บท
ตั้งค่า

บทที่ 1 ลูกใคร - 3

“ปล่อยนะ...” มือบอบบางของหญิงสาวยกขึ้นทุบที่อกแกร่ง เพราะไม่ต้องการอยู่ใกล้ชายผู้นี้ เขาคือคนที่สร้างตราบาปและความเจ็บปวดให้เธออย่างแสนสุด

“หอมจนพี่อดใจไม่ไหวเลยที่รัก...”

สรรพนามที่เปลี่ยนไป เหมือนเมื่อครั้งอดีตที่เขาใช้เรียกเธอ แต่อย่าฝันว่าเธอจะเหมือนเดิม ผู้หญิงอ่อนแอที่ยอมให้เขารังแก ดูถูกและเหยียบย้ำให้จมดิน

สาวร่างเล็กรวบรวมแรงทั้งหมดที่มี จากนั้นก็ทำการผลักชายร่างหนาให้ออกห่าง จนคนตัวโตเซเล็กน้อยจากการกระทำของหญิงสาวแต่นั่นมิได้ทำให้เขาหยุดการกระทำของตัวเอง

“ออกจากบ้านของฉัน...คุณไม่มีสิทธิ์เข้ามาที่นี่”

“ทำไม! คนมีสิทธิ์ต้องเป็นไอ้คิมคนเดียวสินะ” ริวจิถามออกมาอย่างประชดประชัน

“ใช่...พี่คิมเขามีสิทธิ์ที่จะเข้ามาเมื่อไหร่ก็ได้...”

“เหมือนตอนที่มันอยากเข้าไปในตัวของเธอด้วยหรือเปล่าเค้ก...ใจง่ายเหมือนเดิม”

“ไม่มีใครมีความคิดสกปรกเท่าคุณหรอก...อยากจะคิดอะไรก็ช่าง มันแล้วแต่คุณ...ฉันจะใจง่ายกับใครมันก็เรื่องของฉัน แต่มันไม่มีทางเป็นกับคุณอีกแน่”

“คณิสา!!!” กรามแกร่งขบเข้าหากันพร้อมทั้งมองใบหน้าหวานด้วยสายตาวาวโรจน์ เพราะเดือดดาลที่เจ้าหล่อนประชดประชันเขาได้อย่างเจ็บแสบยิ่งนัก

“ไม่ต้องมาเรียกชื่อ มาทางไหนออกไปทางนั้น แล้วอย่าหาว่าฉันไม่เตือน เพราะสำหรับคุณฉันเกลียดเสียยิ่งกว่าไส้เดือนกิ้งกือ” ปากหวานบอกออกมาอย่างเหลืออด เมื่อชายหนุ่มบังอาจมายุ่มย่ามกับเธออีกครั้ง

“เกลียดอย่างนั้นเหรอ อยากจะรู้เหมือนกันว่าถ้าโดนผัวเก่าเอา ยังจะบอกว่าเกลียดอยู่หรือเปล่า...” ร่างใหญ่ที่ถลาออกห่างไปก่อนหน้าก็ย่างสามขุมเข้ามาหาเธอ พร้อมกับกระชากร่างเล็กให้เข้าหาอย่างแรง ร่างบอบบางถึงกับสั่นคลอน ทั้งด้วยสรีระที่แตกต่าง พละกำลังของเธอก็ด้อยกว่าเขาเป็นสิบเท่า

“อย่าทำอะไรบ้าๆ นะ” เสียงหวานบอกอย่าสั่นเครือ

“ทำไม...รักผัวใหม่มากงั้นสิ”

“ค่ะ รักมาก รักมากกว่าคนเก่าสะ...อุ๊ป...”

ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะได้พูดมากไปกว่านี้ มือใหญ่ก็คว้าต้นคอระหงจากนั้นก็โน้มใบหน้าคมคายเพื่อแนบริมฝีปากหนากับปากจิ้มลิ้มของคณิสา

“อื้อ...อ่อย...” คณิสาครางอู้อี้ในลำคอ เมื่อปากของเธอถูกรุกรานจากผู้ชายที่ครั้งหนึ่งเขาเคยขับไล่ไสส่งเธอ

มือหยาบยกขึ้นลูบไล้เรือนร่างบอบบางของคณิสา ร่างเล็กที่ผอมแห้งเมื่อก่อน แต่ ณ บัดนี้กลับอวบอิ่มนุ่มมือจนเขาอดใจไม่ไหว

“ปะ...ปล่อย” คณิสาร้องบอกแต่เหมือนเปิดทางให้กับคนตัวโตได้แทรกเรียวลิ้นหนาของเขาเข้ามาในโพรงปากของเธอ ความหอมหวานของหญิงสาว ชวนให้ชายหนุ่มรู้สึกอยากจะรื้อฟื้นความทรงจำเก่าๆ ที่เคยมีให้กัน อยากจะรู้ว่ากาลเวลาทำให้หญิงสาวผู้แสนจืดชืดพัฒนาได้มากแค่ไหน

“อย่าปฏิเสธตัวเองเลยเค้ก ฉันรู้ว่าเธอต้องการ” มิใช่แค่สาวร่างเล็ก แต่เป็นเขาเองที่ต้องการหญิงสาวแทบขาดใจ ไม่อยากจะเชื่อว่าผู้หญิงเหนียมอายในวันนั้นจะเร่าร้อนได้เท่านี้ “ฉันรู้ว่าเธอเองก็ต้องการเซ็กซ์...เหมือนกัน” เสียงทุ้มบอกอย่างแหบพร่า เมื่อความปรารถนามันเข้ามาครอบงำเขาเต็มเปา

คณิสาได้สติเมื่อคำพูดของเขาเหมือนคมมีดที่คอยกรีดแทงและตอกย้ำว่าเธอใจง่ายกับเขาเสมอมา ซึ่งเธอจะไม่มีทางยอมให้มันเป็นอย่างนั้นเด็ดขาด

คณิสารวบรวมแรงทั้งหมดที่มีของตัวเองผลักร่างหนาให้ออกห่าง และพยายามที่จะควบคุมน้ำเสียงพร้อมกับน้ำตาของตัวเองไม่ให้มันไหลออกมา เพราะต่อแต่นี้เธอจะเข้มแข็ง จะไม่ยอมให้ใครมารังแกได้เหมือนแต่ก่อน

“ปล่อยฉันนะ”

ใบหน้าหวานแดงก่ำและก้าวถอยหลังเพื่อให้ห่างจากชายร่างโตให้มากที่สุด คนฉวยโอกาสอย่างเขาน่ากลัวและไม่สมควรอยู่ใกล้เลยแม้แต่นิดเดียว

“อย่ามาทำตัวทุเรศๆ ในบ้านของฉัน กลับไปในที่ของคุณซะ เราสองคนไม่ควรมายุ่งเกี่ยวกันอีก” สาวร่างเล็กพยายามที่จะควบคุมน้ำเสียงของตัวเองไม่ให้แหบพร่า แต่ถึงกระนั้นมันก็ยังตะกุกตะกักด้วยความหวาดระแวง

“อย่ามาสั่งสอนฉันนะคณิสา...เธอไม่มีสิทธิ์พูดแบบนั้น” ริวจิเองก็รู้สึกไม่พอใจที่หญิงสาวไล่เขาเหมือนหมูเหมือนหมา ทั้งๆ ที่แต่ก่อนเธอบอกว่ารักเขารักเขาหนาขนาดนั้น

“ทำไมฉันจะไม่มีสิทธิ์ เพราะที่นี่มันเป็นบ้านของฉัน คุณต่างหากเป็นใคร เข้ามาในบ้านของคนอื่นแบบนี้ ฉันมีสิทธิ์ที่จะแจ้งตำรวจจับคุณด้วยซ้ำ”

ใช่ว่าเขารักหรือพอใจในตัวคณิสาหรอกนะ เพียงแค่อยากจะลองชิมเธอแค่นั้น อยากจะรู้ว่าเธอจะอ่อนปวกเปียกเหมือนแต่ก่อนหรือเปล่า แต่เท่าที่เห็นแม่คุณก็ร้ายพอตัว ต่างจากเมื่อก่อนอย่างสิ้นเชิง แถมยังปากร้ายเสียยิ่งกว่ากรรไกร เธอดูเข้มแข็งมากขึ้น จนเขาอดกังวลไม่ได้

“ได้...ฉันกลับก็ได้ แต่อย่าคิดว่าฉันจะหยุดทุกอย่างเท่านี้นะคณิสา แต่จำใส่หัวของเธอเอาไว้ด้วย ดีเท่าไหร่แล้วที่ฉันมายุ่งด้วย...” ริวจิพ่นคำดูถูกใส่คณิสาด้วยความเดือดดาล ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยถูกใครดูถูกเท่าเธอมาก่อน แถมสมัยก่อนผู้หญิงคนนี้หลงเขาหัวปักหัวปำ

ร่างสูงใหญ่เดินกระแทกเท่าปึงปังออกจากบ้านของหญิงสาวด้วยอาการหัวเสียอย่างถึงขีดสุดเพราะรู้สึกเสียหน้าที่ถูกปฏิเสธ อีกทั้งไม่ชอบใจที่หญิงสาวทำท่าทางรังเกียจเขาได้ถึงเพียงนี้ แต่อย่าคิดว่าจะหยุดทุกอย่างแค่นี้ เพราะคนอย่างริวจิฆ่าได้หยามไม่ได้

เมื่อลับร่างของริวจิ ร่างบอบบางก็ทรุดตัวนั่งลงกับพื้นบ้านพร้อมทั้งปล่อยน้ำตาของตัวเองให้ไหลออกมา มันเป็นความรู้สึกที่แสนจะเจ็บปวด ทำไมเธอต้องถูกชายคนนั้นทำร้ายครั้งแล้วครั้งเล่า ทำไมเขาต้องกลับเข้ามาในชีวิตของเธออีกครั้งแบบนี้ แค่นี้หัวใจดวงน้อยก็แทบแตกสลาย

“ทำไมต้องกลับมา...” แม้การกระทำที่แสดงกับเขาจะเข้มแข็งมากแค่ไหน แต่ลึกๆ เธอไม่เคยลืมความทรงจำที่แสนเจ็บปวดที่เหมือนมีเข็มนับร้อยนับพันเข้ามาทิ่มแทงร่างกายของเธอให้แหลกเป็นจุณ

คณิสาสลัดความฟุ้งซ่านของตัวเองด้วยการอาบน้ำและเข้านอนไวๆ เพื่อให้ลืมเรื่องในวันนี้ และหวังว่าเขาจะไม่กลับมาอีกครั้ง แต่ก่อนที่จะล้มตัวลงนอนหญิงสาวจ้องมองใบหน้าของเด็กสองคน เด็กน้อยที่เป็นแก้วตาดวงใจของเธอ ถ้าไม่มีพวกเขาป่านนี้ชีวิตของเธอคงไร้ซึ่งจุดหมายปลายทาง สำหรับเธอไม่เคยคิดเลยว่าเด็กทั้งสองคือความผิดพลาดในชีวิต เพราะทั้งคู่เกิดจากความรักของเธอที่มีให้พ่อของพวกแกอย่างเต็มเปี่ยม แม้คนเป็นพ่อจะไม่เคยรักเธอจริงๆ เลยสักครั้งเดียว

“แม่รักพวกหนูนะคะ ครีม คุกกี้ ไม่ว่าจะยากลำบากแค่ไหนแม่จะสู้เพื่อลูกทุกอย่าง...” ปากจิ้มลิ้มโน้มลงไปจูบที่หน้าผากของลูกสาวทั้งสองอย่างอ่อนโยน แม้พวกเขาจะไม่มีพ่อ แต่เธอจะเต็มเติมทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อให้เด็กน้อยทั้งสองเติบใหญ่เป็นคนดีและมีความสุขเท่าที่แม่คนหนึ่งจะทำเพื่อลูกได้

หลายวันมานี้คณิสาและลูกๆ ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข เพราะไม่มีใครบางคนเข้ามาวุ่นวายในชีวิต เธอรู้สึกหายใจโล่งขึ้น อีกทั้งยังสบายใจที่ไม่ต้องไปสู้รบปรบมือกับใครอีกด้วย

“ยัยเค้ก...” เสียงของศิลป์อัปสรดังมาแต่ไกล ทำให้คณิสาที่กำลังง่วนอยู่กับการทำขนมเงยหน้าขึ้นมามองเพื่อนสาวที่เดินยิ้มหน้าระรื่นเข้ามา ศิลป์อัปสรนั้นเป็นคนร่าเริง คนที่อยู่ด้วยก็มีความสุขตามไปด้วย แต่ยามร้ายนั้นก็น่ากลัวจนไม่มีใครอยากยุ่งด้วย นี่ล่ะมั้งคงเป็นสาเหตุให้เพื่อนของเธอยังไม่มีคนรู้ใจสักที หรือไม่บางทีอาจจะยังรอใครบางคนอยู่ก็เป็นได้

“เสียงดังมาแต่ไกลเชียว วันนี้ว่างหรือไงจ๊ะคุณผู้บริหารใหญ่” คณิสาเอ่ยแซว เพราะกว่าศิลป์อัปสรจะปลีกตัวจากงานมาได้นั้นหาได้ยากพอๆ กับงมเข็มในมหาสมุทร

“แหม...ฉันก็ไม่ได้ยุ่งขนาดนั้น ตอนนี้งานก็เริ่มอยู่ตัวแล้ว ถ้าไม่ติดว่าคุณพ่ออยากลงทุนเพิ่มนะ ฉันคงมีเวลาให้เธอถมเถไป...” ศิลป์อัปสรบอกอย่างยิ้มๆ แต่สายตากลับจ้องมองขนมเค้กที่คณิสาอบเสร็จ มันกำลังร้องและหอมกรุ่นอบอวลไปทั่วร้าน ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคนถึงชอบเข้าร้านของเพื่อนรัก เพราะคณิสาทำขนมอร่อยมากราวกับเชฟมาเอง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel