บทที่ 2 ลองเชิง - 1
อีกด้านของผับมีร่างใหญ่ของริวจิที่มาสังสรรค์กับเพื่อนทุกคืนวันศุกร์ แต่สิ่งที่แปลกไปในวันนี้คือการที่เขาได้เห็นอดีตผู้หญิงที่ตนเคยพัวพันกำลังยักย้ายส่ายสะโพก จนยั่วน้ำลายผู้ชายมากหน้าหลายตา ทำเอามือแกร่งกำเข้าหากันแน่นด้วยความไม่พอใจ
“มองอะไรวะริว”
‘อาชา เศรษฐรัฐไพบูลย์’ ร้องถามเมื่อเห็นว่าเพื่อนสนิทกำลังจ้องมองใครบางคน และดูท่าทางมันกำลังจะโกรธด้วย แต่มองตามไปนั้น ดวงตาหนุ่มก็เบิกกว้างด้วยความตกใจ เพราะจำได้ว่าผู้หญิงคนนั้นเคยเป็นอดีตคู่ขาของเพื่อน ที่เคยคิดว่าตัวเองสำคัญกับริวจิมาก จนหวังว่าจะได้เป็นผู้หญิงที่ริวจิจริงจังด้วย แต่เปล่าเลย เพื่อนของเขาสลัดผู้หญิงหน้าสะสวยคนนั้นทิ้งอย่างไม่เหลือเยื่อใย อีกทั้งยังทำร้ายจิตใจของเธออย่างแสนสาหัส
“เวร...นั่นน้องเค้ก กิ๊กเก่ามึงนี่หว่า...ทำไมสวยขึ้นขนาดนั้นวะ” เมื่อก่อนคณิสาก็สวยแต่เป็นสวยแบบจืดๆ ที่ไม่น่าจดจำ แต่ ณ เวลานี้คงไม่ใช่อย่างนั้น เพราะหญิงสาวโตเป็นสาวเต็มตัว ที่มีพลังดึงดูดให้ผู้ชายทุกคนต่างอยากเข้าใกล้
“อืม”
“สวยซะฉันเกือบจำไม่ได้ อวบขึ้นด้วย แถมยังเซ็กซี่อีกต่างหาก” ไม่อยากจะเชื่อว่าเวลาแค่ห้าปีจะเปลี่ยนแปลงผู้หญิงร่างบางที่ไร้ส่วนเว้าส่วนโค้งให้กลายเป็นนางยั่วได้มากขนาดนี้
“ไม่เซ็กซี่ได้ไง...ก็เธอมีลูก...” สิ้นเสียงของริวจิ ทำเอาอาชาถึงกับอ้าปากค้าง เพราะไม่อยากจะเชื่อว่าคณิสาจะมีลูกแล้ว และถ้ามีลูกก็ต้องมีสามี
“มึงว่าอะไรนะ น้องเค้กมีลูกแล้ว เฮ้ย...น่าเสียดายชิบหายเลยว่ะ แล้วสามีของน้องเขาเป็นใครวะ” อาชาถามด้วยความสงสัย เพราะเห็นว่าตอนที่คณิสาเลิกกับริวจิ เธอหายไป และเขาก็ไม่ได้ติดตามข่าวสารอีกเลย
“ไม่รู้...”
“เอ้า...นึกว่ามึงรู้”
“เพราะกูกำลังคิดอยู่ว่ากูเป็นพ่อของลูกเธอหรือเปล่า” จบคำพูดของริวจิ เป็นอีกครั้งที่อาชาต้องตกตะลึง เพราะสิ่งที่เพื่อนรักพูดมันมีความเป็นไปได้สูงมาก
“มึงไม่ป้องกันเหรอวะตอนนั้น” อาชาถามเพื่อความแน่ใจ เพราะสำหรับริวจิการป้องกันการมีเพศสัมพันธ์คือสิ่งที่เพื่อนไม่เคยลืม
“มีบางครั้งที่ไม่ได้ป้องกัน” ริวจิตอบด้วยเสียงอันแผ่วเบา เพราะคำพูดของเพื่อนมันทำให้เขาฉุกคิดว่า ตนเองมีโอกาสเป็นพ่อของลูกคณิสาอย่างมาก
“เวรเถอะ...แล้วถ้าน้องเขามีลูกกับมึง มึงจะเอายังไงวะ” อาชามองไม่เห็นทางออก เพราะเท่าที่จำได้ริวจิเขี่ยคณิสาทิ้งอย่างไร้เยื่อใย แถมยังบอกเขาว่ารำคาญหญิงสาวเป็นอย่างมากที่คอยตาม คอยตื้อตลอด
“กูก็จะเอาลูกกับเมียกูคืนยังไงล่ะ” กรามแกร่งของชายหนุ่มขบเข้าหากันอย่างรุนแรง เพราะตอนนี้กำลังภาวนาว่าให้เด็กแฝดสองคนนั้นเป็นลูกของเขา ทั้งๆ ที่ผ่านมาริวจิไม่เคยคิดอยากมีลูกเลยด้วยซ้ำ เพราะคิดว่ามันคือภาระ อีกทั้งยังไม่ต้องการหาห่วงมาผูกคอ แต่ ณ เวลานี้ทุกอย่างมันเปลี่ยนไป
“เอ่อ...ไหนมึงบอกว่ามึงไม่อยากมีลูกไง กูว่าแบบนี้ก็ดีนะ น้องเขาก็ไม่ได้ตามมึงเหมือนแต่ก่อนแล้ว กูว่าแบบนี้มึงน่าจะพอใจนะ อีกอย่างมึงก็ยังไม่มั่นใจไม่ใช่เหรอว่าลูกของน้องเขาเป็นลูกของมึง” เมื่อก่อนเห็นริวจิรำคาญคณิสาจะตาย จนถึงขั้นออกปากว่าจะจัดการหล่อนไปให้พ้นจากชีวิต แต่เหตุอันใดครั้งนี้เพื่อนรักถึงอยากจะทวงของเก่าคืนแบบนี้
“หุบปากของมึงไปเลย กูไม่ได้ขอความคิดเห็น”
“อ้าว...ด่ากูเฉย กูแค่แนะนำนะเนี่ย” ปากของอาชาก็บอกแบบนั้น แต่ทำไมชายหนุ่มจะไม่รู้ว่าสายตาของริวจิที่มองคณิสามันเป็นอย่างไร มันเต็มไปด้วยพิษรักแรงหึง แถมครั้งนี้ดูท่าทางมันจะเอาจริงเสียนี่ หวังว่าสาวน้อยคนนั้นจะรอดพ้นเงื้อมมือของนายพรานได้นะ
มือแกร่งของริวจิยกแก้วน้ำอำพัน จากนั้นก็กระดกน้ำเข้าปากอย่างรวดเร็ว พร้อมกับลุกขึ้นเพื่อยืนเต็มความสูง จนอาชาร้องทัก
“เฮ้ย...นั่นมึงจะไปไหนวะ”
ริวจิไม่ตอบแต่กลับเดินตรงดิ่งไปยังพื้นที่ที่ชายหนุ่มจ้องมองก่อนหน้านี้ ทำเอาอาชาได้แต่ส่ายหัวด้วยความกลุ้มใจ หวังว่าครั้งนี้มันจะไม่ไปทำให้สาวน้อยคนนั้นเสียใจอีกนะ เพราะครั้งนั้นตอนที่เขาเห็นน้ำตาเจ้าหล่อน อาชาเองก็รู้สึกสงสารจับใจ แต่จะให้ทำอะไรได้ ในเมื่อมันคือเรื่องของเพื่อน
“เฮ้อ...ลางสังหรณ์ฉันบอกว่า มันต้องเกิดเรื่องแน่ๆ” ความรักสำหรับอาชามันคือเรื่องต้องห้าม เพราะถ้าเราหลวมตัวไปเมื่อไหร่ เมื่อนั้นก็จะมีหัวใจของเราเป็นเดิมพัน และก็ไม่ชอบเล่นกับหัวใจของใครด้วย เมื่อนั้นเราคงกลายเป็นคนเลวในทันที
คณิสาดื่มหนักพอสมควร ทำให้เธอขอตัวเพื่อไปเข้าห้องน้ำ เนื่องจากดื่มไปเยอะมาก จนไม่สามารถอั้นปัสสาวะได้ ชวินทร์ก็อาสาเดินมาเป็นเพื่อน เพราะไม่อยากให้ผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างคณิสาโดนหนุ่มๆ สอยไป
“ไม่เป็นไร...เดี๋ยวฉันเข้าแปบเดียว อีกอย่างนี่มันห้องน้ำหญิงนะ แกจะเข้ามาได้ยังไง...” เสียงหวานบอกอู้อี้ แต่เธอก็ยังพอมีสติอยู่บ้าง
“อืม...รีบเข้านะ ฉันก็เริ่มมึนๆ แล้ว”
“จ้า...”
หลังจากที่คณิสาทำธุระส่วนตัวแล้ว หญิงสาวก็เดินออกมาจากห้องน้ำ แต่เมื่อชะเง้อคอหาเพื่อนก็ไม่พบเสียแล้ว ซึ่งยังไม่ทันที่จะได้ก้าวออกไป มือแกร่งราวกับคีมของใครบางคนก็กระชากตัวของเธอเข้าหา ทำเอาคนที่กำลังมึนเมาด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ไม่มีสิทธิ์ต้านทาน
“ว้าย...”
“ดื่มหนักขนาดนี้ จะเก็บไว้อ่อยใครอีกล่ะ” น้ำเสียงดูแคลนที่คุ้นหูทำให้หญิงสาวเงยหน้ามอง จนพบกับร่างสูงใหญ่ของริวจิ จนหญิงสาวเบิกตากว้างด้วยความตกใจ อาการสะลึมสะลือเมื่อครู่มันหายเป็นปลิดทิ้งทั้งที
“คุณ...”
“ทำไม...ตกใจมากเหรอที่เห็นว่าเป็นฉัน ไม่ใช่ผู้ชายในสต็อกของเธอ” ปากหยักของริวจิยกขึ้น แล้วมองหญิงสาวอย่างดูถูก ทำเอาสาวร่างเล็กตัวสั่นและอยากร้องไห้ออกมา แต่เธอต้องสะกดกลั้นมันเอาไว้ เพราะนับแต่นี้เธอจะไม่แสดงความอ่อนแอให้เขาเห็นเด็ดขาด
“ค่ะ ทั้งตกใจทั้งเสียใจ...”
“เธอ!!!” ริวจิขบกรามแน่นเมื่อคณิสายอมรับในสิ่งที่เขาพูด ซึ่งชายหนุ่มไม่ได้ต้องการให้มันเป็นอย่างนั้น
“ถ้ารู้แล้วก็ปล่อยฉันค่ะ อีกอย่างคุณก็น่าจะรู้ตัวเองนะคะว่ากำลังทำอะไรอยู่ ฉันมีสามีแล้ว” คณิสาหยิบยกมุขนี้ขึ้นมาเพื่อให้เขาเลิกรา แต่เหมือนอ้อมกอดของริวจิมันรัดแน่นขึ้นเสียจนเธอหายใจไม่ออก
“มีแล้วไง ผู้หญิงส่ำส่อนอย่างเธอแค่นี้พอด้วยเหรอ” คำพูดหยาบโลนของชายหนุ่มทำเอาคณิสาอดรนทนไม่ไหว เธอจึงยกมือน้อยๆ ฟาดไปที่แก้มสากของเขาอย่างเดือดดาล
เพียะ!!
“อย่ามาดูถูกฉัน อีกอย่างฉันจะทำอะไรมันก็เรื่องของฉันด้วย” ไม่อยากจะเชื่อว่าเมื่อก่อนเธอรักผู้ชายแสนเลวคนนี้ได้ลง เขาทำให้เธอต้องเจ็บซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“แหม...พอดีอยากยุ่งด้วยน่ะ และอยากจะรู้ว่าเมียเก่าอย่างเธอ จะเด็ดดวงกว่าเมื่อก่อนหรือเปล่า อยากจะรู้ว่าผัวใหม่สอนอะไรไปบ้าง แล้วเธอได้เอาวิชาความรู้ทางเพศที่ฉันสอนเธอไปแสดงกับผัวใหม่ไหม”
“หยาบคาย...คุณพูดเรื่องทุเรศๆ นี้ออกมาได้ยังไง...” ใบหน้าหวานแดงก่ำด้วยความโกรธ
“ก็ฉันพูดความจริง พูดตรงๆ ไม่ชอบเหรอ ไม่อ้อมค้อมด้วย” ริวจิยิ้มยะเยือกออกมาอย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไร เขาทำเหมือนว่าเธอเป็นผู้หญิงข้างทางที่จะพูดอะไรก็ได้
“คุณจะพูดอะไรก็เรื่องของคุณ และกรุณาปล่อยฉันได้แล้ว”
“ไม่ปล่อยมีปัญหาอะไรไหม” กลิ่นแอลกอฮอล์จากร่างกายของเขาทำให้คณิสารู้สึกกลัวว่าเขาจะทำอะไรที่ขาดสติ ซึ่งเธอเองก็คงไม่มีแรงมากพอที่จะขัดขืน
“คุณเมาแล้ว ปล่อยฉันนะ”
“หึ...ปล่อยแน่ แต่ไม่ใช่ตอนนี้...” ว่าจบมือแกร่งก็จัดการช้อนร่างบอบบางของคณิสาพาดบ่า จากนั้นก็เดินดุ่มๆ เพื่อพาคนตัวเล็กออกจากผับ แม้หญิงสาวจะพยายามตะโกนมากแค่ไหน แต่ไม่มีใครสนใจหรือได้ยินเลย เนื่องจากเสียงเพลงภายในผับมันดังเสียจนทุกคนไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้าง
