บทที่:10 ข้อตกลง
“ฮือ” คนตัวเล็กในอ้อมกอด ได้แต่ร้องท้วงในลำคอ เมื่อริมฝีปากหนาบดจูบ ขยี้ริมฝีปากบางจนมันบวมชาไปทั่วทั้งบริเวณ มือหนาลูบไล้ตามแผ่นหลัง เลื่อนขึ้นมาล็อกท้ายทอยขยี้จูบหนักๆ ทำเอาฉันแทบขาดอากาศหายใจตาย
“รู้มั้ยอาอยากรักหนู จะตายอยู่แล้ว” ริมฝีปากหนาค่อยๆ ผละริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง น้ำเสียงแหบแห้ง จังหวะลมหายใจที่เริ่มติดขัด สายตาหวานเยิ้มจ้องมองใบหน้าหวานที่ได้แต่ยืนนิ่ง ไม่แม้แต่จะกล้าขยับตัวหนี
“ไม่ต้องกลัว อาไม่อะไรไปมากกว่านี้แน่นอน อา จะรอ รอวันที่หนูเต็มใจจะเป็นของอา” อาไรเฟิลระบายยิ้มบางๆ รอยยิ้มของเขามันดูอ่อนโยนและอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก
“ที่อา ทำไปทั้งหมดเพราะอา รัก อาไม่เคยคิดร้ายกับหนู ขอโอกาสให้อาได้อยู่ใกล้ๆ คอยดูแลปกป้องหนูได้มั้ย” น้ำเสียงสีหน้าแววตามันแสดงออกอย่างชัดเจน รับรู้ได้ว่าที่อาไรเฟิลพูดออกมามันออกมาจากความรู้สึกของอาจริงๆ
“ก็ได้ หนู…..” แต่อยู่ๆ กลับรู้สึกเขินอายจนพูดอะไรไม่ถูก
“หนู….” ใบหน้าหล่อขยับเข้ามาใกล้ เมื่อฉันเอาแต่ก้มหน้าไม่กล้าสบตาคมกริบคู่นั้น
“หนู…อะไร หืม ไหนพูดให้อาฟังหน่อย”
พรึบ
ท่อนแขนแกร่งดึงร่างเล็กกระชับกอดแน่นกว่าเดิม
“หนูหิวข้าว ไหน อาบอกว่าจะไปกินข้าวไงคะ” ฉันรวบรวมความกล้าทั้งหมด เงยหน้ามองหน้าสบตากับคนตรงหน้า อย่างไม่เกรง
“ขอ...กิน….” สายตาเจ้าเล่ห์มองจ้องหน้าไล่ลงมาที่ริมฝีปากบาง
“ฮื่อ” ก่อนริมฝีปากอุ่นจะฉกชิงริมฝีปากบางอีกครั้ง แต่ครั้งนี้อาไรเฟิลเขาไม่ได้แค่จูบ ริมฝีปากบางเม้มแน่นเมื่อเขาพยายามสอดกันลิ้นเข้ามา
“ขอ อาดูดหน่อย” เขาพูดเสียงกระเส่า
“……” ฉันได้แต่ยืนนิ่ง ก่อนอา จะประกบปากจูบอีกครั้งและค่อยๆ สอดดันเรียวลิ้นอุ่นๆ แทรกซึมเข้ามาในโพรงปากเล็กอย่างอุกอาจ เขาจูบดูดเรียวลิ้นเล็กจนมันเจ็บชาทั่วทั้งปาก
“อาคะ พอแล้วหนูเจ็บ” มือเล็กดันแผงอกแกร่ง เมื่อรู้สึกมึนชาเจ็บๆ ไปทั่วบริเวณ
“หึ…ใครให้ปากหวานน่ากินแบบนี้ ก็ต้องเจ็บตัวแบบนี้” เขาพูดพลางเอามือขึ้นมาปาดเช็ดปากที่เลอะไปด้วยน้ำลาย
“…..” ส่วนฉันได้แต่ยืนก้มหน้าด้วยความอาย มีแฟนครั้งแรก เฮ้อ…อายุน้อยกว่าพ่อไม่กี่ปี จะไหวมั้ยภูพิงค์…..
หลังจากนั้นอาไรเฟิลก็พาไปทานข้าว และพาไปเดินซื้อของต่อ แต่ก็ได้แค่เดินดูไม่รู้จะซื้ออะไร
“เป็นอะไรทำไมทำหน้าแบบนั้น” เสียงเข้มเอ่ยถามเมื่อฉันทำหน้างอ
“พ่อกับแม่ไปดูงานด่วนต่างจังหวัดค่ะ” ฉันพูดเสียงเศร้า ว่าจะขอไปเที่ยวด้วยอดจนได้
“อยากไปเที่ยว!” อาไรเฟิลพูดอย่างกับ อ่านความคิดฉันได้
“….ก็หนูรอปิดเทอมอยากไปช่วยงานพ่อกับแม่ จะได้ไปเที่ยวด้วย” ฉันพูดพลางเดินดูอะไรไปเรื่อย
“ภูพิงค์!!”
ขวับ!!
“ยุ้ย!!” ร่างเล็กหันขวับเมื่อเสียงใสที่คุ้นเคยร้องเรียก ยุ้ยเป็นเพื่อนของเพื่อนสนิทฉันเอง เธอพึ่งย้ายมาเรียนก่อนจะปิดเทอมได้ไม่กี่เดือน
“สวัสดีค่ะ คุณพ่อ” ยุ้ยยกมือไหว้อาไรเฟิลที่ยืนอยู่ข้างๆ
“พ่อ?” อาไรเฟิลจ้องหน้ายุ้ยที่ยิ้มแย้มอย่างเอาเรื่อง
“ยุ้ย!!ไม่ใช่พ่อ....คนนี้อาเรา พ่อเราหล่อกว่านี้” ฉันพูดเสียงกระซิบ กลั้นขำแทบไม่อยู่ พ่อ…ฮ่า ฮ่า ฮ่า อยากจะหัวเราะดังๆ แต่ก็ต้องกลั้นเอาไว้เพราะถูกสายตาอำมหิตของใครบางคนมองยัยยุ้ยอย่างกับจะฆ่า
“ขอโทษค่ะ ก็นึกว่ามากับพ่อ ใครจะไปรู้ว่าเป็นคุณอา”
“สวัสดีค่ะคุณอา” ยัยยุ้ยยกมือไหว้อาไรเฟิลที่เอาแต่ยืนทำหน้าขรึม ท่าทางเอาเรื่องสุดๆ
“ยุ้ย ทำอะไรอยู่ไปได้แล้ว” ระหว่างที่เราสองคนคุยเมาส์กันเสียงหวานหูก็ดังขึ้น
“เดี๋ยวไปค่ะพี่ยา”
“แล้วจะโทรหานะ พี่สาวเราเรียกแล้ว”
“โอเคแล้วเจอกัน” ฉันยิ้มให้เพื่อน และหันไปมองหน้าอาไรเฟิลที่ดูไม่สบอารมณ์เท่าไหร่
“ยัยยุ้ย!!” ก่อนพี่สาวยุ้ยจะเดินทำหน้าดุมาหาเรา
“พี่ยา ยุ้ยขอโทษพอดียุ้ยเจอเพื่อนเลยคุยนานไปหน่อย” ยัยยุ้ยยิ้มแห้ง ให้พี่สาว แต่พี่สาวยุ้ยกลับไม่ได้สนใจที่น้องสาวพูด ตาเธอมองไปที่อาไรเฟิลเป็นประกาย
“นี่ภูพิงค์เพื่อนยุ้ยส่วนคนนั้น คุณอาของภูพิงค์ค่ะ” ยุ้ยแนะนำให้รู้จักกับพี่สาว สองคนนี้เป็นลูกคนใหญ่คนโต นักการเมืองถ้าจำไม่ผิด
“สวัสดีค่ะ วิภาดา คุณ” เธอไม่ได้สนใจฉันกลับเดินตรงเข้าไปทักทายอาไรเฟิล ฉันกับยุ้ยถึงกลับมองหน้ากันคือพี่กับน้องนิสัยต่างกันมาก พี่สาวดูเย่อหยิ่ง แต่น้องกลับน่ารักไม่ถือตัว
“……” อาไรเฟิลไม่แม้แต่จะมองหน้าพี่ยาด้วยช้ำ
หมับ!
“กลับได้แล้ว”
มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือ ร่างเล็กถูกลากออกจากตรงนั้นทันที อาเขาเป็นอะไรก่อนหน้านี้ยังดูอารมณ์ดีอยู่เลย แล้วยังเสียมารยาทกับพี่สาวเพื่อนฉันอีก เธอถึงกับหน้าเสียเมื่อยื่นมือทักทายแต่อาไรเฟิลกลับไม่สนใจเดินออกมาอย่างหน้าตาเฉย…
“อา คะ หนูเจ็บ อาเป็นอะไรของอาเนี่ย” พอมาถึงรถเขาก็จับร่างเล็กยัดเข้ารถอย่างแรง เหมือนอาโกรธฉันเลย แต่โกรธเรื่องอะไร ไม่เห็นเข้าใจ
“…….” อาไรเฟิลเงียบเขาไม่พูดอะไร ก่อนจะขับรถออกไป แต่ปลายทางมันไม่ใช่ทางไปบ้านอย่างแน่นอน
“อา จะพาหนูไปไหน”
“คอนโด” เขาตอบเสียงเรียบ
“ไม่ไปหนูจะกลับบ้าน ไหน อาบอกจะไม่ทำอะไรภูพิงค์ไง”
“ไม่ได้จะทำอะไร อา มีงานต้องทำนิดหน่อย อีกอย่างพ่อแม่เราก็ไม่อยู่” อาไรเฟิลหันมาตอบ และหันกลับไปมองทาง
“แต่ว่า…”
“ไม่มีแต่ หรืออยากให้อา ทำมากกว่าจูบ” เขาพูดจริงจัง
“ไม่ค่ะ” ฉันส่ายหน้าปฏิเสธ
“แค่นอนกอด” เขายิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดี
“นะ…นอนกอด!!” ดวงตากลมโตเบิกกว้าง กลืนน้ำลายเหนียวลงคอ ร่างเล็กได้แต่นั่งนิ่งตัวแข็งทื่อ นี่เราต้องไปค้างคืนกับอาจริงๆ เหรอ ถึงเขาจะเคยแอบเข้าห้องมานอนด้วยเกือบทุกคืน แต่นั่นมันไม่รู้ตัว แล้วนี่คอนโดเขานะ เฮ้อ….ตายแน่ภูพิงค์
คอนโด
“ลงมาหรือจะให้อาอุ้ม” อาไรเฟิลพูดอย่างหงุดหงิดเมื่อฉันไม่ยอมลงจากรถ
“หนูว่าหนูเรียกแท็กซี่กลับบ้านดีกว่า อาบอกอา มีงานต้องทำหนูไม่อยากรบกวนอา” ฉันรีบลงจากรถและเดินออกจากตรงนั้นทันที
“ภูสิตา!!”
“ไหนเราตกลงกันแล้วว่าอา จะไม่ดุ ไม่เสียงดัง แล้วทำไม” ฉันเบ้ปากหันไปมองหน้าคนใจร้าย แค่นี้ก็ต้องขึ้นเสียงใส่
“อาขอโทษ ก็หนูงอแงขึ้นห้อง ถ้าไม่อยากโดนดุอีก”
“มา อา ไม่ทำอะไรหนูหรอก” อาไรเฟิลถอนหายใจแรง ดูเขาคงจะหงุดหงิดอยู่ไม่น้อย
“…….” เฮ้อ แต่ก็ได้แค่ถอนหายใจแล้วเดินเข้าไปหาอา หวังว่าอาไรเฟิลคงจะทำตามที่เขาพูดนะ
20.00น.
“ถ้าง่วงก็ไปนอนก่อน อาขอเคลียร์งานสักพักแล้วจะไปนอนด้วย” อาไรเฟิลในเสื้อคลุมสีดำเดินเข้ามาหาฉันที่กำลังคุยแชตกับพี่ภูผา น้องไม่กลับบ้านแทนที่จะโทรตามกลับหายเงียบไปเลย จะงอนหลายๆ วันเลยคอยดู
“ยังค่ะ....หนูขอเล่นอันนั้นได้มั้ย” นิ้วเรียวชี้ไปที่ตัวต่อเลโก้พระราชวังโปตาลา ประเทศจีน ที่อายังต่อไม่เสร็จ
“หึ…อย่านอนดึกแล้วกัน” อาไรเฟิลพูดยิ้มๆ พลางเอามือลูบหัว ก่อนร่างหนาจะเดินไปอีกห้อง จะว่าไปคอนโดอาไรเฟิลก็น่าอยู่เหมือนกันมีอะไรให้เล่นเยอะเลย
ถ้าอยู่บ้านคงไม่ได้เล่น ก็ไอ้น้องบ้า พอต่อใกล้จะเสร็จมันก็มาทำพัง ร่างเล็กที่ใส่เพียงเสื้อเชิ้ตตัวใหญ่ นั่งต่อเลโก้ด้วยความตั้งใจ แต่มันต่อยากชะมัด นั่งต่อตั้งนานได้นิดเดียวเอง
“อา คะ ช่วยหน่อย” ฉันพูดเสียงอ้อนเมื่ออาไรเฟิลเดินกลับเข้ามาในห้อง
“พ่อแล้วไปนอน พรุ่งนี้อา จะให้หนูเล่นทั้งวัน แต่ตอนนี้ถึงเวลาที่ต้องนอนแล้ว” เขาพูดเสียงเรียบดึงร่างเล็กลุกขึ้น
“ไม่เอา หนูจะต่อ” ฉันทำหน้าบึ้งและไม่ยอมลุก ที่จริงคือง่วงแล้วแหละ แต่….ไม่อยากนอนแค่นั้นเอง
“นะคะ ช่วยหนูหน่อย นะคะ นะนะ” ฉันทำหน้าอ้อนหลับตาปริบๆ เหมือนกับเวลาที่อ้อนพ่อกับแม่
“อ้อนแบบนี้อา ว่า…” ใบหน้าหล่อโน้มลงมาใกล้ สายตาเจ้าเล่ห์มองมาที่ต้นขา
“อึก….” แต่ถึงกลับต้องกลืนน้ำลายเมื่อ อยู่อาไรเฟิลก็ถอดเสื้อคลุมออก เผยให้เห็นรอยสัก เสือมังกรตรงหน้าอกทั้งสองข้างอย่างชัดเจน และรอยสักหยินหยางที่แขนข้างซ้าย ทำไมรอยสักอาไรเฟิลแต่ละลอยมันดูน่ากลัว เหมือนรอยสักพวกนักเลง มาเฟียหรือพวกยากูซ่าอะไรพวกนั้นเลย
แต่ละลายดูมันมีพลังลึกลับมันน่ากลัวอย่างบอกไม่ถูก แล้วไหนจะรอยแผลเป็นตามตัวอีก เขาเป็นใครกันแน่ คนธรรมดาที่ไหนจะมีรอยแผลเป็นตามตัวเยอะขนาดนี้
“อาถอดเสื้อทำไม” ฉันพูดเสียงตะกุกตะกัก ขยับตัวถอยหนี เมื่ออาขยับเข้ามาใกล้เรื่อยๆ
"อา จะทำยังไงกับเด็กดื้อดีนะ"
