บทที่ 1 ลูกใคร - 1
“คิดถึงเรื่องเมื่อก่อนเหรอเค้ก...” มือหนาของคิมหันต์แตะลงบนไหล่บอบบางของคณิสาอย่างเป็นกำลังใจ ทำไมจะไม่รู้ว่าเพราะอะไรหญิงสาวถึงได้ซึมแบบนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะผู้ชายสารเลวคนนั้น ผู้ชายที่ชื่อริวจิ คนที่ทำร้ายหัวใจของคณิสาให้แหลกสลาย
“ทำไมเขาต้องกลับมา เค้กอุตส่าห์ลืมเขาได้แล้ว” น้ำตาสาวไหลออกมาอีกครั้ง จนคิมหันต์ทนไม่ไหว เอื้อมมือไปโอบสาวร่างเล็กจากนั้นก็ดึงเธอเข้าหาด้วยความเป็นห่วง
“ไม่ต้องร้องนะคนดีของพี่ เค้กต้องเข้มแข็งนะ พี่รู้ว่าเค้กเก่ง ไม่เอานะ” มือหนาลูบหลังของน้องสาวคนสนิทอย่างเป็นกำลังใจ
“เค้กกลัว กลัวว่าเขาจะรู้ว่าครีมกับคุกกี้เป็นลูกของเขา แล้วเขาจะพรากลูกไปจากเค้ก” ในตอนนี้สิ่งที่เธอกลัวมากกว่าการเผชิญหน้า คือการที่กลัวริวจิรู้ความจริงว่าเมื่อ 5 ปีก่อน เธอท้องลูกของเขา
“ไม่มีใครพรากลูกจากเค้กได้หรอก เชื่อพี่...คุกกี้กับครีมจะต้องอยู่กับเค้ก และผู้ชายคนนั้นต้องไม่รู้ว่าเขาเป็นพ่อ” ตอนนี้คิมหันต์ห่วงคณิสาเป็นอย่างมาก เพราะรู้ว่าเหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้สาวที่แสนร่าเริงและน่ารักอย่างเธอกลายเป็นคนซึมเศร้า จนเขาและศิลป์อัปสรเป็นห่วงอย่างมาก ยังดีที่สองสาวน้อยลูกสาวของคณิสาเป็นเหมือนยาชั้นดีที่ทำให้หญิงสาวอาการดีขึ้น
“ขอบคุณนะคะ...”
คณิสารู้สึกว่าตัวเองโชคดีเหลือเกินที่มีทั้งคิมหันต์และศิลป์อัปสรคอยอยู่ข้างๆ มิเช่นนั้นชีวิตของเธอก็แทบไม่เหลืออะไรแล้ว ส่วนลูกสาวทั้งสองก็เปรียบเสมือนชีวิตของเธอ ซึ่งจะไม่มียอมให้ใครมาพรากพวกแกจากเธอไปได้
“ทำงานเถอะเค้ก บางทีมันอาจจะไม่มีอะไรก็ได้” แม้ปากจะบอกสาวน้อยตรงหน้า แต่ตัวเขาเองก็กังวลลึกๆ เพราะสายตาที่ริวจิมองคณิสามันมีปรารถนาที่แอบซ่อนเอาไว้ จนกลัวว่าชายผู้นั้นจะกลับเข้ามาทำร้ายคณิสาอีกครั้ง ซึ่งเป็นสิ่งที่เขายอมไม่ได้
“ค่ะ
ทางด้านของริวจิที่ชะเง้อคอรอสาวหน้าหวานออกมา แต่เหมือนคนที่เขาอยากเจอจะไม่ออกมาเสียนี่ แต่กลับส่งชายลูกครึ่งหน้าหล่อออกมาแทน
“เค้กล่ะ”
“คุณมีอะไรกับเจ้าของร้านเหรอครับ มีหน้าที่กินก็กินไปสิครับ จะถามหาคนอื่นทำไม” คิมหันต์หันไปพูดกับริวจิด้วยน้ำเสียงกวนโอ๊ย จนริวจิอดหมั่นไส้ไม่ได้ คิมหันต์กับริวจิเคยเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกัน ทำไมจะไม่รู้ว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมามันแอบชอบของเล่นของเขา แต่นึกไม่ถึงเลยว่าจะยาวนานจนถึงตอนนี้ แถมท่าทีของมันก็ยังกวนประสาทเขาเหมือนเดิม
“มึงอย่ามากวนตีนกู กูถามว่าเค้กไปไหน...” คงไม่มีใครรู้ว่าเบื้องหน้าที่แสนหล่อเหลาของริวจิ แต่กลับมีความดิบเถื่อนซุกซ่อนเอาไว้ ซึ่งคิมหันต์รู้สันดานของชายผู้นี้ดี เพราะอะไรน่ะเหรอ เพราะเขากับมันเคยเป็นเพื่อนรักกันยังไงล่ะ แต่มันทำร้ายเคยจิตใจของคณิสาทำให้คิมหันต์ทนไม่ได้ที่เพื่อนจะทำร้ายผู้หญิงตัวเล็กๆ ได้ลงคอ จนกระทั่งทั้งคู่ตัดขาดความเป็นเพื่อนกัน
“อย่าเสียมารยาท และเรื่องส่วนตัว คุณไม่มีสิทธิ์ อีกอย่างเด็กอยู่ด้วยกรุณาใช้คำสุภาพ” ริวจิหันไปมองเด็กน้อยหลานสาวหลานชายทั้งสองที่มองคนเป็นลุงตาแป๋ว ทำเอาชายหนุ่มชะงักและเงียบลง แต่อย่าฝันเลยว่าเขาจะหยุดแค่นี้ เพราะต้องรู้ให้ได้ว่าเด็กฝาแฝดน่ารักที่เขาเห็นก่อนหน้านี้เป็นอะไรกับคณิสาและคิมหันต์
“มึง!!!” กรามแกร่งของริวจิขบเข้าหากันด้วยความขัดใจ แต่เขาจะไม่ถอย เขาต้องรู้ให้ได้
หลังจากเสิร์ฟขนมเสร็จคิมหันต์ก็เดินกลับไป แต่ก็ไม่วายที่จะหันไปส่งยิ้มเยาะให้กับอดีตเพื่อน ซึ่งมันสร้างความกรุ่นโกรธให้ไม่มากก็น้อย
“คุณลุงขา ทำไมคุณลุงต้องพูดคำหยาบคายด้วยคะ คุณแม่บอกว่าไม่ดีนะคะ” สาวน้อยรินนาบอกคนเป็นลุงด้วยสายตาใสซื่อ จนริวจิขอโทษขอโพยหลานสาวใหญ่โต ถึงเขาจะเลวยังไงแต่กับครอบครัวเขาทุ่มเทให้เต็มที่ และให้ความสำคัญกับครอบครัวมาเป็นอันดับหนึ่ง
“ครับ ลุงไม่พูดแล้วครับ”
การกระทำของริวจิตกอยู่ในสายตาของคณิสา จนใจสาวเจ็บปวด ไม่ว่ากี่ปีเธอไม่มีทางลืมรักแรกและรักเดียวของเธอ การกระทำที่เขาปฏิบัติต่อหลานสาวหลานชาย ยิ่งทำให้หญิงสาวร้าวราน ถ้าเขารักเธอบ้างก็คงดี ลูกๆ ของเธอคงมีความสุขที่มีพ่อมีแม่ แต่มันคงเป็นไปไม่ได้ในเมื่อผู้หญิงที่เขาเลือกไม่ใช่เธอ
“เขากลับไปแล้วใช่ไหมคะ”
“อืม...กลับไปแล้ว...” คิมหันต์มองสาวตรงหน้าอย่างสงสารจับใจ ชายหนุ่มรู้ว่าเธอยังคงลืมริวจิไม่ได้ แต่ไม่ว่ายังไงเขาจะไม่มีทางให้เพื่อนเก่าเข้ามาทำร้ายคณิสาได้อีก
“หวังว่าเขาจะไม่กลับมาอีกนะคะ”
“คงไม่มีแล้วมั้ง”
คิมหันต์บอกเพื่อให้คณิสาสบายใจ ทั้งๆ ที่สังหรณ์ใจว่าความวุ่นวายมันต้องบังเกิดมากกว่านี้แน่ เพราะท่าทางริวจิอยากจะรู้ว่าคณิกานต์และคณินธรเป็นลูกของใคร
หลังจากที่ไปส่งหลานๆ ที่บ้านของตัวเองแล้ว ริวจิไม่รอช้าที่จะต่อสายไปยังเบอร์ของเลขาฯ เพื่อช่วยบางอย่างกับเขา ซึ่งเรื่องนี้จะไม่กังขาอีกต่อไป ถ้าไม่ได้รู้คงนอนไม่หลับเป็นแน่
“สวัสดีครับคุณวิ...ช่วยสืบเรื่องของผู้หญิงที่ชื่อ ‘คณิสา ภาคภูมิชัย’ ให้ผมทีนะครับ ผมต้องการรู้เรื่องของเธอให้เร็วที่สุด วันนี้ได้เลยยิ่งดีนะ” ใจแกร่งตอนนี้มันช่างร้อนรุ่มยิ่งนัก ยิ่งเมื่อได้เห็นหน้าหวานๆ หัวใจที่เข้มแข็งกลับอ่อนยวบอีกครั้ง ซึ่งมันไม่เคยเกิดขึ้นกับเขามาก่อน
‘ได้ค่ะท่าน’
“ฉันจะต้องรู้ความจริงให้ได้...”
ทำไมนะใจของเขาถึงอยากให้เด็กแฝดหน้าตาจิ้มลิ้มนั่นเป็นลูกของเขา ทั้งๆ ที่ผ่านมาคนอย่างริวจิไม่เคยคิดที่จะมีครอบครัวหรือลูกมาก่อน แต่เมื่อเอเดสและเรนะมีลูก คนที่ไม่เคยอยากมีหลักแหล่งกลับรู้สึกอิจฉา จนอยากจะมีเป็นของตัวเองบ้าง และอยากรู้ว่าลูกของเขาจะหน้าตาน่ารักหรือไม่
ไม่ถึงสองชั่วโมงสิ่งที่เขาอยากรู้ก็มาอยู่ในอีเมลเป็นที่เรียบร้อย แต่ก่อนที่จะเปิดมันออกหัวใจของริวจิกลับเต้นไม่เป็นจังหวะ
ประวัติ
นางสาว คณิสา ภาคภูมิชัย อายุ 26 ปี
มีบุตรสาว 2 คน อายุ 4 ขวบ คือ เด็กหญิง คณิกานต์ ภาคภูมิชัย
และ เด็กหญิงคณินธร ภาคภูมิชัย
รับรองบุตรโดย นาย คิมหันต์ วรวงศ์ศิริ
ริวจิอ่านได้แค่สามบรรทัดหัวใจที่มีความหวังเต็มเปี่ยมกลับร้อนรุ่ม เมื่อชื่อของอดีตเพื่อนรักอย่างคิมหันต์คือพ่อของลูกคณิสา ซึ่งเขารู้สึกร้อนรนและรับไม่ได้กับความจริงข้อนี้
มือหนาจัดการโยนเครื่องมือสื่อสาร มันกระแทกกับกำแพงสีขาวจนแตกกระจาย แววตาของริวจิดุดันและน่ากลัวเป็นอย่างมาก ความจริงที่เขาไม่อยากได้ยินไม่อยากจะเชื่อ และไม่คิดว่าไอ้คิมหันต์มันคิดตีท้ายครัวเอาเมียเก่าของเขาไปเป็นเมียมันแทน
เพล้ง!!!
“ระยำเอ๊ย!!!!”
ถึงจะรู้ความจริงที่ว่าเด็กทั้งสองจะเป็นลูกของคิมหันต์แต่ยังไงเขาก็ไม่หยุดเพียงแค่นี้แน่ กลิ่นเรือนกายของคณิสามันทำให้รู้สึกเสียดาย เมื่อก่อนหญิงสาวสวยแต่เรียบร้อยไม่เร้าใจจนไม่รู้สึกตื่นเต้นเวลาอยู่ใกล้ ซึ่งต่างจากตอนนี้ที่หญิงสาวไม่ต่างจากกระดังงาลนไฟจนปลุกความต้องการของเขาให้ลุกโชนได้เพียงชิดใกล้
วันนี้เป็นวันเสาร์ทำให้ลูกค้าเยอะเป็นพิเศษ อีกทั้งเธอต้องดูแลเจ้าสองแสบเนื่องจากไม่มีเรียน แถมคิมหันต์ยังไปติดต่อธุรกิจที่ต่างจังหวัด คณิสาจึงต้องทั้งเลี้ยงลูกและดูแลร้านเองเพียงลำพัง
“น้องครีม น้องคุกกี้คะ ช่วยไปรับออเดอร์ลูกค้าให้คุณแม่ได้ไหมลูก แม่กลัวอบขนมไม่ทัน” ด้วยความที่คณิสาเลี้ยงลูกมาด้วยลำแข้งของตัวเอง ทำให้เด็กน้อยทั้งสองว่านอนสอนง่าย อีกทั้งยังรักคุณแม่ของตัวเองมากกว่าใคร
“ได้เลยค่ะ น้องคุกกี้ชอบเจอคนเยอะๆ ไปกันเถอะครีม” คณิสามองลูกสาวฝาแฝดแล้วยิ้มออกมา นี่คือความโชคดีอย่างหนึ่งในชีวิตของเธอ แม้ใครจะบอกว่าเธอท้องไม่มีพ่อก็ตาม แต่ถึงกระนั้นเธอก็มีความสุขที่มีลูกสาวทั้งสองอยู่เคียงข้าง
ร่างเล็กของเด็กน้อยทั้งสองที่ต่างพากันรับออเดอร์ช่วยคุณแม่ แม้ลายมือจะอ่านยากสักนิดเนื่องจากเป็นลายมือเด็ก แต่ทั้งสองก็ช่วยกันอย่างขยันขันแข็ง จนคนมองอดเอ็นดูไม่ได้
“น่ารักจังเลยนะเธอ โอ๊ยฉันล่ะอยากมีลูกหน้าตาแบบนี้บ้าง พ่อแม่คงหล่อสวยมากๆ เลยเนาะ” ลูกค้าภายในร้านต่างพากันชื่นชมลูกสาวของคณิสาไม่ขาดปาก
เสียงเจี๊ยวจ๊าวของเด็กเรียกสายตาของคนที่มองมา รวมไปถึงเสียงเรียกชื่อใครบางคนที่ทำให้คณิสาเงยหน้าจากเคาน์เตอร์
