บทที่:6 เป็นห่วง
“พ่อจ๋า ฮื่อ” ร่างเล็กวิ่งเข้าไปสวมกอดพ่อที่ยืนทำหน้าดุอยู่หน้าบ้านด้วยความดีใจ เมื่อเปิดประตูลงจากรถพ่อกับแม่ก็ยืนรออยู่ก่อนหน้าแล้ว
“มึงทำอะไรลูกกู” พ่อจ้องหน้าอาไรเฟิลและเดินเข้าไปหาอาไรเฟิลด้วยท่าทางเอาเรื่อง
“แม่จ๋า” ฉันได้แต่ร้องไห้สะอื้นโผเข้ากอดแม่
“ไม่ร้องนะเด็กดี ไว้ให้พ่อจัดการทุกอย่างให้” แม่พูดอย่างปลอบโยนก่อนจะพาร่างเล็กที่เอาแต่ร้องสะอื้นไห้เดินเข้าบ้าน ส่วนพ่อลากอาไรเฟิลเดินไปไหนไม่รู้
“แม่จ๋า อาไรเฟิลน่ากลัว ภูพิงค์ไม่ชอบเลย แม่บอกให้อาเขาเลิกยุ่งกับหนูได้มั้ย” ทันทีที่ถึงห้องก็รีบบอกแม่ทันที
“เฮ้อ…..แม่เข้าใจว่าหนูรู้สึกยังไง แม่ก็ไม่อยากให้ลูกสาวแม่ ต้องมาเจอกับอะไรแบบนี้”
“ทำไม….คอหนู” ….นับดาวสังเกตเห็นรอยแดงที่คอลูกสาวถึงกับตกใจ
“อาไรเฟิลเขา…อึก” ฉันได้แต่ร้องไห้สะอื้น เมื่อนึกถึงเรื่องที่อาไรเฟิลทำยังรู้สึกกลัวไม่หาย
“ภูพิงค์ลูกแม่ ไม่ต้องกลัวนะแม่จะไม่ให้ใครมาทำร้ายหนูอีก” ร่างเล็กถูกสวมกอดไว้แนบอกอุ่นของแม่ ไม่มีกอดใดที่ทำให้อบอุ่นและรู้สึกปลอดภัยเท่ากับอ้อมกอดของพ่อกับแม่….
“ไรเฟิล พี่ว่ามันเกินไปแล้วนะทำไมถึงทำกับหลานแบบนี้” ตอนนี้เราทุกคนนั่งอยู่ที่ห้องรับแขก และนี่เป็นครั้งแรกที่เห็นแม่โมโหจ้องหน้าอาไรเฟิลอย่างเอาเรื่อง
“ผมขอโทษ เรื่องนี้ผมยอมรับผิด ผมก็แค่...” สายตาคมกริบคู่นั้นจ้องมาที่คนตัวเล็กที่ไม่ยอมห่างจากอกพ่อ
“กูบอกมึงแล้วใช่มั้ย ว่าอย่าทำอะไรลูกกู” พ่อเอ่ยขึ้นเสียงแข็ง มือหนาลูบหัวเพื่อเป็นการปลอบขวัญเด็กขี้อ้อนที่ได้แต่กอดพ่อไม่ยอมปล่อย
“ก็ขอโทษต่อไปจะไม่ทำแบบนี้อีก แต่เรื่องที่พี่บอกให้ผมเลิกยุ่งกับภูพิงค์และกลับอเมริกาผมคงทำให้พี่ไม่ได้” อาไรเฟิลจ้องหน้าพ่ออย่างเอาเรื่อง ทั้งสองคนจ้องหน้ากันอย่างไม่มีใครยอมใคร
“หยุดทั้งคู่ ฟังพี่นะไรเฟิลถ้าเธอยังทำแบบนี้กับภูพิงค์ อย่างหวังว่าพี่จะยอมยกลูกสาวให้ พี่เคยเจอกับเหตุการณ์บ้าๆ แบบนี้มาก่อน” แม่พูดจริงจังและมองมาที่พ่อ
“เพราะฉะนั้น ทำอะไรคิดให้มันเยอะๆ เด็กกับผู้ใหญ่ความคิด การใช้ชีวิตมันต่างกัน พี่เข้าใจว่าเธอรักภูพิงค์ และพี่ก็ไม่ได้ว่า แต่ทุกอย่างที่เธอทำกับลูกพี่” แม่มองมาที่ฉัน
“ไม่มีใครที่ไหนเขาชอบพฤติกรรมแบบนี้หรอก จริงมั้ยค่ะพี่เปอร์” แม่มองหน้าอาไรเฟิลและหันกลับมาจ้องดุพ่อ พ่อถึงกับเลิกลั่นทำตัวไม่ถูก
“ไปทำแผล แล้วอย่าให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก พี่ไม่สนใจว่าเธอจะเป็นใคร มีอิทธิพลมากแค่ไหน แต่ที่พี่รู้ถ้าเธอยังทำแบบนี้กับลูกพี่ ในฐานะแม่พี่จะไม่มีวันยอมยกลูกสาวให้ จำไว้” แม่พูดจริงจัง จ้องหน้าอาไรเฟิลอย่างไม่เกรง ตั้งแต่เด็กจนโตไม่เคยเห็นแม่เป็นแบบนี้มาก่อน แม่ตอนนี้ไม่เหลือคราบคุณแม่ที่น่ารักอ่อนหวาน แต่กลับดูสง่าน่าเกรงขามดุจนางพญาทำเอาพ่อถึงกับอึ้งอ้าปากค้าง
“……” ฉันเองก็ได้แต่นั่งนิ่ง ตอนนี้แม่ดูน่ากลัวกว่าอาไรเฟิลอีก ขนาดพ่อกับอาไรเฟิลยังดูเกรงใจ สมแล้วที่เป็นแม่จ๋า คุมอยู่ทุกสถานการณ์
“ครับ ผมสัญญาจะไม่ทำให้หลานกลัวแบบนี้อีก” อาไรเฟิลที่เลือดกบปาก ลุกขึ้นเดินเข้าไปหาแม่
“พี่ไม่เคยรังเกียจ ไม่ขัดขวางถ้าภูพิงค์เต็มใจ ไม่ใช่ถูกคุกคามแบบนี้ ในฐานะแม่พี่ไม่อยากให้เธอเข้าใกล้ลูกพี่ด้วยซ้ำ แต่เพราะว่าเป็นเธอ พี่รู้ว่าเธอเป็นคนยังไงแต่จะทำอะไรขอให้คิดถึงใจคนอื่นบ้าง ถือว่าพี่ขอแล้วนะไรเฟิลและหวังว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก” ….นับดาวพูดออกไปตามความรู้สึก ของคนเป็นแม่ที่ต้องปกป้องลูก
“ครับ”
“เดี๋ยวพี่เอาอุปกรณ์มาทำแผลให้ พูดกันดีๆ ไม่ได้รึไง ชอบจัง ชอบใช้ความรุนแรงเนี่ย” แม่ถอนหายใจแรงๆ มองมาที่ฉันกับพ่อ ก่อนจะเดินไปเอากล่องปฐมพยาบาลที่ห้องเก็บของ
“พ่อ...คะ พ่อ” ฉันสะกิดพ่อที่ตอนนี้เอาแต่นั่งนิ่งมองตามหลังแม่
“พ่อทำอะไรอาไรเฟิลเหรอ” ก่อนจะพูดกระซิบเสียงเบา เหลือบตามอง อาไรเฟิลที่ยืนนิ่ง หวังว่าเขาคงไม่สั่งลูกน้องมาฆ่าพ่อกับแม่ฉันนะ ถ้าเป็นแบบนั้นฉันจะเกลียดเขามากกว่าเดิมเป็นสองเท่า
“ทำไมอาเขาสภาพเป็นแบบนั้น แล้วพ่อไม่กลัวอา จะให้ลูกน้องอามาเก็บพ่อเหรอคะ หนูได้ยินอาไรเฟิลพูดกับใครก็ไม่รู้บอกว่าจะเก็บเขาด้วย พ่อคะ...ภูพิงค์กลัวจังเลย” ฉันพูดเสียงเบาและรู้สึกกลัว กลัวว่าอาไรเฟิลจะทำร้ายพ่อกับแม่
“พ่อแค่สั่งสอนมัน มันจะได้ไม่กล้ามาทำแบบนี้กับลูกสาวพ่ออีก!” แต่พ่อกลับพูดเสียงดัง จ้องไปที่อาไรเฟิลที่ค่อยๆ หันหน้ามามองพ่อ
“มือหนักเป็นบ้า” อาพูดอย่างไม่ใส่ใจ หย่อนก้นนั่งลงข้างๆ ฉันรีบขยับหนีทันทีเมื่อสายตาคมกริบจ้องมาที่คนตัวเล็กในอ้อมกอดพ่อ ใบหน้าหล่อคมค่อยๆ ยื่นเข้ามาใกล้
“มึงอยากโดนอีกใช่มั้ย” พ่อเอ่ยขึ้นเสียงแข็ง
“…….” แต่อาไรเฟิลกลับทำหูทวนลม ไม่สนใจที่พ่อพูด
“ที่เมียกูพูด มันไม่เข้าหูมึงเลยใช่มั้ยไอ้เวร!”
“ได้….เมื่อกี้กูคงต่อยมึงเบาไป!!”
ฟรึบ!!
พ่อยกขาขึ้นถีบอาไรเฟิล แต่อาไรเฟิลกับหลบทันแล้วยังยิ้มเยาะพ่ออีก
“อาขอโทษต่อไปอา จะไม่ทำให้หนูตกใจแบบนี้อีก ไม่โกรธอานะเด็กดี” อาไรเฟิลพูดจริงจัง เขาไม่สนใจว่าพ่อจะทำหน้ายังไง มือหนาคว้าจับมือบางกุมไว้แน่น
“อาคะ ปล่อยหนู” ฉันรีบดึงมือออกทันที และรู้สึกไม่ค่อยดีกับสายตาคู่นั้นเลย
“มึงกลับไปได้แล้ว แล้วต่อไปทีไรไม่ต้องเสนอหน้าไปรับลูกกูอีก ดีนะที่วันนี้ยกกอง ถ้ากูกลับมาไม่ทันอะไรจะเกิดขึ้น” พ่อพูดอย่างเหนื่อยใจ
“พี่ห้ามผมไม่ได้หรอก แล้วถ้าผมจะทำอะไรลูกสาวพี่จริงๆ ผมทำไปนานแล้ว และคงไม่มาให้พี่กระทืบแบบนี้”
“เฮ้อ…” คนตัวโตทิ้งตัวนอนหลังพิงโซฟา พร้อมหลับตาลง อาไรเฟิลเขามีท่าทางเครียดอย่างเห็นได้ชัด จะเรื่องนั้นมั้ยนะที่เขาคุยโทรศัพท์ แล้วทำไมฉันต้องไปสนใจไปห่วงอาเขาด้วยล่ะ ท่าจะบ้าเครียดให้เส้นเลือดในสมองแตกตายไปเลยยิ่งดี จะได้ไม่ต้องมายุ่งกับฉันอีก
“กูไม่รู้จะพูดกับมึงยังไงแล้วไอ้ไรเฟิล มึงก็โตมีพร้อมทุกอย่าง ทำไมมึงไม่หาผู้หญิงดีๆ สักคนแต่งงานมีครอบครัว และไม่ต้องมายุ่งกับลูกกูแบบนี้” ฉันมองหน้าพ่อและส่งยิ้มให้ พ่อจ๋าของภูพิงค์น่ารักที่สุดเลย
“ก็ลูกพี่ไงผู้หญิงดีๆ ที่ผมจะเอามาเป็นเมีย” แต่พอได้ยิน อาไรเฟิลพูดแบบนั้น ใบหน้าหวานก็สลดลงทันที นี่ไม่ว่าจะยังไงอาเขาจะไม่ปล่อยฉันไปจริงๆ ใช่มั้ย
“เฮ้อ…พูดกับมึงทีไร กูจะเป็นบ้าตาย ไม่เข้าใจม๊าเลยเอ็นดูมึงอะไรหนักหนา ถึงรับมึงเป็นลูก” …สไนเปอร์จ้องหน้าน้องชายอย่างหนักใจ ส่วนไรเฟิลแค่ไหวไหล่จ้องหน้าคนตัวเล็กที่กำลังครุ่นคิดหาทางออกให้กับตัวเอง แต่ไม่ว่าเธอจะคิดยังไง ยังไงเขาก็ไม่มีวันปล่อยเธอไปแน่นอน....
