บทที่ 6
หลี่กั๋วกงพ่อตาเขาก็ไม่อาจทำให้ขุ่นเคืองได้ ด้วยกำลังทหารและคุณงามความดีของตระกูลหลี่ ฮ่องเต้ยังต้องยอมหลายส่วนเลย แล้วเขาที่เป็นบุตรเขยจะกล้าได้อย่างไร
แม้แต่ญาติผู้น้องที่ปรนนิบัติเขามานานยังไม่กล้ารับเป็นอนุ
ได้แต่บอกผู้คนว่านางเป็นน้องสาวถูกสามีทอดทิ้ง เขาสงสารจึงให้ฐานะแก่บุตรชายนาง ทั้งที่หนิงเทียนเป็นลูกคนโตของเขาด้วยซ้ำ
เขาทำให้ญาติผู้น้องน้อยใจหลายครั้งแล้ว แต่ถึงอย่างไรเขาก็ไม่อาจปล่อยมือจากฮูหยินได้ อยู่แบบนี้เขาก็ได้ทั้งอำนาจหนุนหลังจากตระกูลหลี่ และยังได้อยู่กับสตรีอ่อนหวานอย่างญาติผู้น้องด้วย
ทุกอย่างดีแล้วเขาไม่อยากให้ฮูหยินมารับรู้เรื่องที่เขากับญาติผู้น้องแอบคบหากัน
เขาต้องเป็นสามีที่ดีต่อหน้านาง จะให้นางรู้ระแคะระคายเรื่องญาติผู้น้องไม่ได้เด็ดขาด
ส่วนลูก ๆ ของเขาที่มีกับญาติผู้น้อง ก็ใช้วิธีเก่าพาเข้าตระกูล ฮูหยินเป็นคนใจกว้าง เรื่องพวกนี้นางจัดการให้เขาโดยเขาไม่ต้องเอ่ยปากด้วยซ้ำ
ภรรยาหัวอ่อนเช่นนี้ปล่อยหลุดมือไปง่าย ๆ ก็โง่แล้ว
ชายหนุ่มถอนหายใจเมื่อเห็นบุตรและภรรยานอนหลับสนิทอยู่ เขาโน้มตัวไปจุมพิตหน้าผากภรรยา แล้วนั่งเหม่อลอยคิดถึงเหตุการณ์ก่อนหน้า
จู่ ๆ ญาติผู้น้องก็ชักกระตุก ด้วยความตกใจเขาจึงตะโกนเรียกคน โดยลืมคิดไปว่าตนเองกับญาติผู้น้องทำเรื่องเสื่อมศีลธรรมอยู่
พอนึกขึ้นได้ก็เอาผ้าคลุมกายนางกับตัวเองไว้ สั่งการบ่าวที่เข้ามาให้ไปตามหมอ เขาถอดถอนแกนกายออกเมื่อไม่มีใครอยู่แล้ว หากแต่อวัยวะของเขากับญาติผู้น้องถอดออกจากกันไม่ได้
แกนกายเขาถูกบีบจนเจ็บ เป็นแบบนี้ต่อไปทุกคนต้องเห็นหมดแน่ เขาพยายามดึงกระชากเอวให้หลุดหลายครั้ง ผลคือไม่หลุดแล้วยังเจ็บจนแทบทนไม่ไหว
“ท่านโหวหมอมาแล้วขอรับ” ตันหยงองครักษ์มือขวาของเฉินเหลียงยวี่เข้ามารายงาน เขาก้มหน้าลงอย่างรวดเร็ว เพราะรู้ว่าเหตุการณ์ตรงหน้าไม่ควรมอง
เฉินเหลียงยวี่ยืนหลับตานิ่งด้วยความอับอาย “ให้หมอเข้ามาคนเดียวพอ ก่อนหน้านั้นใครที่วิ่งเข้ามาในนี้จัดการให้หมด แล้วหาคนใหม่เข้ามาแทนภายในคืนนี้ เจ้าเอาผ้ามาคลุมหรูเหมยไว้ด้วยจะให้หมอรู้ไม่ได้ว่านางไม่ใช่ภรรยาข้า”
“ขอรับท่านโหว”
หมอเข้ามาตรวจอาการแล้วส่ายศีรษะ คนหนุ่มสาวสมัยนี้ช่างเลือดร้อนไม่รู้จักหักห้ามใจ ขนาดคลอดลูกใหม่ ๆ ยังสามารถเสพสุขกันได้ จนอวัยวะติดกันเหมือนสุนัขติดสัด ชีวิตของสตรีคนนี้ใกล้ประตูผีแค่เส้นยาแดงผ่าแปด
เขาต้มยาคลายกล้ามเนื้อให้ท่านโหวดื่ม แล้วบอกให้ท่านโหวป้อนฮูหยินด้วย ที่ทำให้หมอประหลาดใจก็คือท่านโหวใช้ผ้าห่มคลุมฮูหยินไว้ตลอดเวลา ตอนป้อนยาก็คลุมตัวเองเข้าไปด้วย แต่ก็พอเข้าใจได้ ร่างกายภรรยาไม่มีชายใดอยากให้บุรุษอื่นเห็น
“ท่านโหว ฮูหยินเพิ่งคลอดควรงดทำเรื่องอย่างว่าสักสามเดือนนะขอรับ”
“....” เฉินเหลียงยวี่ไม่พูดสิ่งใดเพราะรู้ดีว่าคำพูดของหมอนั้นคือเรื่องจริง
ตอนแรกเขาก็แค่คิดถึงนางมาก จะเชยชมเล็กน้อยภายนอก ต่อมาทนไม่ไหวจึงล่วงล้ำเข้าไปแต่เขาก็รู้จักยับยั้งนะ คิดไว้ว่าหนเดียวพอ
ทว่ามันไม่ใช่หนเดียวอย่างที่คิด ปกติแล้วเขากับญาติผู้น้องร่วมรักกันหลายรอบ นี่ถือว่าเป็นเรื่องปกติ ไม่รู้ทำไมเวลาอยู่ใกล้นาง ความต้องการของเขามากขึ้นเรื่อย ๆ ไร้การควบคุม และดูเหมือนญาติผู้น้องก็คิดถึงเขามากเช่นกันจึงให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี
เขาตกใจที่ตนเองไม่อาจหักห้ามใจได้ รุนแรงกับญาติผู้น้องขึ้นเรื่อย ๆ จนทำให้นางหมดสติไป ใจเขาสั่นจนตอนนี้ยังไม่หยุดสั่นเลย เพราะเมื่อถอดถอนแกนกายออกได้แล้ว เลือดของญาติผู้น้องไหลทะลักออกมาจำนวนมาก
“ข้าน้อยจำต้องผ่าเอามดลูกฮูหยินออกมาเพื่อรักษาชีวิตฮูหยิน”
“ได้ข้าจะอยู่ด้วย”
หมอพยักหน้าและเข้าใจว่าท่านโหวรักภรรยาเอามาก ๆ โดยไม่รู้เลยว่าเขาแค่เฝ้าให้แน่ใจว่าหมอไม่เห็นใบหน้าของญาติผู้น้องเท่านั้น
หมอเริ่มลงมือผ่าเอามดลูกออก เลือดในกายเจิ่นหรูเหมยค่อย ๆ หยุดไหลหลังจากหมอปิดปากแผลเรียบร้อย
หมอชราซับเหงื่อที่หน้าผาก เขาคิดว่านางจะไม่รอดแล้วเสียอีก ไม่คิดว่าความอดทนของเฉินฮูหยินจะสูงนัก จากนั้นก็ลงมือเขียนเทียบยาให้คนไข้
“ฮูหยินไม่อาจมีลูกได้อีก ข้อนี้ข้าน้อยต้องบอกกล่าวท่านโหวไว้ ร่างกายนางจากนี้จะอ่อนแอหนาวง่าย ท่านโหวดูแลให้ดีเถิด เทียบยานี้ต้มดื่มสามเวลานะขอรับ อีกอย่างภายในสามเดือนนี้มิอาจร่วมรักกันได้อีก ขอท่านโหวเข้าใจด้วย”
เฉินเหลียงยวี่คิดว่ามันนานไปแต่ก็พยักหน้ารับ ในใจคิดว่าไม่เป็นไร ร่วมหลับนอนกับญาติผู้น้องไม่ได้ เขาก็ยังมีภรรยาแต่ง
หลังจากจัดการความเรียบร้อยที่เรือนเยว่กวางเสร็จ ก็ตรงมาหาฮูหยินที่เรือนหยกทันที
ชายหนุ่มมองภรรยาและลูกบนเตียง ก่อนจะโน้มตัวลงไปหอมแก้มภรรยา กลิ่นหอมอ่อนทำให้เลือดในกายเขาพลุ่งพล่านขึ้นอีกครั้ง
หลี่ซือซิงขยะแขยงจุมพิตที่สามีมอบให้จึงพลิกตัวหันหลังให้เขา โดยไม่รู้เลยว่าทรวดทรงองค์เอวของนางได้กระตุ้นให้เฉินเหลียงยวี่มีอารมณ์อีกแล้ว
ชายหนุ่มอุ้มบุตรชายทั้งสองออกไปนอนที่ตั่งกลางห้อง แล้วเขาก็สอดตัวเข้าผ้าห่มกอดร่างนุ่มนิ่มของภรรยา พลางซุกไซ้จมูกไปตามซอกคอขาวที่หอมกรุ่น
เฉินฉางเหวินตกใจตื่นเมื่อถูกรบกวน สัมผัสถึงความรังเกียจที่หลี่ซือซิงมีต่อเฉินเหลียงยวี่ ในใจครุ่นคิดว่า ในนิยายไม่มีฉากพวกนี้
เกิดอะไรขึ้นนะ!! ก่อนอื่นต้องช่วยหลี่ซือซิงก่อน
ไวกว่าความคิด ในใจเขาร้องตะโกนเสียงดังไปแล้ว
‘พี่ใหญ่ตื่นเร็วเข้า รีบตื่นมาช่วยท่านแม่ พ่อฉาระเลวไม่คู่ควรถูกเนื้อต้องตัวท่านแม่ พี่ใหญ่รีบตื่นสิ’
เมื่อปลุกอย่างไรพี่ชายก็ไม่รู้สึกตัวฉางเหวินน้อยจึงร้องไห้จ้าออกมาเสียงดังเสียเลย แบบนี้พ่อฉาระเลวก็ทำอะไรท่านแม่ไม่ได้แล้ว
