บท
ตั้งค่า

บทที่ 1 ลูกใคร - 2

“คุณน้าศิลป์....”

สองเสียงเล็กแหลมเรียกชื่อคนที่คุ้นเคย จากนั้นก็โผเข้ากอดผู้เข้ามาใหม่ ด้วยความคิดถึง เนื่องจากไม่เจอมาถึงสามเดือน

“โอ๊ย...สองแสบเนี่ย ขี้อ้อนเหมือนเดิมเลย” เสียงของศิลป์อัปสรบอก พร้อมกับหอมแก้มซ้ายขวาของเด็กแฝดด้วยความคิดถึง

“คิดถึงคุณน้าศิลป์มากๆ” เสียงของเด็กหญิงคณิกานต์บอกก่อน จากนั้นก็หอมแก้มซ้ายของศิลป์อัปสร ตามมาด้วยเสียงของคนน้องอย่างเด็กหญิงคณินธร

แม้ใบหน้าของเด็กทั้งคู่จะเหมือนกันจนแทบไม่ออก แต่ด้วยที่ศิลป์อัปสรช่วยคณิสาเลี้ยงสองแฝดมาตั้งแต่เด็กทำให้เธอแยกออกได้ เด็กหญิงคณิกานต์หรือครีม เป็นเรียบร้อยว่าง่ายตามสไตล์ของคนเป็นพี่ ส่วนเด็กหญิงคณินธรหรือคุกกี้ เป็นเด็กช่างพูดช่างเจรจา กล้าแสดงออก

“น้ามีของมาฝากสองแฝดด้วยนะ ไม่รู้จะชอบไหมน้า...” ศิลป์อัปสรยกของในมือขึ้นมา จนเด็กสองคนมองด้วยสายตาขี้อ้อน และกระพริบตาปริบๆ ด้วยความดีใจที่จะได้ของฝาก

“ของน้องคุกกี้เป็นบ้านตุ๊กตา...”

“กรี๊ดดดด...น้องคุกกี้ชอบมากๆ เลย ขอบคุณนะคะคุณน้า...” คณินธรฉีกยิ้มอย่างดีใจ

“ส่วนของน้องครีมเป็นของเล่นทำขนม...”

“ว้าว ดีจังน้องครีมอยากได้มานานแล้ว”

สองเด็กน้อยต่างพากันขอบคุณศิลป์อัปสรด้วยความดีใจ ส่วนคณิสายิ้มออกมาที่ลูกสาวมีความสุข เธอเองก็ไม่ค่อยได้ซื้อของพร่ำเพรื่อ เนื่องจากไม่ได้ร่ำรวยขนาดนั้น จึงได้แต่สอนลูกสาวทั้งสองให้รู้จักมัธยัสถ์ ถ้าอยากได้ก็ควรอดออมเพื่อซื้อสิ่งนั้น รวมไปถึงต้องเป็นเด็กดีด้วย

“กลับมาเมื่อไหร่ศิลป์...”

“ลงเครื่องปุบฉันก็มาหาเธอเลย เป็นยังไงบ้าง ไม่เจอกันแค่สามเดือน สวยขึ้นมากเลยนะคุณแม่ขา...”

“นี่แหนะ แซว...สวยอะไรฉันก็เหมือนเดิม”

“เธอน่ะไม่รู้หรอกว่าตัวเองสวยขนาดไหน ดูสิมีแต่คนมาจีบ มัวแต่ทำงานจะหาได้ไหมเนี่ยสามี...”

ศิลป์อัปสรพูดออกไปเล่นๆ แต่มันกลับไปจี้จุดเพื่อนสาว จนต้องรีบกล่าวขอโทษทันที

“เฮ้ย...ขอโทษนะเค้ก ฉะ...ฉันไม่ได้ตั้งใจ” เหตุการณ์เมื่อ 5 ปีก่อนทำให้คณิสาจำฝังใจมาจนถึงวันนี้ เธอรู้ว่าเพื่อนรักผู้ชายคนนั้นมาก จนต้องเจ็บปวดถึงทุกวันนี้

“ไม่หรอก...เราผิดเองแหละที่ไม่เคยลืมเรื่องนั้นสักที”

“จะไปคิดถึงไอ้สารเลวนั่นทำไม...มันทำร้ายเธอนะเค้ก อย่าลืมสิ” ศิลป์อัปสรรู้สึกแค้นแทนเพราะเพื่อนต้องกลายเป็นอย่างนี้เพราะผู้ชายไม่มีความรับผิดชอบคนนั้น

“ฉันจำได้ และจะไม่ลืมหรอกศิลป์...ถ้าไม่เพราะ...”

“เพราะอะไร”

“เมื่อวันก่อนฉันเจอเขา...”

“ว่ายังไงนะ” ศิลป์อัปสรถึงกับตกใจเมื่อโลกกลับกลมจนทำให้ทั้งสองมาเจอกัน และมันคงไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ เมื่อชายคนนั้นวนกลับเข้ามาในชีวิตของคณิสาอีกครั้ง

“ฉันกลัวว่าเขาจะรู้ความจริงเรื่องลูก” คณิสาบอกด้วยสีหน้ากังวลใจ เพราะถ้าเขารู้และต้องการเอาลูกไปเธอจะไปต่อกรอะไรได้ คนรวยอย่างริวจิแค่มีเงินก็สามารถบันดาลทุกอย่างให้มากองตรงหน้าได้แล้ว

“ไม่มีทาง...พี่คิมรับรองบุตรให้เธอ ทางเดียวที่เขาจะรู้คือตรวจเลือดเท่านั้นแหละ”

แม้คณิสาจะเข้มแข็งขึ้นมาก แต่ถึงยังไงเพื่อนคนนี้ก็ยังหัวอ่อนเหมือนเดิม จนกลัวว่าชายคนนั้นจะกลับมารังแกคณิสาอีกครั้ง

“เธอต้องเข้มแข็งเข้าใจเปล่า ต้องสู้ คิดแค่ว่าเพื่อลูกก็พอ...”

ชีวิตของคณิสาน่าสงสารกว่าที่ทุกคนคิด คนที่ต้องสู้ตัวเองมาตลอดชีวิต สู้กับโลกภายนอกไม่พอ ยังต้องมาสู้กับคนในครอบครัวอีก ทั้งๆ ที่มีสิทธิ์ทุกอย่าง แต่กลับทำอะไรไม่ได้จนต้องระเห็จมาอยู่ข้างนอกเพียงลำบาก

“อืม...”

“งั้นฉันกลับก่อน ไว้เคลียร์งานที่บ้านเสร็จจะแวะมาหา...” ด้วยความที่ศิลป์อัปสรเป็นลูกสาวคนเดียวจึงต้องช่วยงานครอบครัวทุกอย่างจนบางครั้งก็ดูแข็งจนเกินไป เพราะศิลป์อัปสรเปรียบเสมือนตัวแทนผู้หญิงยุคใหม่ที่ทำงานได้ด้วยสองมือของตัวเองโดยไม่พึ่งใคร

“จ้า...”

ภาพของเด็กน้องหน้าตาน่ารักตกอยู่ในสายตาของริวจิ วันนี้เขาเคลียร์งานให้เสร็จเร็วจึงมาหาคณิสาเพราะอยากเคลียร์เรื่องที่คลุมเครือ แต่ภาพที่ได้เห็นทำเอาหัวใจที่แข็งกระด้างรู้สึกชุ่มฉ่ำ เขายอมรับว่าเมื่อก่อนตัวเองไม่เคยคิดเรื่องลูกด้วยซ้ำ แต่ ณ เวลานี้อยากจะให้เด็กทั้งสองเป็นลูกของเขามากกว่าเพื่อนเก่าอย่างคิมหันต์

“มาค่ะ คุณลูก...กลับบ้านกันดีกว่านะคะ” มือทั้งสองข้างของคณิสาถูกมือน้อยๆ ของเด็กแฝดกุมกันคนข้าง จากนั้นก็จับจูงกันเพื่อไปยังรถ เพื่อขับรถกลับบ้าน ทั้งสามไม่รู้ว่ามีรถหรูคันหนึ่งแอบดักตามมาด้วย เพราะหญิงสาวคิดไม่ถึง จึงไม่ได้ระวังตัว จวบจนรถกลางเก่ากลางใหม่แล่นมาจอดหน้าบ้านที่มีขนาดกะทัดรัด

เมื่อมาถึงคณิสาก็หันไปมองลูกสาวทั้งสองที่นอนหลับปุ๋ยอยู่ที่เบาะหลัง สงสัยวันนี้จะเพลียจากการที่ช่วยคุณแม่ทำงาน

“หลับซะแล้ว...” แค่เห็นลูกสาวทั้งสองมีความสุข คณิสาก็หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง

คุณแม่ยังสาวเปิดประตูหลัง จากนั้นก็คว้าลูกสาวคนโตขึ้นมาแนบอกก่อน จากนั้นก็พาเข้าไปข้างในพร้อมทั้งวางลูกสาวบนเตียงนอนเล็กทันที

ส่วนหน้าบ้านมีร่างสูงใหญ่อันคุ้นตาอย่างริวจิที่แอบมองอยู่เมื่อครู่ เขาก้าวเข้ามาคว้าเด็กน้อยใบหน้าจิ้มลิ้มขึ้นแนบอก แต่ดวงตาคมเข้มก็มิวายมองใบหน้าเล็ก ใบหน้าที่รู้สึกคุ้นเคยแต่ก็ไม่สามารถอธิบายได้ว่าเคยเจอที่ไหน แต่ก็ไม่แปลกใจหรอกว่าทำไมคณิสามีลูกสาวหน้าตาน่ารักได้ถึงเพียงนี้ เพราะคงได้เธอมาเต็มๆ จนใจแกร่งแอบเข้าข้างตัวเองว่าอยากให้เด็กทั้งสองเป็นลูกของเขาก็คงจะดีกว่านี้

หลังจากที่คณิสาวางลูกสาวคนโตเธอจะเดินไปอุ้มลูกสาวอีกคน แต่ร่างสูงใหญ่ของคนที่เธอคุ้นเคยก็ปรากฎตัวขึ้นพร้อมกับในมือของเขามีลูกสาวคนเล็กอยู่ในอ้อมกอด

“คุณเข้ามาได้ยังไง เอาลูกฉันคืนมานะ!!!!” ใบหน้าหวานแดงก่ำด้วยความโกรธที่คนตัวโตตรงหน้าถือวิสาสะเข้ามาในบ้าน แถมยังมาอุ้มลูกน้อยของเธออีก

“จะเสียงดังทำไม กลัวชาวบ้านชาวช่องรู้หรือไงว่าผัวเก่ามาหาที่บ้านน่ะ...”

“เอาลูกมาให้ฉัน เอามา...” คณิสาบอกด้วยเสียงกระด้างและจ้องหน้าของเขาอย่างไม่ลดละ

“หึ...เห็นอุ้มคนเดียวไม่ไหว เลยอุ้มมาให้ ไม่คิดจะขอบคุณกันก่อนหรือไง...” เสียงของชายหนุ่มบอกอย่างกวนๆ

“ไม่ต้องมาเรียกร้อง ฉันไม่ได้ขอ เอาลูกฉันมา” ว่าจบร่างบอบบางของคณิสาก็เดินตรงเข้าไปจะดึงลูกออกจากอ้อมแขนแข็งแกร่งของริวจิ ยิ่งเห็นภาพที่คนตัวโตกำลังอุ้มลูกของเธอ ใจกลัวว่าชายร่างใหญ่จะรู้ว่าเด็กคนนี้เป็นลูกของเขา

เมื่อลูกมาอยู่ในอ้อมแขนของเธอแล้ว คณิสาก็จัดการพาลูกคนเล็กไปนอนในห้องนอนทันที เพื่อไม่ให้พวกเขามาได้ยินหรือเจอกับผู้ชายที่ชื่อริวจิ

เมื่อออกมาจากห้องนอนลูกสาว แทนที่ริวจิจะออกไปแล้ว แต่ชายหนุ่มกลับนั่งสบายอยู่บนโซฟาในห้องรับแขกของเธอ ทั้งๆ ที่ไม่ได้เชื้อเชิญด้วยซ้ำ

“ทำไมไม่กลับไปอีก!”

“คุณ...แขกอุตส่าห์มาที่บ้าน ทำไมไม่คิดต้อนรับหาน้ำหาท่ามาให้แขกเลย” เสียงเข้มบอกอย่างยียวน อีกทั้งสายตาของเขามองไปทั่วๆ มุมบ้านด้วยความสงสัย “เป็นเมียไอ้คิมมัน ทำไมมันเลี้ยงดูไม่ดีเลย คนอย่างมันหาบ้านให้เธอหลังใหญ่กว่านี้เป็นร้อยเป็นพันเท่า...”

“ไม่ใช่เรื่องของคุณ...ออกไปจากบ้านของฉันซะ” นิ้วเรียวยกขึ้นพร้อมทั้งชี้ไปที่ประตู และเหมือนชายร่างใหญ่จะเข้าใจ เพราะเขาเดินไปที่ประตู แต่กลับคว้าหมับและจัดการปิดมันลงจากนั้นก็ลงกลอนอย่างรวดเร็ว

ปึก!!!

“คะ...คุณจะทำอะไร ออกไปจากบ้านของฉันนะ ไม่อย่างนั้นฉันจะแจ้งตำรวจในข้อหาที่คุณบุกรุกบ้านของฉัน” ไม่ถึงเสี้ยววินาที ร่างสูงใหญ่ของริวจิก็เดินเข้ามาหาเธอในระยะประชิด จากนั้นก็เอามือหนารวบร่างเล็กของคณิสาให้เข้าใกล้ จนทั้งสองอยู่ห่างจากกันไม่ถึงคืบ

“ไม่เห็นจะกลัว...”

“ปล่อยนะ...”

“ทำไมตัวหอมอย่างนี้ล่ะเค้ก...หอมมากเลยรู้ไหม” อยู่ๆ ร่างสูงใหญ่ก็นิ่งไป แต่ใบหน้าหล่อเหลากลับโน้มมาที่ซอกคอระหง พร้อมกับดอมดมความหอมหวานของคณิสา

“อื้อ...ปล่อยนะ ไอ้คนฉวยโอกาส...ปล่อย...”

“ไม่คิดถึงกันบ้างเหรอ...คิดถึงเรื่องราวระหว่างเรา” มือที่โอบกอดร่างเล็กเอาไว้ทำให้ริวจิรับรู้ว่าเรือนร่างนี้อวบอิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หน้าอกสวยที่ดันผ้าลื่นออกมา มันเด่นชัดเสียจนอยากจะรู้เสียแล้วสิว่าเธอจะเปลี่ยนไปมากแค่ไหน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel