บท
ตั้งค่า

บทที่:9 ขอโอกาส

“ฮื่อ….อา คะ เมื่อไหร่มันจะจบสักที” ฉันหลับตาปี๋เมื่อถึงฉากที่น่ากลัว มือเล็กจิกเล็บลงฝ่ามือใหญ่อย่างลืมตัว

“……” แต่อาไรเฟิลกลับเงียบ และมันก็สัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นที่พ่นลดใบหน้า

“อึก” เหมือนโลกมันหยุดหมุน แพขนตางอนค่อยๆ ลืมขึ้น ร่างเล็กนั่งตัวแข็งทื่อมือใบหน้าหล่อคมยื่นเข้ามาใกล้จนหน้าเราทั้งคู่แทบจะชนกันอยู่แล้ว

“อะ…อา จะทำอะไรคะ” ฉันพูดเสียงตะกุกตะกัก เผลอมองหน้าสบตาคู่นั้นเมื่อนิ้วเรียวเกลี่ยเขี่ยแก้มใส

“อาแค่อยากมองหนูใกล้ๆ” เขาพูดเสียงทุ้มนุ่ม ก่อนจะประทับจูบ มอบจุมพิตลงหน้าผากเล็กอย่างอ่อนโยน

“อาไม่เคยรักใครแบบนี้มาก่อน ที่ผ่านมาอาอาจจะทำให้หนูกลัว ขอโอกาสให้อาได้แก้ตัวได้มั้ย” เรามองหน้าสบตากัน

“จนกว่าหนูจะเรียนจบ ถ้าอา ทำให้หนูรักไม่ได้อา จะไม่ยุ่งกับหนูอีก” น้ำเสียงอาไรเฟิลมันจริงจังและหนักแน่น ฉันจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมกริบคู่นั้น พร้อมหัวใจที่เต้นแรง

“……..” ริมฝีปากบางเม้มเป็นเส้นตรง มองคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย เขาบางทีก็ดูน่ากลัว บางทีก็ดูอบอุ่น และไหนจะอีกหลายๆ เรื่องเกี่ยวกับอาที่มันดูไม่สมเหตุสมผล เขาเป็นใครกันแน่ เพราะแค่ถ้าเป็นหมอจิตแพทย์ธรรมดา เวลาไปไหนมาไหนทำไมถึงได้มีลูกน้องตามเป็นขบวน

เรื่องนี้เคยจะถามพ่ออยู่เหมือนกันแต่พ่อกลับเลือกที่จะไม่พูดถึงและเดินหนี มันต้องมีอะไรมากกว่านั้น หรือว่าอาไรเฟิลจะเป็น….

'อา เป็นหมอจิตที่ชอบฆ่าคน เหมือนในหนังใช่มั้ย'

'หรือ อา จะมาหลอกหนูไปขาย หรือว่าอา เป็นผู้ร้ายถึงต้องมีลูกน้องคุ้มกัน อา ต้องทำอะไรผิดแน่ๆ' แต่ก็ได้แต่ตั้งคำถามกับตัวเองไม่กล้าถามเขาไปตรงๆ ถ้าเกิด อาไรเฟิล โมโหแล้วสั่งลูกน้องยิงฉันทิ้งจะทำไง เขายิ่งจิตๆ อยู่

“หึ…..อาไม่ใช่คนดีอย่างที่หนูคิด และอาก็ไม่ใช่คนเลว ถึงวันนั้นอา จะบอกหนูทุกอย่าง แต่….” เสียงเข้มเอ่ยขึ้นอย่างกับเขารู้ว่าฉันกำลังคิดอะไรอยู่ และอยู่ๆ อาไรเฟิลก็หยุดพูด เขาเอาแต่จ้องหน้า เหมือนกับจะบอกอะไรฉันสักอย่าง

“เรา…มาคบกันดีมั้ย อาอยากเป็นแฟนหนู” เขาพูดเก้ๆ กังๆ ขัดๆ เขินๆ ดูไม่เป็นตัวของตัวเองเลย

“หึ…” ฉันถึงกลับกลั้นขำไม่ไหว มันดูไม่เป็นอาไรเฟิลเอาซะเลย หรือฉันชินกับความบ้า ความจิตความเอาแต่ใจ ความใจร้อนของเขา พอมาพูดอะไรแบบนี้มันเลยดูแปลกๆ

“ขำอะไร” อาไรเฟิลทำหน้าดุ

“….เปล่าคะ หนูไม่ได้ขำอาสักหน่อย หนังตลกดีนะคะ” คนตัวเล็กส่ายหน้าปฏิเสธเสียงแข็ง พร้อมหันหน้าไปดูหนัง แต่ลืมไปว่าวันนี้มาดูหนังผีแล้วบอกว่า ขำหนัง โอ๊ยท่าจะบ้านะเธอยัยภูพิงค์ นี่เธอเป็นอะไรไปเนี่ย ถึงได้สติหลุดแบบนี้

“ถ้าไม่ตอบอา จะถือว่าหนูตกลงเป็นแฟนอาแล้วนะ”

“…….” ฉันที่กำลังขำ เกือบสำลักน้ำลายตัวเองเมื่อสีหน้าท่าทางอาไรเฟิลเข้าดูจริงจังกว่าเดิม

“คือว่า….” จะตอบยังไงดีล่ะทีนี้ เฮ้อ….ชีวิตทำไมต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ด้วย ความฝันคืออยากเก่งเหมือนพ่อและแม่ แล้วตอนนี้อายุก็พึ่งจะ 18 เรื่องแฟน เป็นอะไรที่ไม่เคยมีในหัวมาก่อน

พรึบ

“อา ทำอะไร ลุกขึ้นค่ะ พื้นมันสกปรก” ดวงตากลมโตเบิกกว้าง เมื่ออยู่ๆ คนตัวโตก็นั่งคุกเข่าลงกับพื้น ทำอย่างกับจะขอแต่งงานเหมือนในหนัง ชอบทำอะไรแปลกจริงผู้ชายคนนี้

“ว่าไง จะตกลงดีๆ ให้จะให้อา” เขาพูดเสียงเรียบจ้องหน้าฉันอย่างเอาเรื่อง ทำตัวน่ารักดูอบอุ่นได้แป๊บเดียว ร้ายอีกแล้ว

“ขอคิดก่อนได้มั้ย หนูยังกลัวอา อยู่เลย” ถึงมันจะไม่มากเท่าแต่ก่อน แต่ก็ยังน่ากลัวอยู่ดี

“นับหนึ่งถึงสิบ ถ้าไม่ตกลง ก็อย่าหวังจะได้ไปจากที่นี่!” เขาพูดเสียงดุดัน

“อา…จะทำอะไรหนู” ฉันพูดเสียงสั่น ร่างเล็กเอนตัวหนีเมื่อคนตัวโตลุกขึ้นโน้มหน้าเข้ามาใกล้

“อาก็จะ…..” สายตาคมกริบจ้องมองต่ำ

“อย่านะ เพราะแบบนี้ไง อาน่ากลัวโรคจิตแบบนี้ไงหนูถึงไม่อยากอยู่ใกล้อา” ฉันพยายามถอยตัวหนีจากท่อนแขนแกร่งที่ขนาบข้างลำตัวไม่ให้ลุกหนีไปไหนได้

“อาทำได้มากกว่านี้อีก ถ้าหนูยังดื้อแบบนี้ ไหนพูดให้ฟังหน่อยสิว่าหนูเป็นอะไรกับอา” เขายกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ ยื่นหน้าหล่อเหลาเข้ามาใกล้จนปลายจมูกโด่งชนกับจมูกเล็ก

“ปะ…เป็นอะไรหนูยังไม่ได้ตอบตกลงอะไรอาสักหน่อย ออกไปนะ หนูจะกลับ และจะฟ้องพ่อด้วยว่าอารังแกหนู” ฉันมองหน้าเขาอย่างไม่เกรง

“พี่เปอร์คงไม่อยู่ให้หนูฟ้องหรอกเด็กน้อย” เขาพูดเสียงเรียบ แตะริมฝีปากอุ่นๆ ลงที่ริมฝีปากบางเบาๆ

“อา ทำอะไรพ่อกับแม่หนู” ฉันเอียงหน้าหนีเมื่ออาเขาทำท่าจะจูบ

“ทำอะไรดีนะ” เขาพูดอย่างไม่ใส่ใจ สูดดมตามซอกคออย่างคนโรคจิต

“หนูไม่สนุก ถ้าอาทำอะไรพ่อกับแม่หนู อย่าหวังว่าหนูจะตกลงเป็นแฟนกับอา!!” ฉันพูดเสียงแข็ง ตอนนี้มันโมโหจนตัวสั่น

“แสดงว่าถ้าอาไม่ได้ทำอะไรหนูก็ตกลงเป็นแฟนกับอา โอเค ตามนั้น” เขาพูดยิ้มๆ ไหวไหล่เบาๆ ทำเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“แล้วตกลงพ่อกับแม่หนูละ อา ทำอะไรพ่อกับหนู” ตอนนี้มันรู้สึกเป็นห่วงพ่อกับแม่อย่างบอกไม่ถูก หรือว่าอาไรเฟิล

“บะ…บอก ฮื่อ” แต่ไม่ทันจะได้พูดจบคำพูดกลับถูกกลืนหายไป เมื่อริมฝีปากอุ่นๆ ประทับลงบนริมฝีปากบางอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว

“หนูเป็นแฟนอาแล้วนะ”

“ส่วนพ่อแม่หนู อาไม่รู้ก็คงทำงานอยู่ละมั้ง” เขาพูดเสียงเรียบ นิ้วเรียวเกลี่ยเขี่ยริมฝีปากบางที่สั่งระริกไปมา ฉันได้แต่นั่งนิ่งงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น

“อาหลอกหนูเหรอ” ฉันพูดเสียงสั่น

“อา ใจร้าย รู้มั้ยภูพิงค์กลัวแค่ไหน ถ้าพ่อแม่เป็นอะไรไปภูพิงค์จะทำยังไง” คนตัวเล็กร้องไห้ออกมาอย่างไม่อาย

“หลอกอะไรอาแค่พูดว่าพ่อเราไม่อยู่ให้เราฟ้อง เรานั่นแหละที่คิดไปเอง”

“หยุดร้อง เป็นผู้หญิงของอา อย่าทำตัวอ่อนแอ” น้ำเสียงดุดันเอ่ยขึ้น พร้อมมือหนา ปาดซับน้ำตาที่ไหลอาบสองแก้มให้อย่างอ่อนโยน

“หนูไม่ได้เป็นอะไรกับอาสักหน่อย” คนตัวเล็กพูดเสียงสะอื้น พยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้มันไหลออกมาอีก ฉันก็ไม่ได้อ่อนแอแบบนี้ แต่แค่คิดว่าพ่อแม่ตกอยู่ในอันตรายหัวใจดวงน้อยมันก็แตกเป็นเสี่ยงๆ แล้ว

“งั้นเป็นตอนนี้เลยดีมั้ย!!”

“อา จะทำอะไร หยุดเลย อย่าทำอะไรบ้าๆ นะ” ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นอีกครั้ง เมื่ออยู่ๆ อาไรเฟิลก็ถอดเข็มขัดราคาแพงออกจากเอว

“ก็ทำตัวแบบนี้ใครจะอยากเป็นแฟนด้วย อารู้มั้ยอาเหมือนพวกตาแก่โรคจิต ที่ชอบช่วยตัวเองตามป้ายรถเมล์!” ฉันพูดอย่างเหลืออด

“ตาแก่โรคจิต ตามป้ายรถเมล์ หึ…” เขาเค้นหัวเราะออกมาอย่างเย้ยหยัน มันตลกตรงไหน

“เด็กน้อยแต่นี่มันโรงหนัง ไม่ใช่ป้ายรถเมล์” แล้วทำไมต้องพูดเสียงกระเส่าแบบนั้นด้วย น่าขนลุกที่สุด

“โอเคๆ อาไม่แกล้งแล้ว ไปหาอะไรกิน ตั้งแต่เช้าอายังไม่ได้กินอะไรเลย” อยู่ๆ เขาก็เปลี่ยนเรื่อง ทำเอาฉันถึงกับงึนงง เพราะตามอารมณ์อาไรเฟิลไม่ทัน

“ไปสิหรือจะให้อากินหนูแทนข้าว แต่บอกไว้ก่อนอากินดุนะ หนู…..” ร่างหนา ยืนมือกอดอก ลิ้นดันกระพุ้งแก้ม มือลูบคางอย่างใช้ความคิด สายตาคู่นั้นมองจ้องมาที่ร่างเล็กอย่างพิจารณา

“หนู….ต้องรับของอาให้ได้นะเด็กน้อย” ก่อนเขาจะเดินเข้ามากระซิบ พร้อมกับประกบปากจูบโดยที่ไม่ทันให้ได้ตั้งตัว...

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel