บทที่:8 เปิดใจ
ห้างหรู.....
“.........” ดวงตากลมโตเบิกกว้าง เมื่อคนตัวโตโน้มหน้ากระซิบ เป็นไปได้เหรอเขาต้องโกหกแน่ๆ แต่มันก็น่าขำจริงๆ นะ
“คิก คิก อาพูดจริงเหรอคะ หลอกหนูรึเปล่า” ฉันหัวเราะออกมาอย่างขบขัน และเผลอยิ้มให้กับคนตรงหน้า
“.......” แต่สีหน้าเขากลับดูตึงเครียดไม่ได้สนุกอะไรไปกับฉันเลยสักนิด
“ว่าแต่....อาอยากดูเรื่องอะไร?” ฉันพูดยิ้มๆ
“เรื่องนั้น”
“เฮือก!!” ร่างเล็กถึงกลับสะดุ้งตกใจหัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อเสียงแผ่วกระซิบชิดใบหู พูดดีๆ ก็ไม่เห็นต้องยื่นหน้าเข้ามาใกล้เลย
“อาอยากดูเรื่องนั้น” นิ้วเรียวยาวชี้ไปที่แผ่นป้ายหนังขนาดใหญ่ที่กำลังเป็นกระแสอยู่ตอนนี้ ‘ร่างทรง’
“ห๊ะ!!อา จะดูเรื่องนั้น เนี่ยนะ!” ดวงตากลมโตเบิกกว้างมองตามนิ้วเรียวอุทานออกมาอย่างตกใจ เรื่องนั้นมันน่ากลัวจะตาย เมื่อตอนที่ดูกับพี่ภูผาภาพยังติดตาและหวาดกลัวยังไม่หายเลย
“ก็ได้ แต่ว่า.....” ฉันทำหน้าครุ่นคิด
“หรือว่าภูพิงค์กลัว” เขาเอ่ยเสียงเย็น
“...ถ้าหนูกลัวดูเรื่องนั้นก็ได้” สายตาคมกริบมองไปที่ป้ายหนังการ์ตูนที่พึ่งเข้าใหม่
“อา ลืมไป หนูยังเด็ก ต้องชอบแนวนี้สินะ” เขาพยักหน้าอย่างเข้าใจ
“หนูโตแล้ว อีกไม่กี่เดือนก็จะ 19 จะเข้ามหาลัยแล้วด้วย ไม่ใช่เด็กสักหน่อย” ทำไมทุกคนต้องมองว่าเป็นเด็กด้วย ทีญี่ปุ่นใครๆ ก็บอกโตเป็นสาว แบบนี้มันสองมาตรฐานชัดๆ
“หนูจะดูเรื่องนั้นไม่เห็นจะน่ากลัวเลย! ขำ ขำกลัวที่ไหน” คนตัวเล็กหันไปมองค้อนคุณอาหนุ่มก่อนจะเดินเข้าโรงหนัง ดูแล้วก็ดูอีกได้มั้ย ไม่เห็นจะน่ากลัวอะไรเลย เชอะ….ชอบดูถูกกันดีนัก
“ก็ไม่เห็นจะโตเท่าไหร่” สายตาเรียบนิ่งมองต่ำมาที่ระดับหน้าอก
“หนูโตแล้ว ไม่ใช่เด็กสักหน่อย อานั่นแหละที่กลัวถึงมาชวนให้หนูพาไปดู” คนตัวเล็กเผลอมองหน้าสบตาคู่นั้นอย่างไม่ตั้งใจ แต่สีหน้าอาไรเฟิลกลับนิ่งเรียบสายตาคมกริบที่มองมามันยากจะคาดเดา ไม่รู้ว่าเขาคิดจะทำอะไรฉันอีกรึเปล่า แค่ดีขึ้นก็ไม่ได้หมายความว่าจะดีสักหน่อย
“โอเคถ้าไม่กลัวก็ไปกัน” ใบหน้าหล่อคมขยับเข้าใกล้ ร่างเล็กรีบพลิกตัวหันหนีเมื่อเขาทำท่าจะจูบ ก่อนสองขาจะรีบเดินตรงไปยังโรงหนัง ว่าแล้วเชียวเชื่อใจอะไรไม่ได้เลย จ้องแต่จะเอาเปรียบตลอดเวลา
หมับ!
แต่ไม่ทันจะได้ก้าวขาไปไหน ฝ่ามือใหญ่คว้าจับมือเล็กไว้ก่อน
“อา ทำอะไรเอาคืนมา” พร้อมกับแย่งกระเป๋าในมือไปถือไว้เอง เขานี่ท่าจะบ้าเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย บางครั้งก็ดูอบอุ่น แต่บางทีก็ดูเย็นชาน่ากลัว ตกลงเขาเป็นคนยังไงกันแน่นะ เฮ้อ....ท่าจะบ้า!
“ถ้าอยากรู้จักอาก็ต้องเปิดใจ” คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเป็นปม เมื่ออาไรเฟิลพูดแบบนั้นเปิดใจ เปิดใจอะไร? ของเขา
“เปิดใจให้อาเข้าไปอยู่ในนี้” เขาชี้มาที่หน้าอกข้างซ้าย สายตาท่าทางอาเขาดูจริงจังมาก ฉันได้แต่ยืนนิ่งมองหน้าอาไรเฟิล ด้วยความรู้สึกหลากหลาย หัวใจดวงน้อยทอยู่ๆ มันก็เต้นแรงขึ้นมาซะดื้อๆ
“ได้มั้ย”
“เอ่อ หนูว่า….”
“หนังจะฉายแล้วหนูว่าเราไปดูหนังกันดีกว่าค่ะ” ก่อนจะรีบเปลี่ยนเรื่อง....สองขาลีบเดินเข้าโรงหนังทันที มันรู้สึกแปลกๆ กับแววตาดุดันคู่นั้นอย่างบอกไม่ถูก และยิ่งนึกถึงคำพูดน้ำเสียงสีหน้าท่าทางที่จริงจังมันยิ่ง รู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเองเอาซะเลย
“หึ...เด็กน้อยพูดแค่ก็หน้าแดง แล้วยังปากแข็ง นิสัยเหมือนพ่อไม่มีผิด ไม่เคยยอมใคร” ไรเฟิลยิ้มออกมาอย่างพอใจเมื่อเขาสามารถพูดหลอกล่อ ให้อีกฝ่ายเดินตามแผนที่เขาวางได้
“ว่าไง” ชายหนุ่มพูดเสียงแข็ง ทั้งสีหน้าและแววตาที่อ่อนโยนเมื่อกี้หายไปหมดเมื่อลูกน้องคนสนิทเดินเข้ามา
“เรียบร้อยครับบอส” คริสเตียนตอบเสียงเรียบ
“อืม...ถ้ามีอะไรแกก็จัดการให้เรียบร้อย รู้ใช่มั้ยว่ากูไม่ชอบให้ใครมายุ่งเวลาส่วนตัว”
“ครับบอส” ลูกน้องหนุ่มคนสนิทก้มหน้ารับ ก่อนจะเดินกลับไปทำหน้าที่ของตัวเองตามที่ถูกมอบหมาย
“หึ....เด็กน้อยของอา” ชายหนุ่มเผยรอยยิ้มร้ายมุมปาก คนอย่างเขามีเหรอ จะยอมแพ้อะไรง่ายๆ หนักกว่านี้ยังเจอมาแล้ว กับแค่เอาชนะใจเด็กคนเดียวมันจะไปยากอะไร ก่อนร่างสูงจะเดินตามคนตัวเล็กเข้าไปในโรงหนัง...
ป่าช้าร้างแห่งหนึ่ง….
“พวกมึงไม่ต้อง งานนี้กูจัดการเอง หึ....สนุกแน่สาวน้อย” ลูก้า ยิ้มร้ายมองเด็กสาวที่ถูกมัดมือมัดปาก ดวงตากลมโตสั่นระริกด้วยความกลัว
“ฮื่อ!!” โมนาและเพื่อนร่วมแก๊งอีกสามคนร้องไห้มองหน้าชายหนุ่มลูกครึ่งรูปร่างหน้าตาดีอย่างอ้อนวอนขอความเห็นใจ แต่อีกฝ่ายกลับไม่ได้มีความสงสารสักนิด
หลังจากที่แกล้งเพื่อนร่วมห้องเสร็จ ทั้งสี่สาวก็หัวเราะพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ออกไปนอกรั้วโรงเรียน แต่ต้องผวาเมื่อเจอ ไรเฟิลที่ทันทีที่รู้ข่าวก็รีบขับรถทิ้งงานเพื่อมาช่วยคนรัก และสั่งให้ลูกน้องจับตัวเด็กสาวทั้งสี่ไปสั่งสอน เอาให้หลาบจำกล้าดียังไงถึงกล้าทำร้ายภูพิงค์
“ถือว่าบอสพี่ใจดีที่ไม่สั่งให้เก็บ เพราะเห็นว่ายังเด็ก แต่ว่านะ...” ลูก้าควักปืนคู่ใจออกมาเล็งไปที่เด็กสาวทั้งสี่ ที่พอเห็นแบบนั้นก็ต่างพากันตื่นตกใจกลัว ร้องไห้ออกมาอย่างเวทนา
“ไม่ต้องกลัวพี่ไม่ฆ่าน้องหรอก แต่จำไว้อย่าแตะต้องคุณหนูอีก ครั้งนี้แค่เตือนถ้ามีครั้งหน้า ลูกปืนพี่มันพร้อมที่จะเข้าไปเดินเล่นในสมองน้อง แน่นอน!” เขาเอ่ยเสียงเย็น แววตาเลือดเย็นมองจ้องอีกฝ่ายอย่างข่มขู่
พิว~~~
“ฮื่อ ฮื่อ” โมนาส่ายหัวร้องไห้ออกมาด้วยความหวาดกลัว หลับตาปี๋เมื่อนิ้วเรียวกดไกปืน แต่โชคดีที่ปืนไม่มีลูก ใช่เขาแค่จะขู่ไม่ได้จะฆ่า
“หึ....แค่นี้ทำกลัว ปืนไม่มีลูกกลัวอะไรวะ หยุดร้อง แล้วหุบปากน่ารำคาญ” ลูก้าพูดอย่างไม่สบอารมณ์และเริ่มหงุดหงิดที่เด็กสาวเอาแต่ร้องไห้
“เอาตัวมันไปไกลๆ กูเลย แม่ง!ร้องไห้อย่างกับมีใครตาย” เขาสบถ ออกมาอย่างหัวเสียสั่งลูกน้องเสียงแข็ง
“ลูกพี่ป่าช้าที่นี่โคตรน่ากลัว แบบนี้มันได้เลยวะ”
“รีบเอามันเข้าไป ถ้าช้ามึงได้ถูกฝังที่นี่แน่ แล้วเฝ้าไว้ใครหนียิงทิ้งแม่งเลย เล่นกับใครไม่เล่น เล่นกับว่าที่นายหญิง แล้วคนนี้กูบอกเลย ระหว่างบอสกับคุณหนูกูอยู่ข้างคุณหนู เพราะฉะนั้นใครที่ทำร้ายคุณหนูถือว่าเป็นศัตรูกับกู”
“นี่ขนาดคุยงานสำคัญ ยังทิ้งงานมากลางทันไม่สนใจใครหน้าไหน มึงคิดดู บอสไม่เคยทิ้งงานแบบนี้ หึ.....งานนี้คุณหนูมาเหนือเว้ย เอาไปๆ ๆ รำคาญลูกกระตา” ลูก้าเหยียดยิ้มอย่างเย้ยหยัน มองดูลูกน้องลากทั้งสี่สาวเข้าไปในป่าช้า ที่พึ่งมีการฝังศพผู้หญิงตายทั้งกลมไปหมาดๆ
“โชคดีนะเด็ก ๆ เที่ยวให้สนุก” เขายักคิ้วกวน ก่อนชายหนุ่มจะเดินจากไป มีเพียงเสียงร้องไห้ของเด็กสาวทั้งสี่ เมื่อถูกคุมตัวให้นอนอยู่ในหลุมฝังศพ
งานนี้ถ้ายังไม่หลาบจำ ครั้งหน้าก็คงต้องลงไปนอนในหลุมเอง อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เพราะการที่จะเก็บใครสักคนสำหรับบอสของเขามันไม่ใช่เรื่องยากอะไรสักนิด....
โรงหนัง…
ฉันถึงกับต้องเกาหัว มองซ้ายมองขวาอย่างประหลาดใจ ทำไมไม่มีใครสักคน
“……..” แต่อาไรเฟิลกลับทำหน้านิ่งเดินไปนั่ง ฉันว่ามันแปลกๆ นะ มันจะเป็นไปได้เหรอว่าจะไม่มีใครสักคน ทั้งๆ ที่อีกไม่กี่นาทีหนังก็จะฉายอยู่แล้ว หรือจะเป็นฝีมืออา แต่เขารวยและมีอำนาจมากขนาดสามารถสั่งไม่ให้คนอื่นเข้ามาดูหนังได้อย่างนั้นเหรอ?
“อา ทำอะไรรึเปล่า ทำไมไม่มีคนอื่นเลยนอกจากเราสองคน” ฉันเลือกที่จะนั่งห่างๆ จากเขาเพราะรู้สึกถึงความไม่ปกติ ชวนมาดูหนังผีและยังไม่มีคนอื่นแบบนี้ อาไรเฟิลยิ่งจิตๆ อยู่เชื่อใจผู้ชายคนนี้ไม่ได้จริงๆ
“อาก็แค่อยากดูหนังเงียบๆ” เขาตอบเสียงเรียบ สีหน้าท่าทางอาไรเฟิลนิ่งมาก นิ่งจนน่ากลัว
“นี่แสดงว่าอา…”
“ชู่ว์…เงียบๆ อา จะดูหนัง รู้มั้ยนี่เป็นการดูหนังครั้งแรกในรอบสิบปีของอาเลยนะ” ปากพูดกับฉันแต่ตามองไปที่จอที่เริ่มฉายหนังตัวอย่าง
“……” ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรงเมื่อสีหน้าท่าทางอาเขาดูตั้งใจดูมาก เธออาจจะคิดมากไปอาเขาคงไม่คิดจะทำอะไรเธอที่นี่หรอก
ร่างเล็กนั่งนิ่ง สายตาจดจ่อไปที่หน้าจอ พร้อมแอบมองคนตัวโตที่นั่งนิ่ง จะว่าไปแล้วอาไรเฟิลอายุก็ไม่ใช่น้อยๆ แต่หน้าตาเขายังดูเด็กอยู่เลย ถ้าไม่บอกว่าอายุเข้าเลขสาม ก็คงคิดว่าแค่ยี่สิบต้นๆ
ยิ่งรูปร่างหน้าตาไม่ต้องพูดถึง อาเขาหล่อเหมือนพระเอกหนังเลย แต่เสียดายตรงที่น่ากลัวโรคจิตไปหน่อย ไหนจะรอยสักที่มือที่ต้นคอเห็นแค่นี้ก็ขนลุก นี่ถ้าถอดเสื้อออกไม่อยากจะคิดเลยว่าจะน่ากลัวขนาดไหน แต่ลูกกระเดือกอาไรเฟิลทำไมมันใหญ่จัง แล้วเวลาที่มันเลื่อนขึ้นลงมันดูมีเสน่ห์อย่างบอกไม่ถูก
ฉันเผลอมองคนตัวโตที่นั่งข้างๆ อย่างหลงใหล
“ถ้าหนูยังมอง อา ด้วยสายตาแบบนี้อา จะไม่ทนแล้วนะ”
