บท
ตั้งค่า

บทที่ 1 ลูกใคร - 4

“มองอยากกินไง...”

“แหงสิ...หน้าตาน่าทานแบบนี้ ใครจะอดใจไหว”

“งั้นไปนั่งรอเลยเดี๋ยวตัดให้กิน วันนี้ยังดีลูกค้าไม่เยอะมาก ไม่อย่างนั้นฉันหัวหมุนแน่ๆ เลย”

“ก็บอกแล้วว่าให้จ้างลูกมือสักคน จะได้ไม่ต้องเหนื่อยมาก” ศิลป์อัปสรออกความคิดเห็น เพราะนับวันร้านของคณิสาคนเริ่มเข้ามากขึ้น เพราะลูกค้าติดใจฝีมือ บวกกับบรรยากาศในร้านที่ตกแต่งแบบสบายๆ เหมาะสำหรับการนั่งพักผ่อนยิ่งนัก

“ฉันว่าจะรับเหมือนกัน ตอนนี้น้องเค้กกับครีมก็เริ่มซุกซนมากขึ้น จนฉันไม่อยากปล่อยให้คลาดสายตา...”

“ดีแล้วเงินหาเมื่อไหร่ก็ได้ แต่พัฒนาการของลูกสำคัญที่สุด” ถ้าคณิสาอยากจะมีเวลาให้ลูกมากกว่านี้เธอคงต้องทำตามอย่างที่ศิลป์อัปสรบอกเสียแล้ว

“ขอบใจมากนะ ไปนั่งรอเถอะ เดี๋ยวยกขนมกับน้ำไปให้...”

คณิสาจัดแจงขนมเค้กหอมกรุ่น พร้อมยกให้เพื่อนสาวที่กำลังเดินไปนั่ง ซึ่งศิลป์อัปสรก็ชวนคณิสาคุยก่อนเพราะลูกค้ายังไม่เยอะมาก

“จะบอกว่าคืนนี้ไปเที่ยวกันไหม พวกชีน่า ลิซ่า มันนัด แล้วมันบอกต้องชวนแกมาให้ได้นะ ไม่อย่างนั้นพวกมันงอนแน่” ชื่อของเพื่อนที่ศิลป์อัปสรบอกคือเพื่อนตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยด้วยกัน แถมพวกนั้นยังเป็นแก๊งเหวี่ยงชะนีที่ฮอตที่สุดในมหาวิทยาลัยในตอนนั้น ก็มีแต่เธอและคณิสาที่พวกมันละไว้ในฐานที่เข้าใจ

“ฉันคงไปไม่ได้หรอก แกก็รู้ว่าฉันต้องเลี้ยงลูกน่ะ”

“โอ๊ย...ไม่ต้องห่วง ส.บ.ย.ห ฉันไลน์ถามคุณแม่แล้ว เขาบอกว่าเอาน้องคุกกี้ น้องครีมไปฝากไว้ได้เลย ท่านบ่นว่าคิดถึงหลายรอบแล้ว แต่เธอก็ไม่พาเด็กๆ ไปสักที อีกอย่างท่านบอกว่าเที่ยวเต็มที่ให้เด็กๆ นอนบ้านฉันเลย อย่าโหมงานมากหาความสุขให้ตัวเองบ้างก็ดีนะเค้ก เธอทั้งเลี้ยงลูกทั้งหาเงิน เดี๋ยวก็ล้มลงไปหรอก ลูกๆ จะอยู่ยังไง” ศิลป์อัปสรหาทางแก้ไขให้กับคณิสาทุกทาง จนหญิงสาวมิอาจปฏิเสธได้

“ก็ได้ๆ ฉันคงทำงานหนักอย่างที่เธอว่าจริงๆ”

“ดีแล้ว พรุ่งนี้ร้านเธอก็ปิดด้วย จะได้เที่ยวพักผ่อนได้เต็มที่ไปเลย” ทุกอย่างมันเหมาะเจาะมาก แต่ก็ดีเหมือนกัน เธอคงต้องหาเวลาพักผ่อนเพื่อตัวเองบ้างสักครั้ง

“อืม...”

“งั้นหลังจากรับเด็กๆ เสร็จ เราไปบ้านเธอเพื่อเอาเสื้อผ้าไปกัน จากนั้นก็ไปเปลี่ยนชุดเพื่อไปแดนซ์คืนนี้ ดีไหม” ศิลป์อัปสรฉีกยิ้มออกมาจนคณิสาได้แต่ส่ายหน้ากับความร่าเริงของเพื่อน ถ้าเธอมีความสุขได้เท่านี้ชีวิตคงไม่ต้องร้าวรานจนถึงวันนี้

“แต่งอะไรเยอะแยะขนาดนั้น”

“ไม่ได้หรอก เราต้องเฉิดฉายที่สุด เธอน่ะจับแต่งนิดแต่งหน่อยรับรองสวย จนผู้หญิง ผู้ชายเหลียวหลังแน่นอน”

“ไม่ขนาดนั้นหรอกมั้ง”

“ไม่ได้ๆ นี่ใกล้จะไปรับเด็กๆ ยัง รีบปิดร้านเลยวันนี้”

“ฮ่าๆ” สองสาวหัวเราะให้กันอย่างมีความสุข คณิสารู้สึกโชคดีที่มีเพื่อน มีลูก มีพี่ที่น่ารัก ไม่อย่างนั้นชีวิตของเธอแทบไม่เหลืออะไรอีกแล้ว พวกเขาเป็นเหมือนแรงบันดาลใจที่ทำให้เธอรู้สึกอยากมีชีวิตต่อบนโลกนี้ อยากสู้ไปพร้อมกับพวกเขา

ตกเย็นหลังจากไปรับลูกสาวทั้งสอง เพื่อไปส่งไว้ที่บ้านของศิลป์อัปสร เด็กๆ เองดูตื่นเต้นที่ได้มาหาคุณยาย หรือมารดาของศิลป์อัปสร คนที่นี่ดีกับเธอทุกคน ไม่รังเกียจหรือใจร้ายกับเธอเลยสักคนเดียว อีกทั้งยังให้ความเอ็นดูราวกับเธอเป็นคนในครอบครัว

“ขอบคุณคุณแม่มากนะคะที่ช่วยดูแลเด็กๆ ให้” คณิสากล่าวขอบคุณมารดาของศิลป์อัปสร ท่านเป็นผู้ใหญ่ที่แสนจะใจดีและน่ารักมาก

“ไม่เป็นไรเลย แม่ดีใจซะอีกที่เค้กพาเจ้าสองขนมมาหาแม่ แม่ดีใจจะแย่ คนแก่อ่ะเนาะอยู่เดียว ไม่มีหลานมันก็เหงาๆ หน่อย เมื่อไหร่น้า ลูกสาวแม่จะมีหลานให้แม่เชยชมบ้าง”

“โธ่...คุณแม่ขา หนูเพิ่ง 25 26 เองนะคะ จะรีบมีไปทำไมล่ะคะ ผู้ชายดีๆ หายากนะคะสมัยนี้...” ศิลป์อัปสรกอดมารดาของตัวเอง จนคณิสามองแล้วอดยิ้มตามไม่ได้ ถ้าชีวิตของเธอมีแบบนี้บ้างก็คงจะดีกว่านี้

“จ้าๆ แม่รอได้...ไปกันเถอะสาวๆ ค่ำแล้วเดี๋ยวอันตราย”

ก่อนออกจากบ้านศิลป์อัปสรพาคณิสามาเปลี่ยนเสื้อผ้า ซึ่งชุดที่เพื่อนรักให้เธอแต่งในวันนี้มันช่างวาบหวิวซะเธอหนาวยะเยือกไปหมด

“แต่งแบบนี้มันจะดีเหรอ โป๊ไปหรือเปล่า” ชุดเดรสสายเดี่ยวเปิดไหล่เปลือยขับกับผิวขาวลออของคณิสาให้ผ่องมากยิ่งขึ้น และศิลป์อัปสรเชื่อว่าผู้ชายจะต้องตกตะลึงกับความสวยของเพื่อนเธอแน่นอน

“โป๊ที่ไหน แบบนี้แหละสวยแล้ว มีของดีมันต้องโชว์บ้างสิ จะอายทำไม”

“ก็ฉันเขินนิ...” ใบหน้าหวานของคณิสาถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางชั้นดี และยิ่งมันมาอยู่บนใบหน้าสวยๆ ของหญิงสาวแล้วก็ยิ่งสวยมากขึ้น

“นี่คุณแม่คนสวยคะ...มั่นใจหน่อยค่ะ รับรองเลยว่าถ้างานนี้แกไม่มีคนมาจีบฉันให้แกหยิกเลย” ศิลป์อัปสรเห็นว่าเพื่อนรักอยู่ตัวคนเดียวมานานแล้ว ก็อยากหาใครสักคนมาดูแลเพื่อนคนนี้บ้าง แม้จะรู้ว่าคณิสายังไม่พร้อมจะเปิดรับใครก็ตาม

“ศิลป์...”

“ไปเถอะ เดี๋ยวพวกนังชีน่ามันรอนาน...”

สองสาวเดินทางมายังผับหรูย่านทองหล่อ ที่ทางเข้าเต็มไปด้วยวัยรุ่นพลุ่กพล่าน เนื่องจากวันนี้เป็นวันศุกร์คนจึงเยอะเป็นธรรมดา

ศิลป์อัปสรเป็นสาวยุคใหม่ที่มีความมั่นใจในตัวเองมาก และมีความคิดเป็นของตัวเอง รวมไปถึงเป็นสาวสังคมจัดด้วย แต่สิ่งหนึ่งที่ศิลป์อัปสรดีกว่าคนอื่น คือเธอรักเพื่อนมาก พร้อมจะช่วยเหลือเพื่อนทุกอย่าง และไม่แบ่งชนชั้นวรรณะกับใคร ทำให้เธอและศิลป์อัปสรคบกันจนถึงทุกวันนี้

เสียงเพลงอึกทึกที่ดังสะนั่นทำเอาคณิสายกมือขึ้นปิดหูทั้งสองข้าง จนศิลป์อัปสรเลื่อนมือมาดึงเพราะเห็นว่าเพื่อนดูจะตื่นกลัว

“ปิดทำไม เพลงแบบนี้เธอต้องแดนซ์สิ”

“ก็เสียงเพลงมันดัง”

“งั้นเดี๋ยวหาเครื่องดื่มอะไรให้ดื่ม รับรองว่าแกต้องชอบ”

เมื่อมาถึงโต๊ะ เพื่อนสาวประเภทสองของทั้งคู่ก็เดินมากอดคณิสาด้วยความคิดถึง พวกเขาเหล่านี้ก็เพิ่งกลับมาจากเมืองนอกเหมือนศิลป์อัปสรทำให้คณิสาไม่ค่อยได้เจอ

“โอ๊ย...ยัยเค้ก ทำไมแกสวยอย่างนี้ เมื่อก่อนก็สวยนะ แต่เดี๋ยวนี้สวยเอ็กซ์มากค่ะเพื่อน ไปทำอะไรมา...” ชวินทร์หรือชีน่า เกย์สาวเอ่ยบอก เนื่องจากไม่ได้เจอคณิสามาเกือบสี่ปี จนได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของหญิงสาวอย่างชัดเจน

“เปล่าสักหน่อย ก็ทำแต่งาน...” พอคณิสาได้เจอเพื่อนมันทำให้เธอลดอาการกังวลลงไปได้เยอะมาก ความเครียดที่สั่งสมก่อนหน้านี้มันเริ่มคลายลง

“เออช่างเถอะ ดื่มๆ รับรองคืนนี้แกจะสนุกสุดเหวี่ยงเลย อะไรที่เครียดๆ ปลดปล่อยมันไป” ชวินทร์บอกเพราะรับรู้เรื่องราวอันเลวร้ายของเพื่อนมาบ้าง ชีวิตของคณิสานั้นน่าสงสาร แต่หญิงสาวกลับเลือกที่จะสู้ ทั้งๆ ที่ถ้าเป็นคนอื่นคงถอยกลับและจมกับอดีตอันเลวร้าย

เครื่องดื่มที่เพื่อนๆ ให้คณิสาดื่มมันไม่ได้มีกลิ่นฉุนแต่อย่างใด ตรงกันข้ามมันหวานอร่อยเสียจนสาวน้อยที่ไม่เคยแตะแอลกอฮอล์ขออีก ทำเอาสติน้อยๆ เริ่มพร่าเล็กน้อย แต่สิ่งที่เพิ่มขึ้นความสนุกสนานกับเสียงเพลง หญิงสาวเริ่มโยกสะโพกตามจังหวะเพลงอย่างเมามัน จนหนุ่มๆ ที่อยู่รอบข้างต่างหันมามองด้วยความชื่นชอบ บวกกับใบหน้าจิ้มลิ้มมองแล้วไม่เบื่อ

หนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่พยายามหาทางเข้าถึงตัวของคณิสา แต่ก็ถูกกันออกไปด้วยฝีมือของแก๊งเพื่อนสาว จนหนุ่มๆ ได้มองด้วยตาละห้อย

“สนุกจังเลยศิลป์...” ดวงตาของคณิสามันฉ่ำวาว และเซ็กซี่ในเวลาเดียวกัน จนศิลป์อัปสรรู้สึกดีใจที่เพื่อนลดอาการเครียดลงบ้าง ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่สบายใจ

“ฉันดีใจนะที่เธอมีความสุข”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel