บทที่: 4 คุณอาโรคจิต
“อา พาหนูมาที่นี่ทำไม” ฉันพูดเสียงสั่นเมื่ออาไรเฟิลจูงมือเดินขึ้นมาบนห้อง ถ้าเดาไม่ผิดมันน่าจะห้องนอนของอา
“อาแค่อยากอยู่กับหนูสองต่อสอง” น้ำเสียงเย็นเยือกชวนขนลุก ทำเอาตัวเล็กถึงกับสั่นสะท้านไปทั้งตัว หัวใจดวงน้อยตกวูบเมื่อใบหน้าหล่อคมโน้มเข้ามาใกล้
“อาคะ หนูกลัว อย่าทำอะไรหนูเลย” สองเท้าถอยหนีอย่างอัตโนมัติเมื่อรู้สึกว่าตัวเองกำลังตกอยู่ในอันตราย
“อาไม่ได้จะทำอะไร อาแค่อยาก....” สายตาดุดันคู่นั้นมองมาที่ริมฝีปากบางที่สั่นระริกด้วยความกลัว
“ภูพิงค์อยากกลับบ้าน อา อย่าทำอะไรภูพิงค์เลยนะ” ฉันร้องไห้ออกมา เมื่อถอยหนีจนหลังชนผนังห้อง แต่อาไรเฟิลกลับไม่มีท่าทีว่าจะหยุด ร่างสูงใหญ่เดินเข้ามาใกล้จนประชิดตัว ร่างเล็กถูกดันติดผนังห้อง
“สิ่งที่อาไม่ชอบที่สุดคือน้ำตาหนู รู้มั้ยเวลาที่หนูร้องไห้อาเจ็บ....”
หมับ!
มือหนาจับมือเล็กทาบลงอกตัวเอง
“ไม่ร้องนะเด็กดี อาแค่อยากจูบหนู อาสัญญาอา จะไม่ทำอะไรไปมากกว่าจูบ ถึงอยากจะทำมากแค่ไหนก็ตาม”
“เฮือก!! อึก!!” คนตัวเล็กสะดุ้งตกใจ ดวงตากลมโตเบิกกว้าง เมื่อริมฝีปากอุ่นแตะจูบซับน้ำตา สัมผัสมันอ่อนโยนและนิ่มนวลมาก แต่นั่นมันไม่ได้ทำให้ความกลัวหายไปไหน ยิ่งหวาดกลัวกับการกระทำที่อาไรเฟิลค่อยๆ เอาปลายจมูกแตะลงแก้มใส เกลี่ยคลอเคลียมันอยู่แบบนั้น ตัวเล็กได้แต่ยืนนิ่งตัวแข็งทื่อไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว
“ฮื่อ” เสียงเล็กร้องท้วงในลำคอเมื่อรู้สึกอุ่นที่ริมฝีปาก ก่อนมันจะเริ่มชาเมื่ออาไรเฟิลเริ่มจูบแรงขึ้นเรื่อยๆ
“อืม” คนตัวโตครางออกมาอย่างขัดใจเมื่อริมฝีปากบางเม้มแน่น ปิดปากสนิทไม่ยอมให้เรียวลิ้นร้อนที่พยายามสอดดันเข้ามาภายในโพรงปากเล็ก
จ๊วบ!!!
“ฮื่อ จะ...ฮื่อ” สองมือเล็กดันแผงอกแกร่งเมื่ออาไรเฟิล จูบบดขยี้ริมฝีปากบางอย่างแรง และเขาก็ใช้โอกาสนั้นสอดดันเรียวลิ้นร้อน เขามาดูดดึงลิ้นเล็กอย่างอุกอาจ
มือหนาลูบไล้ไปทั่วแผ่นหลัง ฉันทั้งผลักทั้งดันแต่มันกลับไม่เป็นผล อาไรเฟิลยิ่งกอดรัดร่างเล็กแน่นกว่าเดิม
“ฮื่อ” ฉันร้องท้วงเมื่อกำลังจะขาดอากาศหายใจ แต่ดูเหมือนอาไรเฟิลเขาจะไม่ได้สติ กลับยิ่งจูบดูดเม้มริมฝีปากบางแรงขึ้นเรื่อยๆ จนมามันชาปวดบวมไปทั่วทั้งบริเวณ ฉันไม่มีแม้แต่โอกาสจะได้ขัดขืนเมื่อมือหนาสองข้างจับประคองใบหน้าเล็ก ไม่ให้หันหนี
ตุ๊บ ตุ๊บ
สองกำปั้นน้อยๆ ทุบลงที่แผ่นหลังกว้าง แต่ดูเหมือนอาไรเฟิลเขาจะไม่สะทกสะท้านอะไร เขายังคงจูบบดขยี้ริมฝีปากบางอย่างบ้าคลั่ง พร้อมกับร่างเล็กที่อ่อนระทวยไปทั้งตัวเมื่อกำลังจะขาดอากาศหายใจ สองมือเล็กจับท่อนแขนแกร่ง ร้องท้วงในลำคออย่างอ้อนวอน น้ำตาเม็ดใสไหลออกมาด้วยความหวาดกลัว ทำไมเขาถึงได้น่ากลัวมากถึงขนาดนี้
“เฮือก!” ฉันที่กำลังจะขาดอากาศหายใจตาย สูดลมหายใจเข้าอย่างแรงเมื่อริมฝีปากหยักค่อยๆ ถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง
“......” อาไรเฟิลไม่พูดอะไร เขาเอาแต่มอง มือหนาเกลี่ยเขี่ยแก้มไปมา
พรึบ!!
“ฮื่อ อะ...อา จะทำอะไรปล่อยภูพิงค์” ฉันร้องไห้ออกมาด้วยความกลัวสุดใจ เมื่อตัวเล็กถูกยกตัวลอยเหนือพื้น เดินตรงไปยังเตียงนอนขนาดใหญ่
พรึบ!!
“ฮื่อ อาไรเฟิล ปล่อยหนูนะ ไหน อา บอกว่าจะไม่ทำอะไรภูพิงค์ไง” คนตัวเล็กใต้ร่างได้แต่ร้องไห้สะอื้นออกมาด้วยความหวาดกลัว ร่างเล็กถูกวางนอนราบลงกับเตียง ก่อนร่างหนาจะทาบทับลงมา ฉันไม่มีแม้แต่โอกาสจะได้หนีเมื่อมือสองข้างถูกกดไว้แน่นด้วยฝ่ามือใหญ่ของเขา
“อา รักภูพิงค์ รักตั้งแต่แรกเจอ รักทั้ง ๆ ที่ไม่เคยเจอหน้า”
“ฮื่อ อาคะ...หยุดนะ ปล่อยหนูปล่อยนะ! ปล่อย!!!” ฉันร้องไห้แทบขาดใจ เมื่อใบหน้าหล่อคมก้มลงซุกไซ้ซอกคออย่างหื่นกระหาย ดวงตาอาไรเฟิลมันแดงก่ำ เขาตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับปีศาจ ผีซาตาน กว่าในหนังที่เคยดูอีก
“กรี๊ด!! ฮื่อ ปล่อยนะหนูเจ็บ” เสียงหวานกรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวด เมื่อริมฝีปากหนากดจูบดูดทำรอยลงที่คอระหงอย่างแรง มันเจ็บจี๊ดเหมือนเนื้อจะแตกเป็นเสี่ยงๆ
“ฮื่อ อาไรเฟิลหยุดนะ” ฉันพยายามพูดเรียกสติอาไรเฟิล แต่เขากลับไม่ฟัง เขาปล่อยมือก่อนมือหนาจะลูบไล้ลงไปที่เรียวขา พยายามล้วงเข้ามาใต้กระโปรงนักเรียน
“อาไรเฟิล ฮื่อ” ฉันดิ้นพยายามขัดขืน แต่อาไรเฟิลตอนนี้เขาขาดสติไปแล้ว มือเล็กจับมือหนาพยายามดันคนตัวโตออกห่าง แต่เขากลับไม่ขยับตัวแม้แต่นิดเดียว
“อืม” เขาครางออกมาอย่างพอใจเมื่อกลีบปากอุ่นประกบปากจูบดูดเม้มริมฝีปากบางอีกครั้ง มือหนาเลื่อนขึ้นมาบีบขย้ำหน้าอกอย่างหนักหน่วง
“ฮื่อ!!” ตัวเล็กดินทุรนทุรายปานจะขาดใจตาย ร้องไห้สะอื้นขอความเห็นใจจากคนตัวโตที่ไม่ได้สติ นี่เหรอที่เขาบอกว่ารัก รักแล้วทำแบบนี้เหรอ ฉันหยุดนิ่งปล่อยให้เขาจูบ บีบขย้ำตามที่เขาต้องการ
“ฮึก ฮื่อ” ฉันร้องไห้ตัวสั่น ก่อนอาไรเฟิลจะหยุดทุกการกระทำ ริมฝีปากหนาค่อยๆถอนจูบ พร้อมลมหายใจติดขัดที่ไม่เป็นจังหวะ
“.......เฮ้อ...อาขอโทษที่อาขาดสติแบบนี้” อาไรเฟิลพ่นลมหายใจแรงๆ รดต้นคอแต่เขายังคงไม่ยอมลุกออกจากตัว มือหนาค่อยๆ เลื่อนขึ้นมากุมมือเล็กที่สั่นเทา
สติเขาค่อยๆ กลับมาพร้อมกลับความกลัวของฉันที่มากขึ้นเรื่อย ๆ
“ฮึก อา ใจร้าย ไหนบอกว่าจะไม่ทำอะไรภูพิงค์ อา โกหก หนูอยากกลับบ้าน” ฉันพูดเสียงสะอื้น
“ขอ อา อยู่แบบนี้ก่อนได้มั้ย อาอยากอยู่กับภูพิงค์” เขาพูดเสียงอู้อี้ ริมฝีปากร้อนแตะจูบที่ซอกคออย่างแผ่วเบา นั่นมันยิ่งทำให้ฉันรู้สึกขยะแขยงกับการกระทำของคนตรงหน้ามากขึ้น เขามันโรคจิต!
“อาอย่าทำให้หนูรังเกียจอาไปมากกว่านี้ได้มั้ย อารู้มั้ยสิ่งที่อา ทำกับหนูมันทำให้หนูรู้สึกขยะแขยงอามากแค่ไหน!” ฉันพูดออกไปอย่างไม่เกรง
“ภูพิงค์!!” อาไรเฟิลตะเบ็งเสียงใส่จ้องหน้าฉันอย่างไม่พอใจ
“หนูพูดอย่างที่หนูรู้สึก อาอาจจะคิดว่ามันเป็นเรื่องปกติเพราะอา คงทำเรื่องพวกนี้ประจำ แต่หนูไม่ใช่ผู้หญิงที่อยากจะนอนกับอาเหมือนผู้หญิงที่ อา พาขึ้นเตียง!!” ฉันพูดตามความรู้สึก
“อา จะไม่ถือสาสิ่งที่หนูพูดออกมาเมื่อตะกี้ เพราะถือว่าหนูยังไม่รู้จักอา แต่ถ้าหลังจากนี้ยังพูดกับอาแบบนี้อีก อา......คงจะไม่ปล่อยให้หนูมาด่าอาแบบนี้อีก” อาไรเฟิลพูดอย่างข่มอารมณ์ สีหน้าท่าทางเขาดูไม่พอใจกับสิ่งที่ฉันพูดออกไป พวกรับความจริงไม่ได้ก็แบบนี้สินะ พวกผู้ชายเจ้าชู้
“ทำไมคะอา จะฆ่าหนูเหรอ หรืออา จะให้ลูกน้องอาที่อยู่หน้าบ้านมาทำร้ายหนู!” ฉันพูดออกไปอย่างเหลืออด ความกลัวทั้งหมดมันหายไป...จ้องหน้าเขาอย่างไม่เกรง ทำไมฉันต้องยอมตกเป็นเหยื่อให้เขาด้วย แล้วเราไม่เคยรู้จักกันมาก่อนด้วยซ้ำแล้วเขามีสิทธิ์อะไรมาทำร้าย มารังแกฉันแบบนี้
อาไรเฟิลขบกรามแน่น จ้องหน้าฉันอย่างเอาเรื่อง เอาสิอย่างมากก็แค่ตาย ถ้าเขาทำอะไรฉัน ฉันยอมตายซะยังจะดีกว่าต้องเป็นเมียคนแก่ อายุน้อยกว่าพ่อไม่กี่ปี
“หึ....หึ....สมแล้วที่เป็นลูกมาเฟียแห่งวงการมายา แบบนี้สิ...ค่อยสมเป็น ภูสิตา เมีย ริชาร์ค” แต่อยู่ๆ อาไรเฟิลกลับแค่นหัวเราะออกมาอย่างพอใจ ก่อนเขาจะลุกออกจากตัวแล้วเดินออกจากห้อง ท่ามกลางความงุนงงของฉัน?
