บท
ตั้งค่า

บทที่ 5

ในใจสั่นสะท้านกับเรื่องที่ได้ยินลูกน้อยคิด นางไม่อยากฟังต่อแล้วจึงเอ่ยถามบุตรชายคนโตเพื่อตัดบทความคิดบุตรคนเล็ก “วันนี้ฉางฉางนอนกับแม่ดีหรือไม่”

“ขอรับ” ท่านแม่ตาแดงขนาดนั้น ต้องร้องไห้มาแน่เลย เกิดอะไรขึ้นกันแน่นะ

‘แม่ของข้าร้องไห้ตาบวมไปหมด เพราะพ่อฉาระเลวนั่นกับชู้รักของเขา ข้าโตเมื่อไรจะแก้แค้นเอาคืนให้ท่านนะ’

หลี่ซือซิงน้ำตาจะไหล ตัวแค่นี้รู้จักโกรธแค้นแทนแม่แล้ว

อ้อมแขนกระชับลูกน้อยและจูงมือฉางฉางไปที่เตียง จากนั้นนางก็นอนกอดบุตรทั้งสองหลับตาลง

ความคับแค้นยังอัดแน่นอยู่ในอก หญิงสาวไม่สามารถหลับลงได้เลย

เด็กน้อยฉางฉางเองก็นอนไม่หลับ เขากำลังไตร่ตรองความคิดน้องชายอยู่

ท่านพ่อของเขามีชู้รักและท่านแม่เห็นกับตามาแล้ว ท่านแม่เสียใจร้องไห้ ทุกอย่างเกิดขึ้นวันนี้ หรือว่า

ชู้ที่น้องชายพูดถึงจะเป็นคนในจวนโหว ไม่น่าล่ะ สี่ปีมานี้ท่านพ่อถึงไม่อุ้มเขาอีกเลย เข้มงวดกับเขามาก แต่กลับอ่อนโยนกับหนิงเทียน

ตอนแรกนึกว่าเพราะเขาโตแล้วท่านพ่อจึงไม่อุ้ม ทว่าวันนั้นเขาเห็นกับตาว่าท่านพ่ออุ้มหนิงเทียนอยู่ในสวน

หนิงเทียนอายุมากกว่าเขาเสียอีก ดังนั้นไม่ใช่เพราะเขาโต แต่ท่านพ่อลำเอียง

เป็นไปได้ไหมว่าหนิงเทียนเป็นลูกของท่านพ่ออีกคน แค่คิดเฉินฉางฉางก็เจ็บปวดที่หัวใจ

บางทีอาจจะคิดมากไปเอง เสียงในหัวน้องก็อาจไม่ใช่เรื่องจริงก็ได้

พอคิดได้แบบนั้นเด็กน้อยฉางฉางก็หลับได้ในที่สุด

เมื่อลูก ๆ หลับแล้วหลี่ซือซิงก็ลุกขึ้นนั่ง มองใบหน้าน่าเอ็นดูของเด็กทั้งสองด้วยสายตาอบอุ่นก่อนจะถอนหายใจออกมา นางได้ยินสิ่งที่ฉางเหวินคิดทั้งหมด

เป็นนางเองที่พรากวาสนารักของเฉินเหลียงยวี่กับเจิ่นหรูอันในตอนนั้น

ทำให้พวกลูก ๆ ต้องพลอยลำบากไปด้วย ยิ่งคิดในอกหลี่ซือซิงยิ่งเจ็บร้าว

“ฮูหยินข้ากลับมาแล้ว พาหมอเหอมาด้วย ข้าเห็นท่านหน้าซีดตรวจร่างกายดูหน่อยนะเจ้าคะ”

จือจือกลับมาพร้อมหมอเมื่อเข้ามาในห้องนางจึงกล่าวกับผู้เป็นนายหญิงอย่างแผ่วเบา “หมอคนนี้ไว้ใจได้ เป็นหมอเก่าแก่ของตระกูลหลี่เรา”

“จือจือเด็กคนนั้น” หลี่ซือซิงขมวดคิ้วเล็กน้อย ที่ถามถึงเด็กเพราะไม่อยากให้มีช่องโหว่ให้ผู้อื่นจับได้

“จัดการเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ”

“อืม เจ้าแน่ใจนะว่าไม่มีใครเห็น”

“ข้าให้คนของเราปลอมเป็นคนเก็บขยะ นำเด็กใส่ตะกร้าผักออกจากจวนไป อีกอย่างวันนี้วันพระบ่าวในจวนล้วนเก็บตัวในห้องพัก ไม่มีใครเห็นแน่นอนเจ้าค่ะ”

“เขาไม่ร้องเลยหรือ”

“แม่นมป้อนนมจนอิ่มจึงหลับตลอดเจ้าค่ะ”

“ดีมาก”

“ข้าทำทีไปตามหมอลอบสังเกตดูว่าส่งถึงมือคนของเราหรือไม่ รับรองได้ว่าถึงมือองครักษ์ที่อาจิ่นเตรียมไว้แล้วเจ้าค่ะฮูหยิน บ่าวเรียกหมอเหอมาตรวจอาการคุณชายน้อยนะเจ้าคะ ท่านเองก็หน้าซีดมากตรวจดูหน่อยเถิด”

“ข้าไม่เป็นไรแค่เพลียนิดหน่อยเท่านั้น นอนพักก็คงหาย ให้หมอตรวจดูฉางเหวินเถอะ ที่ข้าให้เจ้าไปทำเรียบร้อยแล้วใช่ไหม” หลี่ซือซิงบอกปัดและถามต่อ

“เรียบร้อยเจ้าค่ะ” จือจือตอบรับเพราะนางทำงานที่ได้รับมอบหมายสำเร็จแล้ว แต่ก็ยังไม่สบายใจเลยสักนิด เมื่อเห็นท่าทีอิดโรยของผู้เป็นนาย

หลังจากตรวจดูร่างกายคุณชายน้อยแล้วปกติดีทุกอย่าง ไม่มีอะไรต้องห่วง จือจือก็ออกไปส่งหมอเหอที่หน้าประตูจวน

ยามที่นางกำลังกลับเข้าเรือนหยก ผู้คนก็วิ่งกันให้วุ่น วันนี้เป็นวันพระไม่ใช่หรือ ปกติทั้งเรือนจะเงียบมาก ทำไมวันนี้ถึงไม่ปกติ

นางไม่มีเวลาสอบถามใคร เนื่องจากเป็นห่วงผู้เป็นนายจึงรีบกลับไปดูแล

“ฮูหยินไม่รู้ด้านนอกเกิดอะไรขึ้นบ่าววิ่งกันราวกับไฟไหม้เจ้าค่ะ”

หลี่ซือซิงนอนหลับตาใบหน้าสงบนิ่ง มุมปากยกขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินสิ่งที่จือจือบอกกล่าว

นางเพิ่งรู้เดี๋ยวนี้ว่ารอยยิ้มประดับใบหน้า น้ำตาตกในเป็นเช่นนี้นี่เอง

หัวใจของหลี่ซือซิงเยือกเย็นไปหมดกับเหตุการณ์ทุกอย่างในคืนนี้

จือจือห่วงนางกลัวว่าร่างกายนางจะทรุดโทรม แต่คนที่น่าเป็นห่วงมากกว่าคือเจิ่นหรูเหมยต่างหาก ที่ไม่รู้จักหักห้ามใจ

ในเมื่อพวกเขาแอบลักลอบได้เสียกัน นางไม่เปิดโปงเขาแต่ให้การกระทำของพวกเขาเปิดโปงความโสมมนั้นออกมาเอง

ธูปกระดังงาที่นางจุด ทำให้สองคนนั้นไม่อาจหยุดยั้งตัวเองได้

ร่างกายเจิ่นหรูเหมยอ่อนแออยู่แล้วเพราะการคลอดบุตร ยามนี้ก็คงก้าวขาข้างหนึ่งเข้าประตูผีไปแล้ว

เลือดในกายเจิ่นหรูเหมยคงไหลทะลักไม่หยุด เปรียบเสมือนผลกรรมย้อนกลับที่หลี่ซือซิงได้รับอยู่ตอนนี้ และเจิ่นหรูเหมยก็ควรได้รับเหมือนกันที่ลงมือกับเด็กเล็กไร้ทางสู้

หลี่ซือซิงมองบุตรชายแล้วยกยิ้มมุมปาก เป็นเพราะความคิดฉางเหวินแท้ ๆ นางจึงได้เอาคืนสองคนนั้นอย่างไร้ร่องรอย

‘ลมพัดเข้าหน้าต่างถ้าจุดธูปกระดังงา พ่อฉาระเลวจะต้องอับอายขายหน้า อับอายขายหน้า นางเจิ่นชอบเก็บธูปราคะไว้ห้องครัวเล็ก’

เป็นความโชคดีของนางที่ตอนเดินไปจัดการชายโฉดหญิงชั่วผ่านห้องครัวเล็กพอดี นางจึงเสี่ยงหาดู ดันเจอธูปจริง

ความจริงแล้วนางไม่รู้ว่าธูปนี้จะออกฤทธิ์แบบไหนแค่เสี่ยงจุดตามที่ลูกบอก ไม่คิดว่าผลลัพธ์จะเป็นที่น่าพอใจเพียงนี้

เมื่อธูปกระดังงาหมดขี้ธูปถูกลมพัดไปก็จับมือใครดมไม่ได้แล้ว

หลี่ซือซิงก้มหอมแก้มยุ้ย ๆ ของบุตรชายคนเล็ก และไม่ลืมหอมบุตรชายคนโตอย่างรักใคร่ไม่แพ้กัน

“เปิดประตู” หน้าประตูมีเสียงบุรุษดังขึ้น

“ท่านโหวฮูหยินกับคุณชายนอนแล้วเจ้าค่ะ”

เมื่อได้ยินเสียงจือจือ หลี่ซือซิงก็แสร้งหลับตาลงทันที

ร้อยวันพันปีเขาไม่เคยเหยียบเรือนหยกในยามราตรี จะมีก็แต่มาหาลูกเป็นบางครั้งแล้วก็ไป แล้ววันนี้เขามาทำไม

“ท่านโหวฮูหยินนอนแล้วเจ้าค่ะ” จือจือก้มหน้าพูดด้วยความเคารพนอบน้อม นางไม่รู้ว่าด้านนอกเกิดสิ่งใดขึ้นบ่าวในจวนถึงวิ่งวุ่น แต่ดีใจเหลือเกินที่พอท่านโหวกลับมาถึงจวนก็ตรงมาหานายหญิงทันที

“รู้แล้ว”

ใบหน้าเฉินเหลียงยวี่ถมึงทึง ก่อนจะสะบัดแขนเสื้อใส่จือจือแล้วเปิดประตูเข้าไป

จือจือได้แต่ยืนเหวอเพราะไม่รู้ว่าทำสิ่งใดให้ท่านโหวโกรธ

เฉินเหลียงยวี่เดินดุ่ม ๆ ไปที่เตียงอย่างรีบร้อน เขาต้องมาดูให้เห็นกับตาว่าฮูหยินของเขาไม่รู้ไม่เห็นเรื่องที่เขากับญาติผู้น้องทำ

ส่วนบ่าวที่เห็นเหตุการณ์วันนี้ย่อมต้องกำจัดทิ้งให้หมด รวมถึงหมอคนนั้นด้วย ใครก็ตามที่รู้เรื่องนี้ปล่อยไว้ไม่ได้

ฮูหยินก็ไม่อาจทำให้น้อยเนื้อต่ำใจ นางทำให้ฐานะโหวสืบทอดของเขามั่นคง ทำให้จวนโหวที่เหลือแต่เปลือกกลับมามีหน้ามีตามั่งคั่งอีกครั้ง เขาจะทำเสียเรื่องไม่ได้ จะให้นางรู้เรื่องนี้ไม่ได้เด็ดขาด

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel