เล่ห์นางพญา

163.0K · จบแล้ว
เหมียวเฟยฉี
92
บท
875
ยอดวิว
9.0
การให้คะแนน

บทย่อ

บุหลันดวงงามหลบซ่อนอยู่หลังม่านเมฆหนาทึบ ทำให้ท้องฟ้ายามราตรีถูกกลืนด้วยสีดำสนิทไร้แสงดาว ทุกอย่างรอบตัวเงียบสงบจนสามารถได้ยินเสียงจิ้งหรีดขับขาน สายลมยามค่ำคืนพัดเบา ๆ พาให้เปลวเพลิงในตะเกียงใต้ต้นเหมยขาวไหวระริก กลีบดอกเหมยร่วงหล่นลงมาอย่างเงียบงัน สตรีนางหนึ่งสวมชุดเนื้อหยาบอุ้มเด็กทารกอยู่ใต้ต้นเหมยขาว ส่วนสตรีอีกนางกำลังขุดหลุมอย่างลุกลี้ลุกลน สตรีที่อุ้มเด็กทารกหน้าตาไม่สู้ดีนัก หนังตานางกระตุกหลายครั้ง คล้ายลางร้ายกำลังบอกเหตุไม่ดี “คุณชายน้อยยังหายใจอยู่เลย จะฝังทั้งเป็นอย่างนี้เลยหรือพี่หญิง” “รีบ ๆ เข้าเถิด รับเงินมาแล้วก็ต้องทำ”

นิยายจีนโบราณท่านอ๋องแก้แค้นศัตรูกลายคนรักหนีแต่งงานจีนโบราณมีลูกดราม่า18+

บทนำ

 

บุหลันดวงงามหลบซ่อนอยู่หลังม่านเมฆหนาทึบ ทำให้ท้องฟ้ายามราตรีถูกกลืนด้วยสีดำสนิทไร้แสงดาว

ทุกอย่างรอบตัวเงียบสงบจนสามารถได้ยินเสียงจิ้งหรีดขับขาน

สายลมยามค่ำคืนพัดเบา ๆ พาให้เปลวเพลิงในตะเกียงใต้ต้นเหมยขาวไหวระริก กลีบดอกเหมยร่วงหล่นลงมาอย่างเงียบงัน

สตรีนางหนึ่งสวมชุดเนื้อหยาบอุ้มเด็กทารกอยู่ใต้ต้นเหมยขาว ส่วนสตรีอีกนางกำลังขุดหลุมอย่างลุกลี้ลุกลน

สตรีที่อุ้มเด็กทารกหน้าตาไม่สู้ดีนัก หนังตานางกระตุกหลายครั้ง คล้ายลางร้ายกำลังบอกเหตุไม่ดี

“คุณชายน้อยยังหายใจอยู่เลย จะฝังทั้งเป็นอย่างนี้เลยหรือพี่หญิง”

“รีบ ๆ เข้าเถิด รับเงินมาแล้วก็ต้องทำ”

หญิงสาวอายุน้อยกว่ามือสั่นเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเจือสะอื้น พร้อมกระชับทารกในอ้อมแขน “พี่หญิง หากพวกเราถูกจับได้เล่าเจ้าคะ”

“หุบปากอัปมงคลของเจ้า แล้ววางคุณชายน้อยลงไปข้าจะทำเอง”

เด็กชายแรกเกิดในห่อผ้าไหมเนื้อดี บิดตัวไปมาอย่างเกียจคร้าน ใบหน้าเล็กแดงเรื่อรู้สึกได้ถึงแรงยื้อยุด

ขนตาน้อย ๆ กระพือสองสามครั้ง ก่อนจะลืมตามาพบกับท้องฟ้ายามราตรี ดวงตาคู่เล็กกะพริบถี่

ความหนาวเหน็บแทรกซึมทั่วร่างกาย

ที่นี่ที่ไหน?

เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?

นี่เป็นความคิดแรกของไป๋ซูหลินทอมสาวทศวรรษที่ยี่สิบห้า

หลังจากลืมตาขึ้นมา เธอรู้สึกว่าร่างกายของตัวเองเหมือนจะหดเหลือนิดเดียว คล้ายถูกมัด ดิ้นหรือขยับยังลำบาก ทั้งที่เธออายุยี่สิบเอ็ดปีแล้ว

ทำไมแขนขาถึงสั้นเหมือนเด็กแรกเกิด เธอพยายามขยับตัวลุกขึ้น แต่ขยับแค่ไหนก็ไม่เป็นอย่างที่คิด

เธอรู้สึกว่าตัวเองเหมือนด้วงตัวหนึ่งที่กินอิ่มจนลุกไม่ไหว

หญิงสาวจำได้ว่ากำลังปิดจบต้นฉบับนิยายเรื่อง ‘ลิขิตรักทวงคืน’ แล้วเข้านอนในเวลาตีสามครึ่ง

แทนที่จะนอนอยู่ในห้องบนเตียงนุ่มเธอกลับลืมตามาอยู่ที่ไหนไม่รู้ ทั้งหนาว ทั้งแปลกตา

ความหนาวเย็นยะเยือกแล่นปราบสู่หัวใจ

‘อากาศแบบนี้หนาวตายได้เลยนะ ฉันอยู่ที่ไหนกันแน่เนี่ย หนาวก็หนาว บรรยากาศก็แปลก ๆ ไม่มีตึกเหมือนที่คอนโดด้วย แปลกจัง ที่ไหนวะเนี่ย’

ในขณะที่เธอครุ่นคิดอย่างหนัก เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น

“เด็กตัวแค่นี้เองพี่หญิงเราละเว้นเขาไม่ได้หรือ”

สตรีอายุเยอะกว่าแย่งเด็กทารกออกมาจากมือน้องสาว

“เอาคุณชายน้อยมานี่ ขืนเจ้ายังชักช้าอยู่ มีหวังเราสองคนได้ตายก่อนจะสุขสบายแน่ ถ้าเจ้าไม่กล้าก็ถอยไปไกล ๆ”

นางแย่งคุณชายในห่อผ้าไหมเนื้อดีมาอุ้มพลางบอกกล่าวน้องสาว

“คนผู้นั้นเตรียมการไว้ให้เราทั้งหมด ภารกิจเสร็จสิ้น เราไปรับท่านแม่หนีออกจากเมืองเฉิงซิง ไปอยู่ในที่ไกล ๆ แค่นี้จวนโหวก็ไม่ระแคะระคายแล้ว เจ้าห้ามใจอ่อนเด็ดขาด มิเช่นนั้นคนที่จะตายเป็นเราสองคน ท่านโหวหาได้โปรดปรานฮูหยิน อย่างที่แสดงออก พอเราสองคนหนีไปได้ ชีวิตนี้ก็สุขสบายแล้ว”

“พี่หญิงข้ากลัวว่าฮูหยินจะจับได้”

“เงียบปากเจ้าเสีย รีบ ๆ ฝังคุณชายรองจะได้ไปจากจวนโหวนี้สักที”

ทารกน้อยเบิกตาพลางครุ่นคิด

ท่านโหว

คุณชายรอง

ฝังทั้งเป็น

นี่มัน!! นี่มัน!! เรื่อง ลิขิตรักทวงคืน ที่เธอแต่งไม่ใช่หรือไง

หญิงสาวคิดว่าตัวเองหมกมุ่นกับการแต่งนิยายจนเก็บเอามาฝัน

มุมปากเล็กยกยิ้มยินดี เพราะฝันเรื่องไหน เรื่องนั้นขายดีเป็นบ้า

เธอหัวเราะสุดเสียง ทว่ากลับไม่มีเสียงใด ๆ เปล่งออกมาจากปากเลย

หญิงสาวเริ่มกังวลและครุ่นคิดว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอกันแน่

ในนิยายเรื่องนี้ เธอแต่งไว้ให้นางเอกแก้แค้นนางร้ายอย่างสาสม

เรื่องราวเริ่มต้นจาก การแต่งงานของนางร้ายและพระเอกของเรื่อง

หลี่ซือซิงที่เป็นนางร้ายของเรื่อง ถูกพระเอกอย่างเฉินเหลียงยวี่ช่วยชีวิตไว้กลางสาธารณชน ชื่อเสียงเสียหาย หญิงสาวจึงตอบตกลงแต่งงาน เมื่อญาติผู้ใหญ่ฝั่งเฉินเหลียงยวี่มาสู่ขอ

คืนเข้าหอนางรู้สึกร่างกายร้อนผ่าว ควบคุมตัวเองไม่ได้ จึงร่วมหลับนอนกับสามีหมาด ๆ ที่นางไม่ได้มีใจให้

นางแค่อยากใช้งานแต่งงานหนีปัญหาบางอย่างเท่านั้น หลังจากนี้สามปีนางก็จะหย่า ทว่า บัดนี้ข้าวสารกลายเป็นข้าวสุก เรื่องที่นางวางแผนไว้ว่าจะหย่าจึงต้องพักไว้ก่อน

ในเมื่อนางกับเขากลายเป็นสามีภรรยาที่ถูกต้อง ต่อจากนี้นางจะใช้ชีวิตอยู่กับเขาให้ดี

เช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากร่วมห่อกัน เฉินเหลียงยวี่หอมแก้มนางอย่างอ่อนโยน แล้วพูดกับนางด้วยเสียงนุ่มนวลว่า “พี่ต้องไปรับบรรดาศักดิ์ที่ท้องพระโรง เจ้าพักผ่อนอีกนิดเถอะ”

หัวใจหลี่ซือซิงเต้นแรงขึ้นมาเล็กน้อย รู้สึกดีที่เขาเอาใจใส่อ่อนโยนกับนางขนาดนี้

หากแต่ความยินดี ความรู้สึกดีเมื่อครู่หายวับไปกับตา เมื่อหน้าประตูห้องหอ มีสตรีนางหนึ่งมานั่งคุกเข่าร้องไห้ใจแทบขาด

“ฮูหยิน ข้าตั้งครรภ์บุตรของญาติผู้พี่แล้วเจ้าค่ะ ได้โปรดเมตตารับหรูอันเป็นอนุของญาติผู้พี่ด้วยเถิด หรูอันขอร้อง”

ยามนั้นหลี่ซือซิงกลายเป็นคนหูดับ นางไม่ได้ยินเสียงใด ๆ อีกนอกจากคำว่า ข้าตั้งครรภ์บุตรของญาติผู้พี่ วนเวียนอยู่แบบนั้นในสมอง

การตัดสินใจแต่งงานครั้งนี้นางเร่งรีบเกินไป ทำให้ไม่ได้ตรวจสอบให้ดีก่อนว่า เฉินเหลียงยวี่มีคนในใจหรือไม่

เขาเป็นคนช่วยชีวิตนางขึ้นจากน้ำท่ามกลางสายตาผู้คนมากมาย และนางอยากหนีจากคู่หมั้นที่โหดเหี้ยมคนนั้น

การตัดสินใจของนาง จึงไม่ได้คิดไตร่ตรองอะไรมาก แค่แต่ง ๆ ไป แล้วหาทางออกให้ตัวเองทีหลัง

ไม่คิดไม่ฝันว่าแต่งงานกันเพียงวันเดียว เขาก็มีหญิงอื่นตั้งครรภ์รออยู่ก่อนแล้ว

กลายเป็นนางที่มาทีหลัง ทำลายความสุขของคู่รักคู่หนึ่ง

ทว่ามาถึงขั้นนี้แล้วจะให้นางถอยก็คงเป็นไปไม่ได้

นางแต่งเข้ามาอย่างถูกต้อง เป็นฮูหยินเอกเพียงวันเดียวก็รับอนุให้สามีขายหน้าแย่

เรื่องแบบนี้ถ้าผู้อื่นรู้เข้าชื่อเสียงของนางคง ป่นปี้ไม่เหลือชิ้นดี

หลี่ซือซิงจึงตัดสินใจคุยกับเฉินเหลียงยวี่ ในเย็นวันนั้น นางยื่นข้อเสนอสองทางให้เขาเลือก

หนึ่ง รับแค่บุตรของเจิ่นหรูอันเข้าตระกูลมาเป็นบุตรของนาง พร้อมกันนั้นต้องส่งคนเป็นแม่ไปให้ไกลจากเมืองนี้ที่สุด

สอง หย่าขาดกับนางในอีกหนึ่งปีข้างหน้า ทว่าต้องส่งสตรีนางนั้นไปให้ไกลจากนาง

เฉินเหลียงยวี่เลือกข้อหนึ่ง และจัดกำลังคนส่งเจิ่นหรูอันออกจากเมืองในคืนนั้นทันที

หลี่ซือซิงยังไม่วางใจ จึงสั่งคนติดตามไปจับตาดูเจิ่นหรูอัน ทั้งยังกำชับให้ดูแลให้ดี

บังเอิญเจิ่นหรูอันมาได้ยินสิ่งที่หลี่ซือซิง สั่งองครักษ์เข้าพอดี

หลังจากถูกคนจับตามองก็หาทางหนี นางไม่ยอมให้คนอื่นมาชุบมือเปิบ นำลูกของนางไปเลี้ยงแน่ ขอแค่นางหนีรอดนางยังมีโอกาสแก้แค้น ทวงคืน

หากแต่ยามนั้นเจิ่นหรูอันหนีไม่พ้นคมกระบี่นางน้ำตาไหลอาบแก้ม ขณะที่ลมหายใจค่อย ๆ แผ่วลงนางก็ตัดพ้อชีวิตว่า

‘ชาตินี้ข้าอาภัพไม่มีโอกาสแย่งชิงแล้ว ถ้าชาติหน้ามีจริงข้าจะไม่ปล่อยคนอย่างหลี่ซือซิงไปเด็ดขาด’

หญิงสาวคิดในใจด้วยความโกรธแค้น โอกาสแก้แค้นนางมาถึง เมื่อนางยังไม่ตาย เพราะมีหมอผ่านมาช่วยชีวิตนางไว้

นิยายเรื่องนี้ นางเอกเจิ่นหรูอันเอาคืนนางร้ายหลี่ซือซิงอย่างสาสม ไม่ไว้ชีวิตใครสักคนที่มีผลต่อชีวิตนาง

ตอนจบก็ดีมากพระเอกนางเอกครองคู่กัน ตัวร้ายตายเรียบ ดีทุกอย่าง จบดีแฮปปี้มาก

ไป๋ซูหลินรู้สึกแปลก ๆ รู้สึกว่ากำลังถูกบางอย่างทับถมมาบนตัว

รู้สึกอึดอัด หายใจไม่ออก รู้สึกว่าอาการแบบนี้คล้ายจะโดนฝังทั้งเป็น

หรือว่าไม่ได้ฝันวะเนี่ย! ถ้าเป็นแบบนั้นจริง ตอนนี้เธอคงเป็นเด็กแรกเกิดที่ต้องตายทั้งเป็นคนนั้น

‘กรี๊ดดด เกิดอะไรขึ้นวะ ฉันกลายมาเป็นเด็กในนิยายที่ฉันแต่งได้ไง’

ไป๋ซูหลินคิดไม่ตกว่าทำไมเธอถึงได้กลายมาเป็นเด็กที่ต้องตายได้

ในขณะที่ร่างเล็กของเด็กทารกกำลังถูกกลบฝัง เธอก็เห็นภาพบางอย่างแวบในหัว

เป็นหนังสือโบราณเล่มนั้นที่เธอค้นคว้าข้อมูลมาแต่งนิยาย ดึงวิญญาณเธอเข้ามาในโลกนิยายที่เธอแต่ง

ภาพที่เธอตื่นมาดื่มน้ำ เดินไปหยิบหนังสือเก็บเข้าชั้น ฉายชัดเป็นฉาก ๆ ทันทีที่มือสัมผัสหนังสือ หัวใจของเธอก็บีบแน่นคล้ายจะหยุดเต้น

ในขณะที่ลมหายใจเธอแผ่วลงทุกที…ทุกที

เธอเห็นลำแสงสีทองสว่างมาจากหนังสือเล่มนั้น หัวใจของเธอบีบแน่นขึ้นเรื่อย ๆ จวบจนหมดลมหายใจไปในที่สุด

‘ฉันตายแล้ว กรี๊ดดด ฉันตายแล้วจริงหราวะ’ ไป๋ซูหลินยังคงไม่เชื่อ เธอไม่เชื่อว่านักเขียนเงินล้านอย่างเธอ จะสิ้นใจง่าย ๆ แบบนี้

นี่ต้องเป็นความฝันแน่

ฝันบัดซบ!! ตัวละครมีมากมาย ดันดึงเธอมาเป็นเด็กที่ต้องตายตั้งแต่ตอนแรก

ไอ้หนังสือบ้านี่ เป็นนางเอกก็ได้ นางร้ายก็ดี ทำไมต้องมาเป็นเด็กที่ต้องตายด้วย

ตอนนี้ดินกลบหน้าเธอแล้วด้วย ทำไงดี ตะโกนเรียกคนมาช่วยก็ไม่ได้เป็นแค่เด็กแรกเกิด ทำได้แค่แหกปากร้องไห้

แต่ปากก็แหกไม่ได้อีก ดินมันกบปากไปแล้ว

อ้าปากร้องไห้ยังไม่ได้เลย ชีวิตช่างน่าเวทนาเหลือเกิน

‘โอ๊ย แม่จ๋า ข้าอยู่เรือนท้ายจวน ฝั่งตะวันตก กำลังถูกคนใจร้ายฝังทั้งเป็น ท่านแม่มาช่วยลูกด้วย เด็กคนนั้นในเรือนไม่ใช่ลูกท่าน นั่นมันลูกชู้ ลูกแม่กำลังจะตายแล้ว’

ไป๋ซูหลินอยากจะบ้าเธออายุยี่สิบเอ็ดแล้ว ไม่ใช่เด็กเล็ก โตพอจะมีแฟนได้แล้วด้วย แต่ทำไมตอนนี้เธอกลายเป็นแบบนี้ไปได้

เสียงในใจที่เธอตะโกนยังเป็นเสียงเด็กน้อย

ไม่งั้น ลองปลุกให้ตัวเองตื่นดู บางทีพอตื่นจะได้ไม่ฝันประหลาดสมจริงแบบนี้อีก

ตื่นสิ แก่ตื่นสักทีซูหลิน ถ้ายังไม่ตื่นได้ตายจริงแน่ ๆ รีบตื่นสิวะซูหลิน แก่จะมานอนฝันทรมานแบบนี้ไม่ได้นะ ตื่นเร็วเข้า ตื่น

ไม่ว่าจะพยายามปลุกตัวเองแค่ไหน ไป๋ซูหลินก็รับรู้เพียงร่างกายถูกดินกลบฝัง และกำลังหายใจไม่ออก

หญิงสาวไม่รู้ต้องทำอย่างไร จึงตะโกนคิดเรียกแม่อยู่แบบนั้น

ตะโกนคิดซ้ำ ๆ คิดแล้วคิดอีก หวังว่าจะมีคนมาช่วย แต่เธอก็รู้ดีว่าในนิยายไม่มีใครมาช่วยเฉินฉางเหวินเลยสักคน

เด็กทารกตายไปโดยไม่มีใครเอะใจเลยสักนิด เพราะมีคนสับเปลี่ยนตัวเด็กอย่างเงียบเชียบ ไร้คนระแคะระคาย

‘อ้า หายใจไม่ออก’

ดินค่อย ๆ กลบฝังทารกในห่อผ้าทีละน้อย ทีละน้อย จมูกเล็กเริ่มหายใจไม่ออกหนักขึ้นเรื่อย ๆ

‘ฮื้อ ฮรึก สวรรค์ รู้แล้วว่าถูกดินกลบฝังมันทรมาน ปล่อยฉันไปสักครั้งเถอะ แม่จ๋าช่วยด้วย แม่จ๋าข้ายังไม่อยากตายเลย ฮรึก หายใจไม่ออกแล้ว’

ไป๋ซูหลินร่ำไห้ในใจ ตอนนี้เธอเหนื่อยมาก ตัวขยับไม่ได้ ลมหายใจก็กำลังจะขาดห้วง อึดอัดไม่สบายตัว ความรู้สึกกลัวพุ่งทะยานสูงเสียดฟ้า

รู้งี้เธอเขียนให้หลี่ซือซิงเป็นนางเอกก็ดีไป

ลูก ๆ ทุกคนล้วนได้ดีไม่ต้องตาย เปลี่ยนทันมั้ยสวรรค์

อยากเปลี่ยนเส้นเรื่องในนิยายจะทันมั้ย

ฮื้อ ๆ เพราะไอ้หนังสือบ้านั่นเล่มเดียว ฮรึก หายใจไม่ออกแล้ว ดินกลบหน้าแล้ว อึดอัดเป็นบ้าเลยจะตายแล้ว