บท
ตั้งค่า

บทที่:3 พูดออกไปตามตรง

“ฮื่อ พี่ผา” ฉันที่เดินออกมากับพี่ภูผา แทบจะร้องไห้ เมื่อคุณอาคนนั้นยืนรออยู่หน้าโรงเรียน

“สวัสดีครับอาหมอ” พี่ผาเอ่ยทักทายคุณอา ส่วนฉันได้แต่เกาะแขนพี่เป็นปลิง ไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าคุณอาเลย

“สวัสดีครับว่าที่พี่เขย!!” เสียงห้าวร้องตะโกนมาแต่ไกล เป็นใครไปไม่ได้นอกจากขุนศึกไอ้น้องบ้า ฉันไม่ได้เป็นอะไรกับคุณอาหมอโรคจิต ตาแก่นี่สักหน่อย

“อามารับไปดูหนัง” เขาแค่พยักหน้าให้พี่ภูผา และขุนศึกแล้วเดินตรงเข้ามาหาฉัน

“หนูไม่อยากดูหนูจะกลับบ้าน” ตัวเล็กรีบหลบหลังพี่ชายทันที เมื่อสายตาดุจพญาเสือคู่นั้นจ้องมาอย่างไม่กะพริบตา

“อาไปส่ง วันนี้ภูผากับขุนศึกจะไปกับเพื่อน อาเป็นห่วงเลยมารับ” อาไรเฟิลพูดเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความดุดันน่ากลัว ฉันเองก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไรทำไมตัวเองถึงกลัวเขาได้มากถึงขนาดนี้ ตั้งแต่วันนั้นที่บ้านที่เขาแอบขึ้นห้อง ฉันก็ไม่กล้านอนคนเดียวอีกเลย นี่ก็หลายวันแล้วที่ต้องไปนอนกับแม่ ส่วนพ่อก็ต้องไปนอนกับขุนศึกตามระเบียบ

“พี่ผา หนูไปด้วยสิ” ฉันเดินเข้าไปเกาะแขนพี่ชายที่กำลังจะเดินไปหาเพื่อนพี่ยืนรออยู่

“ภูพิงค์ไปไม่ได้มีแต่ผู้ชาย กลับกับอาไรเฟิลดีแล้ว” แต่ขุนศึกกลับพูดแทรกขึ้น มันน่าตบปากสักที ดีมั้ย ยุ่งไปซะทุกเรื่อง

“แต่หนู.......ก็ได้” ฉันพูดเสียงสั่น ปล่อยมือจากแขนพี่ภูผา ได้แต่ก้มหน้าเดินไปที่รถ

“อาครับผมฝากน้องด้วย”

“มีอะไรโทรหาพี่ พี่ทำรายงาน บ้านเพื่อนไม่นานก็กลับ” พี่ภูผาเดินเข้ามากอด พร้อมพูดปลอบ

“ค่ะ...กลับเร็วๆ นะ” วันนี้พ่อกับแม่ก็ไม่อยู่ด้วย ฉันไม่ชอบอยู่ในสถานการณ์แบบนี้เลย

“ฝากน้องสาวผมด้วยครับคุณอาหมอ ไม่สิ ต้องเรียกพี่เขยถึงจะถูก”

“ขุนศึก!!” ฉันเงยหน้าไปจ้องไอ้น้องบ้า แยกเขี้ยวใส่แต่ขุนศึกกลับทำท่าทางยียวนใส่แล้วดึงแขนพี่ภูผาเดินไปหากลุ่มเพื่อนพี่รออยู่ เฮ้อ...ตรงนี้ก็เหลือแต่ฉันกับอาไรเฟิลสองคน

“เฮือก” ร่างเล็กสะดุ้งตกใจแรงเมื่อมือหนาเอื้อมมาจับที่แขน

“ขึ้นรถอาไปส่ง”

“......” ฉันได้แต่เดินก้มหน้าไปขึ้นรถอย่างจำใจ

“กลัวอะไร อาไม่ได้จะฆ่าเราสักหน่อย” ใบหน้าหล่อคมยื่นเข้ามาใกล้ ฉันได้แต่นั่งนิ่งแทบจะกลั้นหายใจ เมื่ออาไรเฟิลเอื้อมมือมาคาดเข็มขัดนิรภัยให้ แต่เขากลับไปยอมถอยห่างกลับจ้องหน้าฉันอยู่แบบนั้น

“มองหน้าอา แล้วบอกมาว่ากลัวอาทำไม” อาไรเฟิลเอามือจับปลายคางให้เงยหน้าสบตากับเขา

“กะ...ก็อาน่ากลัวนิคะ” ฉันพูดเสียงสั่น ไม่กลับสบตาเขา

“แล้ว อา ต้องทำยังไง หนูถึงจะไม่กลัว” เสียงเยือกเย็นที่อาเอ่ยออกมา มันยิ่งทำให้ฉันเกร็ง จนเผลอจิกเล็บคม ลงบนฝ่ามือ

“นะ...หนูอยากกลับบ้านแล้วค่ะ” ฉันเบี่ยงตัวหันหน้าหนี มันรู้สึกอึดอัดกับสายตาอาไรเฟิลจนหายใจไม่ออก ทั้ง ๆ ที่ฉันไม่ใช่คนขี้กลัวแต่กับอาไรเฟิล มันอธิบายไม่ถูกแล้วยิ่งรู้ว่าเขาต้องการอะไรจากฉัน มันก็ยิ่งไม่อยากอยู่ใกล้ แต่ก็ไม่รู้จะทำยังไง

พ่อเล่าเรื่องทุกอย่างให้ฟัง ฉันถึงกับตกใจอ้าปากค้างที่พ่อบอกอาไรเฟิลหลงรักฉันตั้งแต่อายุ 12 มันจะเป็นไปได้เหรอ และที่อาเขากลับมาเพราะจะมาขอและแต่งงานกับฉันให้ได้ นี่มันเป็นเรื่องบ้าที่สุดเท่าที่เคยเจอมา

แต่ดีที่พ่อไม่อนุญาต แต่อาไรเฟิลก็ไม่ยอม พ่อเลยบอกว่าทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับฉัน เพราะฉะนั้น เธอต้องกล้าที่จะพูดบอกอาเขาไปตรง ๆ นะภูพิงค์!!

“.....อาคะ” ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ รวบรวมความกล้าหันหน้าไปสบตาอาไรเฟิลที่กำลังจะออกรถ

“......” อาเขาไม่พูดอะไรแค่หันมามอง

“หนูไม่ได้คิดอะไรกับอา หนูไม่ชอบไม่ชอบทุกอย่างและไม่มีวันที่จะชอบอา อาเป็นน้องชายพ่อนะคะ หนูว่าอา.....” แต่แล้วฉันก็ต้องเงียบไม่กล้าที่จะพูดต่อ เมื่อสายตาคู่นั้นที่มองมามันน่ากลัวเหลือเกิน

“อา จะทำทุกอย่างให้หนูรักอา อย่าคิดว่าจะหนีอาไปได้ภูพิงค์!”

“ฮึก...” ร่างเล็กนั่งนิ่งตัวแข็งทื่อเมื่อเขาโน้มหน้าเข้ามาใกล้

“อย่าคิดตีตัวออกหาง เพราะอา จะไม่มีวันปล่อยเราไป” เสียงกระซิบเย็นยะเยือก ปลายจมูกโด่งคลอเคลียเกลี่ยแก้มไปมา ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงได้น่ากลัวแบบนี้

“อะ....อาค่ะหนูอยากกลับบ้านแล้ว” ฉันพูดเสียงสั่น พยายามห้ามน้ำตาไม่ให้มันไหลออกมา มือเล็กที่สั่นเทากำชายกระโปรงแน่นด้วยความหวาดกลัว

“อึก...อึก” แต่มันห้ามน้ำตาไม่ได้จริงๆ

“อาขอโทษ ที่ทำให้หนูกลัว ไม่ร้องนะเด็กดี” มือหนาเอื้อมมาซับน้ำตาอย่างอ่อนโยน แต่ความรู้สึกตอนนี้มันไม่ไหวแล้วจริงๆ ถึงเขาจะทำดีด้วยแค่ไหนความน่ากลัวของผู้ชายคนนี้มันก็ไม่ได้ลดน้อยลงเลย

ยิ่งเห็นรอยสักที่ต้นคอ ตามนิ้วมือ อาไรเฟิลยิ่งดูน่ากลัว เขาเหมือนพวกมาเฟีย พวกนักเลง หัวหน้าแก๊งมากกว่าหมอจิตแพทย์อีก

“...........” ฉันไม่กล้าพูดอะไรได้แต่พยักหน้ารับ นั่งก้มหน้า มือประสานที่หน้าตักนั่งตัวแข็งทื่อ

“เฮ้อ” ....ชายหนุ่มถอนหายใจ มองคนตัวเล็กที่เอาแต่นั่งก้มหน้าไม่พูดไม่จา ก่อนจะขับรถออกไปแต่เป้าหมายแน่นอนไม่ใช่บ้านของเด็กสาว

เขาไม่ได้จะคิดร้ายกับเธอ แต่อยากมีเวลาอยู่ด้วยกันอยากให้เธอเปิดใจรับเขามากกว่านี้ ...

“ขอบคุณนะคะที่มาส่งหนู” ทันทีที่รถจอด สองมือยกขึ้นไหว้อาไรเฟิล และรีบเปิดประตูออกจากรถ แต่ทว่า...ที่นี่ที่ไหน? ฉันหันซ้ายหันขวามองไปรอบๆ เป็นบ้านหลังใหญ่ ใหญ่เท่าๆ กับบ้านฉัน มันเป็นบ้านโทนสีขาวเทา สไตล์ยุโรป

 

แต่สิ่งที่ทำให้น่ากลัวไปกว่านั้นคือ ผู้ชายใส่สูทดำที่ยืนเรียงแถวสองฝั่ง พวกเขาเอาแต่ก้มหน้ายืนนิ่งไม่ขยับตัวสักนิด

“ไม่ต้องกลัวนี่บ้านอาเอง และมันก็เป็นบ้านของหนูด้วย อาสร้างไว้เป็นเรือนหอของเรา”

“ฮึก!” ร่างเล็กสะดุ้งตกใจหัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อมือหนาแตะลงที่ไหล่

“อา คะ ภูพิงค์อยากกลับบ้าน” ฉันพูดเสียงสั่น มองหน้าอาไรเฟิลอย่างอ้อนวอน

“ไว้กินข้าวเสร็จอาไปส่ง ไม่ต้องกลัวอาจะไม่ทำอะไรหนูถ้าหนูไม่เต็มใจ อาสัญญา เชื่อใจอานะเด็กดี” ตัวเล็กถูกดึงเข้าไปกอด พร้อมจูบหนักๆ ที่อาไรเฟิลจูบลงที่กลางหน้าผาก ฉันจะทำยังไงดี.....

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel