ต้องการรับความหวังดีจากเขาแต่อย่างใด
“เค้ก...”
“อย่ามายุ่งกับชีวิตของฉัน คุณออกไปแล้วก็อย่ากลับมา อย่ากลับมาทำร้ายฉันอีก...”
“เค้ก...ฉัน” ยอมรับแต่โดยดีเลยว่าเมื่อก่อนเขาไม่เคยคิดที่จะสนใจน้ำตาของผู้หญิงคนนี้ เธอเป็นเพียงผู้หญิงคนหนึ่งที่เก็บไว้เป็นของเล่น แต่ ณ เวลานี้มันไม่ใช่แล้ว
“ได้โปรด ฉันขอร้องอย่ามายุ่งกับชีวิตของฉันอีก...”
คณิสาร้องไห้แทบเป็นสายเลือดจนใจแกร่งอ่อนยวบ อยากจะดึงเรือนร่างเล็กมากอด แต่มันคงเป็นไปไม่ได้ เพราะสิทธิ์ของเขามันหมดไปตั้งแต่วันนั้นแล้ว
“คืนชีวิตให้ฉัน...ฉันอยากจะอยู่คนที่รักอย่างมีความสุข” คำว่าคนรักมันเข้ามาสะกิดในหัวใจของริวจิเหลือเกิน จนอารมณ์ที่อ่อนลงเมื่อครู่มันกลับมาคุกรุ่นอีกครั้ง
“ปล่อยให้เธอมีความสุขกับไอ้คิมอย่างนั้นเหรอ...”
“เขาดีกับฉัน มันผิดอะไรที่ฉันอยากจะมีความสุขกับเขา” คำพูดของคณิสาเหมือนฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ริวจิอารมณ์ขาดสะบั้น
“ไม่...อยากจะรู้เหมือนกันว่าถ้าโดนฉันเอาอีกรอบ เธอจะกลับไปซบอกมันอีกหรือเปล่า” มือหนาเปลี่ยนเกียร์พร้อมออกสตาร์ทรถหรูจากหน้าสถานบันเทิงอย่างรวดเร็ว ทำเอาคนที่อยู่ในรถด้วยใจตุ้มๆ ต้อมๆ ด้วยความกลัว
“ไม่...ปล่อยฉัน...”
“เงียบ!!!” ตอนนี้เขารู้สึกว่าตัวเองกำลังจะถูกทิ้ง ทั้งๆ ที่ความเป็นจริงตนเองทิ้งเธอไปก่อน
รถหรูมาจอดเทียบที่หน้าคอนโดฯ หรู จากนั้นร่างสูงใหญ่ก็อ้อมไปเปิดประตูฝั่งคนนั่ง พร้อมกับดึงรั้งสาวร่างเล็กให้เดินตามไป
“ช่วยด้วย...ช่วยฉันด้วยค่ะ” เสียงหวานร้องตะโกนเพื่อให้คนมาช่วย แต่เหมือนว่าตอนนี้มันจะดึกเกินกว่าที่จะมีใครเดินผ่านไปผ่านมา
“ร้องให้ตายยังไงก็ไม่มีคนช่วยเธอหรอก”
“คนใจร้าย”
“ตามมานี้...” ริวจิพาคณิสามายังลิฟต์ส่วนตัว ทำให้ตอนนี้เธอกับเขาอยู่เพียงลำพัง
ดวงตากลมโตกวาดตามองรอบๆ ห้อง ทำไมจะจำไม่ได้ว่าที่นี่คือที่ไหน มันเคยเป็นรังรักที่เขากับเธอเคยอยู่ด้วยกัน และมันเป็นสถานที่ที่มีแต่ความทรงจำอันเลวร้ายจนเธอแทบปางตาย
“พาฉันมาที่นี่ทำไม...”
“ทำไม กลัวนึกถึงความหลังหรือไงเค้ก...” ดวงตาราวกับเหยี่ยวจ้องมองใบหน้าหวานที่กำลังแดงก่ำเพราะความโกรธ แต่มันกลับยิ่งสร้างความน่าดึงดูดให้เขาค้นหา
