บท
ตั้งค่า

บทที่:7 ช่วยด้วย

1 เดือนผ่านไป

“ภูผาสอบเสร็จแล้วเราไปเดินห้าง กันมั้ย ภูพิงค์ด้วย ญี่ปุ่นอยากไปเดินห้างช่วงนี้พี่พาร์ทไม่ค่อยว่าง”

“ไม่เอา ญี่ปุ่นไปกับพี่ผาสองคนเลยภูพิงค์ไม่อยากไปเป็น ก้างขวางคอใคร เบื่อคนรักกันไปด้วยทีไรภูพิงค์เป็นส่วนเกินตลอด”

“ดีมากน้องรัก งั้นภูผาเราไปกันเถอะ”

“เฮ้อ...” พี่ภูผาถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย ก็ตั้งแต่เด็กจนโตโดนญี่ปุ่นตามตอแยมาตลอด ถ้าคนอื่นไม่รู้....ว่าพวกเราเป็นพี่น้องกันก็คงคิดว่าสองคนนี้เป็นแฟนกันแน่นอน ก็เล่นตัวติดกันตลอดเวลา ขนาดฉันเป็นน้องสาวยังไม่ค่อยได้ไปเที่ยวไหนกับพี่ชายเลย

แต่ก็ดีแล้วญี่ปุ่นชอบเที่ยวมีพี่ภูผาไปด้วยลุงกันต์จะได้ไม่ต้องเป็นห่วง ส่วนฉัน เฮ้อ....ถึงช่วงนี้อาไรเฟิลจะทำตัวดีขึ้นนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าอา จะเลิกยุ่งกับฉัน แล้วทุกวันนี้อาไม่กลับบ้านตัวเอง

ค้างที่บ้านทุกวันแต่บางวันก็เห็นกลับมาดึกๆ ชอบทำตัวเป็นนินจา เดี๋ยวผุดเดี๋ยวโผล่ บางวันนั่งกินข้าวคุยกับพ่ออยู่ดีๆ พอลูกน้อง พี่ลูก้ากับคริสเตียนเดินเข้ามากระซิบ แล้วอาก็รีบออกไปทันทีโดยที่ไม่ได้บอกอะไร แต่ก็ไม่ได้อยากรู้สักหน่อย ก็คงไปเที่ยวตามประสาคนสูงวัย

“หายไปไหนนะ” มือเล็กล้วงกระเป๋าคว้างหามือถือ ว่าจะโทรหาแม่สักหน่อยอยากไปดูแม่ทำงานไม่อยากกลับบ้านตอนนี้กลัวเจออาไรเฟิล อยู่ใกล้ทีไรรู้สึกไม่ปลอดภัยทุกที

“หรือลืมไว้ในห้องนะ” ตอนเก็บของใส่กระเป๋าก็ว่าเก็บหมดแล้ว แล้วตอนนี้เพื่อนๆ ก็กลับกันหมดแล้ว เดินขึ้นห้องเรียนคนเดียวน่ากลัวจะตาย แต่จะไม่ไปเอาก็ไม่ได้

“เฮ้อ...” ร่างเล็กถอนหายใจ ก่อนจะก้าวขาเดินขึ้นอาคารเรียน บรรยากาศวันสอบเสร็จอย่างกับโรงเรียนร้างจะมีตัวอะไรโผล่ออกมามั้ยเนี่ย!!

ชั้น 4 จะขึ้นลิฟต์ก็ไม่กล้าขึ้นเลยต้องเดินเอา กว่าจะถึงก็ทำเอาเหนื่อย

“ถึงสักที” ใบหน้าหวานฉีกยิ้มกว้างก่อนจะเดินเข้าห้อง ถ้าหาไม่เจอจะทำไงดีเนี่ย ถ้าหายขึ้นมาจริงๆ นี่แย่เลย

“อยู่นี่ นี่เอง นึกว่าจะต้องอ้อนพ่อซื้อให้ใหม่แล้ว” ค่อยหายใจโล่งหน่อยสุดท้ายก็เจอจนได้

ตึก ตึก ตึก

แกร๊ก

แต่อยู่ๆ หูมันก็ได้ยินเสียงเหมือนรองเท้าใครเดินมาหยุดที่หน้าห้อง ก่อนประตูห้องจะถูกปิด

ปัง!!ปัง! ปัง!!

“ใครอะ ใครฉันถามว่าใครเปิดเดี๋ยวนี้นะ” มือเล็กฟาดเข้าที่ประตูห้องอย่างแรง ด้วยความตกใจกลัว

“สมน้ำหน้า ยัยภูพิงค์เน่า ดูสิพี่ชายกับยัยญี่ปุ่นไม่อยู่ใครจะช่วยแกได้ โชคดีนะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า” เสียงแหลมหูเอ่ยขึ้น พร้อมกับหัวเราะเยาะอย่างเย้ยหยัน

“โมนา โมนาใช่มั้ย...เธอทำแบบนี้ทำไม เปิดประตูเดี๋ยวนี้นะ!!”

ปัง ปัง ปัง

ปากก็ร้องตะโกนมือก็ฟาดเข้าที่ประตูถ้าโมนา อยู่ก็ต้องมีคนอื่นอยู่ด้วย

“ใช่ฉันเอง จำไว้อย่ายุ่งกับกานต์อีก เขาเป็นของฉัน ไปแล้วนะคุณหนูภูพิงค์คนสวย บ๊ายบาย”

ตึก ตึก ตึก

“โมนากลับมาก่อน เธอจะบ้ารึไง เปิดประตูให้ฉันก่อน!!” ฉันร้องตะโกนเสียงดังลั่น แต่กลับไม่มีใครตอบรีบ พร้อมกับเสียงรองเท้าหลายคู่ที่เดินออกไป

เฮ้อ...ยัยบ้านี่เป็นบ้าอะไร โดนผู้ชายบอกเลิกแล้วมาพาลใส่คนอื่น แล้วจะออกจากห้องยังไงล่ะทีนี้ ปีนออกไปมีหวังตกตึกคอหักตายแน่เลย

ร่างเล็กเดินไปส่องที่ระเบียงห้อง มองจากความสูงตรงนี้ตกลงไปศพไม่สวยแน่เลย

“ใช่พี่ภูผา” คนเดียวที่นึกถึงตอนนี้มีแต่พี่ภูผา แต่ทว่า

“ฮื่อ...จะมาแบตหมดอะไรตอนนี้” มือถือบ้าดันมาแบตหมดอีก ใครก็ได้ช่วยภูพิงค์ด้วย อยากจะร้องไห้แต่ก็ร้องไม่ออก อีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะมืดแล้วด้วย

“ช่วยด้วย!! ช่วยด้วยค่ะ มีใครได้ยินมั้ย ช่วยด้วย!!” ฉันตะโกนขอความช่วยเหลือ แต่เหมือนว่าจะไม่มีใครได้ยิน แล้วตึกนี้มันก็ไม่ค่อยมีคนเข้ามาด้วย แล้วจะทำยังไงล่ะทีนี้

2 ชั่วโมงผ่านไป

“ฮื่อ พ่อจ๋าแม่จ๋า พี่ภูผา ขุนศึกช่วยภูพิงค์ด้วย ภูพิงค์กลัว” ร่างเล็กนั่งร้องไห้ตัวสั่นเมื่อหมดหนทางจะออกจากห้อง

ป๊อก ป๊อก ครืด

“เฮือก” ฉันถึงกับสะดุ้ง เมื่ออยู่ๆ เสียงบางอย่างก็ดังขึ้น

“คะ...ใครคะ ชะ...ช่วยหนูด้วย” ฉันพูดเสียงตะกุกตะกักเดินตรงไปยังประตูห้องอย่างหวาดกลัว แต่ที่นี่มันคงไม่มีผีเหมือนในหนังหรอกมั้ง ถ้ามัวแต่กลัวแล้วจะออกไปได้ไง

ป๊อก ป๊อก ครืด

เสียงมันเหมือนคนเดินลากอะไรกลับไปกลับมาและมันก็ดังต่อเนื่องไม่หยุด และดังแค่ตรงหน้าห้องที่ฉันอยู่ด้วย

“ฮึก อึก คะ...ใคร มะ...ไม่เล่นนะ” หรือจะเป็นพวกโมนา ใช่พวกนั้นต้องกำลังหลอกให้กลัวอยู่แน่ๆ

ป๊อก ป๊อก ครืด

“มะ...โมนาเธอเล่นอะไรฉันไม่สนุกด้วยนะ” ฉันพูดเสียงสั่น ร่างเล็กรีบถอยห่างออกจากประตูเมื่อรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัย

ตึก ตึก ตึก

“ใครน่ะ....อย่าเล่นอะไรบ้าๆ นะ” ฉันพูดเสียงสั่นเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆ เดินผ่านไปผ่านมา และหยุดอยู่ที่หน้าห้อง

ป๊อก ป๊อก ครืด

“ช่วยด้วย~~~ ฮื่อ ช่วยด้วย ฮื่อ~~~ช่วยด้วย~~~”

อ๊าก!!!ป๊อก ป๊อก ครืด

“........” ร่างเล็กยืนนิ่งสะอื้น ยืนตัวแข็งทื่อเมื่อเสียงผู้หญิงร้องโหยหวน ขอความช่วยเหลือร้องไห้อย่างโอดครวญออกมา

“ฮื่อ ใครไม่เล่นนะหนูกลัวแล้ว” ฉันได้แต่ยืนนิ่งตัวแข็งทื่อมือปิดหู หลับตาไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว ใครก็ได้ช่วยภูพิงค์ที ภูพิงค์กลัว ฮื่อ!!!

“ฮา ฮา ฮา แค่นี้ก็ร้องไห้ ขวัญอ่อนจริงนะ” ก่อนเสียงหัวเราะจะดังขึ้น และนั่นมันเป็นเสียงของยัยโมนากับเพื่อนแน่นอนฉันจำได้

“เปิดประตูเดี๋ยวนี้นะ” ฉันสั่งเสียงแข็งเดินตรงไปที่ประตู

“ฝันไปเถอะ เปิดให้ก็โง่สิ ไปดีกว่าแล้วอย่าร้องไห้กลัวจนตายล่ะ” แล้วโมนาก็เดินจากไปอีกครั้ง พร้อมกับฉันที่ยังออกจากห้องนี้ไม่ได้

ตึก ตึก ตึก ก่อนเสียงฝีเท้าหนักๆ จะดังขึ้นอีกครั้งหัวใจดวงน้อยที่เต้นแรงด้วยความกลัว เพราะไม่น่าจะใช่เสียงฝีเท้าผู้หญิง หรือยัยนั่นจะให้ใครมาแกล้งฉันอีก

“.......” ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันเมื่อเสียงรองเท้าหยุดอยู่ที่หน้าห้อง

“ใคร...” ฉันถามเสียงสั่นพร้อมไม้กวาดในมือ เมื่อลูกบิดขยับ

“......”

“ถามว่าใคร!!” แต่อีกฝ่ายกลับเงียบ ฉันตะโกนสุดเสียงเมื่อลูกบิดประตูสั่นแรงขึ้น

ปัง!!!

“อย่าเข้ามานะ” คนตัวเล็กในชุดนักเรียนหลับตาปี๋เมื่อประตูเปิดออก พร้อมฟาดไม้กวาดในมือใส่คนตรงหน้าไม่ยั้ง

แต่....ทำไมถึงรู้สึกคุ้นๆ กับรูปร่างนี้จัง ฉันค่อยๆ ขยับเปลือกตาขึ้นมองคนตรงหน้าทีละนิด

“อะ...อาไรเฟิล” เสียงหวานเอ่ยขึ้นอย่างตกใจ พร้อมกับน้ำตาที่มันไหลพรากออกมาด้วยความกลัว

“อามาได้ไง” ฉันพูดเสียงสั่น มันรู้สึกโล่งอก ที่อย่างน้อยก็เป็นอาที่ยืนอยู่ตรงนี้

“ไม่เป็น ไม่ต้องกลัว” คนตัวโตขยับเข้ามาใกล้

“อาขอโทษที่มาช้า”

พรึบ!!

ก่อนร่างเล็กจะถูกดึงเข้าไปกอดไว้แนบแผงอกอุ่น ฝ่ามือใหญ่ลูบหัวอย่างปลอบโยน “ฮึก อึก” มันพูดอะไรไม่ออกได้แต่ร้องไห้สะอื้น ถ้าเกิดว่าคนที่มาไม่ใช่อาแล้ว ฉันจะเป็นยังไง

“ไม่เป็นไรแล้วนะ” น้ำเสียงทุ้มนุ่มพูดปลอบ มือหนาปากซับน้ำตาอย่างอ่อนโยน มันสัมผัสได้ถึงความห่วงใยจากสายตาคู่ดุดันคู่นั้น

ห้างสรรพสินค้า

“วันนี้หนูจะเลี้ยงข้าวอา ถือเป็นการขอบคุณที่อาช่วยหนูไว้”

ตอนนี้ฉันหายตกใจแล้ว ต้องขอบคุณอาไรเฟิลที่มาช่วยไว้ ก็เลยอยากตอบแทนอะไรอาเขาสักหน่อย อีกอย่างตอนนี้อาก็ดูน่ารักขึ้นเยอะ

“เปลี่ยนจากเลี้ยงข้าวเป็นอย่างอื่นได้มั้ย” สายตาคู่นั้นมองฉันอย่างเจ้าเล่ห์ ใบหน้าหล่อคมโน้มลงมาใกล้ จนลมหายใจอุ่นๆ พ่นลดจนผมหน้าผากปลิว

“อะ...อะไรคะ” เป็นครั้งแรกที่กล้ามองหน้าสบตาคมกริบคู่นั้น หัวใจดวงน้อยเต้นโครมครามเมื่อสายตาคมกริบจ้องมาที่ริมฝีปากบาง.....

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel