บทที่ 3
ยังไม่ทันตัดสินใจได้ จือจือก็กลับมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “ฮูหยิน อาจิ่นจับสาวใช้สองคนที่ไถ่ตัวออกจากจวนได้เจ้าค่ะ หลังจากข่มขู่ก็สารภาพว่าถูกจ้างวานด้วยเงินหนึ่งพันตำลึงเจ้าค่ะ”
“ใครจ้างวานนาง”
จือจือก้มไปกระซิบผู้เป็นนาย หน้าต่างมีหูประตูมีช่องไม่รู้ว่ารอบจวนจะมีคนร้ายแอบแฝงอยู่หรือไม่ หลังจากบอกผู้อยู่เบื้องหลังแล้วนางจึงคุกเข่าลง
“บ่าวสะเพร่าไม่ตรวจสอบตอนที่ฮูหยินคลอดให้ดี ฮูหยินลงโทษบ่าวเถิด”
“ไม่โทษเจ้า วันนี้ทุกคนวุ่นวายจึงมีช่องโหว่”
“อุแว้ อุแว้”
จือจือสะดุ้งสุดตัว คุณชายน้อยที่นอนอยู่บนเตียงไม่มีลมหายใจแล้วไม่ใช่หรือ เหตุใดร้องไห้เสียงดังได้ “ฮะ ฮูหยิน ผะ”
“ไม่ต้องกลัว เหวินเอ๋อร์ยังไม่ตาย แค่เหนื่อยจนหลับไปเท่านั้น”
จือจือผู้กลัวผีเป็นทุนเดิมกระโจนเข้าไปเกาะแขนผู้เป็นนายแน่น “จริงหรือเจ้าคะ”
“ไม่เชื่อเจ้าลองอุ้มเขาสิ”
สาวใช้ตัวน้อยยื่นมือไปรับอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ “ดีเหลือเกินเจ้าค่ะ คุณชายน้อยยังไม่ตาย” พอรับมาอุ้มแล้วก็โล่งใจ คุณชายน้อยกะพริบตาให้นางด้วย แถมยังยิ้มมุมปากให้อีก
ไป๋ซูหลินในร่างเด็กน้อยฉางเหวินกลอกตามองนั่นมองนี่พลางบ่นในใจ ‘เจ้าน่ะสิผี’
หลี่ซือซิงยิ้มขำกับน้ำเสียงโกรธขึ้งของเด็กน้อย
‘ก็นะคนเขากลับมาทวงแค้น เขาคงไม่ปล่อยใครไปสักคน วางแผนส่งลูกตัวเองให้ท่านแม่เลี้ยง แล้วค่อย ๆ จัดการโดยไร้สุ้มเสียง’
หลี่ซือซิงหุบยิ้ม กำมือแน่น นางเอียงหูฟังว่าบุตรชายจะคิดอะไรอีก แต่ก็ไม่มีแล้ว หากว่านางไม่ได้ยินเสียงความคิดของบุตรชายก่อนหน้านั้น ก็คงไม่รู้ว่ามีคนปองร้ายนางกับลูกถึงเพียงนี้
คงจะโง่เขลาเลี้ยงลูกคนอื่นด้วยความรัก โดยไม่รู้เลยว่าลูกของตัวเองต้องจากไปอย่างทรมานตั้งแต่เกิด
คงอุ้มชูลูกชู้จนพาความหายนะมาสู่ตัวเองและลูก ๆ โง่เขลาสิ้นดี!!
โชคดีแล้วที่ฉางเหวินยังมีชีวิตอยู่ และโชคดีมากที่นางได้ยินเสียงความคิดของเขา ทำให้นางมีโอกาสแก้ไขเรื่องเลวร้ายที่กำลังจะเกิดขึ้น
เพียงแต่สิ่งที่ฉางเหวินคิด คือคนผู้นั้นกลับมาทวงแค้น นางไม่เคยทำร้ายใครด้วยซ้ำ ใครกันจะแค้นนางถึงกับ.
ไม่สิ มีคนหนึ่งที่นางเคยขับไล่ ใช่แล้ว ‘เจิ่นหรูอัน’ สตรีที่มีบุตรกับสามีนางเมื่อเจ็ดปีก่อน แต่จะเป็นไปได้อย่างไรเจิ่นหรูอันได้ตายไปแล้ว
หลังจากสามีนางรู้ว่าเจิ่นหรูอันประสบเคราะห์ร้ายถูกโจรปล้นสังหาร เขาก็สัญญากับนางว่าจะไม่รับอนุเพิ่ม จะไม่ทำให้นางเสียใจ เขาเป็นสามีที่ดีมากแม้จะไม่ค่อยมีเวลาอยู่ด้วยกัน
ภายในจวนโหว แม่สามีไม่วางอำนาจ ไม่โขกสับ แถมยังใจดี ไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกันในตระกูลเฉิน
ทุกอย่างดีไปหมด ดีจนหลี่ซือซิงคิดว่าไม่อาจหาตระกูลสามีที่ดีกับนางเท่านี้ได้แล้ว
เมื่อคิดถึงตรงนี้หลี่ซือซิงก็เจ็บที่หัวใจ ความดีทุกอย่างของคนตระกูลเฉินล้วนเสแสร้งงั้นหรือ มีตรงไหนกันแน่ที่นางบกพร่องไป ทำให้เขาซ่อนชู้ไว้ในจวนได้อย่างแนบเนียน
หลี่ซือซิงเริ่มระแคะระคายใจ ถ้าเจิ่นหรูเหมยคือเจิ่นหรูอัน
เฉินหนิงเทียนย่อมเป็นบุตรคนโตของตระกูลเฉิน
เป็นไปได้มากว่าเจิ่นหรูอันยังไม่ตาย ไม่เช่นนั้นคงไม่มุ่งเป้ามาที่นางกับลูก
หลี่ซือซิงทาบมือไว้กับอก นางคิดไม่ถึงว่าสตรีคนนี้จะยังมีชีวิตอยู่ และกลับเข้าจวนมาเล่นงานนางแบบนี้
“ฮูหยินแล้วเด็กคนนั้นเล่าเจ้าคะ” จือจือเอ่ยถามอย่างกังวล ในเรือนนี้มีเด็กสองคนไม่ได้ ฮูหยินผู้เฒ่ารู้แล้วว่านายหญิงคลอดบุตรชายแค่คนเดียว
ดวงตากลมโตหรี่ลงเล็กน้อยก่อนจะกระซิบบางอย่างให้จือจือไปจัดการ
“เจ้าค่ะฮูหยิน ท่านรอบคอบมาก จือจือจะไปเดี๋ยวนี้”
จือจือไปยังห้องข้างที่แม่นมดูแลเด็กคนนั้นอยู่ แล้วบอกให้ทุกคนกลับไปพัก
วันนี้นางจะดูแลคุณชายน้อยเอง เมื่อแม่นมจากไปแล้วนางก็อุ้มเด็กคนนั้นขึ้นมาเตรียมตัวไปทำตามคำสั่ง
หลี่ซือซิงนั่งมองใบหน้าเล็กของลูกรัก นางขอให้สามีตั้งชื่อให้ลูกตั้งแต่ยังไม่คลอด
เขาตอบมาทางจดหมายว่าให้ชื่อ ฉางเหวิน สื่อถึงความหนักแน่นและเป็นผู้มีสติปัญญาเฉียบแหลม
ตอนนั้นนางดีใจมาก พอมองใบหน้าเล็กของเด็กน้อยบริสุทธิ์ไร้พิษภัยยามนี้ กลับเจ็บปวดใจเหลือเกิน เขาต้องมาแบกรับความทรมานแทนมารดาตั้งแต่เกิด
หญิงสาวน้ำตาไหล นางเป็นต้นเหตุแท้ ๆ สตรีผู้นั้นไม่มาเอาคืนที่นาง แต่ทำร้ายเด็กผู้บริสุทธิ์อย่างเลือดเย็น
บุตรของศัตรูนางไม่ควรปล่อยไว้ ทว่าด้วยความที่เป็นแม่คนจึงลงมือสังหารเด็กคนนั้นไม่ได้
ทำได้เพียงส่งตัวไปจากจวนโหวอย่างเงียบ ๆ ถามว่านางสงสารเด็กหรือไม่ ก็มีความคิดอยู่เพราะเด็กไม่ได้รู้อีโหน่อีเหน่อะไรกับผู้ใหญ่ แต่ถ้าเก็บเขาไว้ข้างกายก็รังแต่จะเป็นที่สงสัย
การส่งเด็กคนนั้นออกไปจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด ถือว่านางเมตตามากแล้วที่ไม่แก้แค้นในทำนองเดียวกันกับแม่ของเขา
หญิงสาวเหม่อมองไปนอกหน้าต่าง คิดทบทวนเรื่องราวมากมายในตระกูลเฉิน เป็นนางที่คิดเข้าข้างตนเองมาตลอดว่าสามีรัก ถ้าเขารักนางจริงคงไม่ทิ้งให้นางนอนเดียวดายทุกคืน แล้วอ้างว่าต้องไปสะสางงาน
ตาบอดเสียจริงที่มองไม่เห็นความจริงข้อนี้มานับเจ็ดปี
ทว่าวันนี้จะได้ตาสว่างแล้ว นางควรไปดูให้เห็นกับตาว่าสิ่งที่บุตรชายบอกจริงหรือเท็จ
และถ้าสามีของนางกลับมาแล้วไปอยู่เรือนเยว่กวางจริง การได้เห็นกับตาอาจเจ็บปวดแต่ก็เป็นวิธีเดียวที่จะทำให้นางตัดใจจากเขาได้
ถ้าเป็นแบบนั้นจริงนางควรหาทางหย่าแล้วพาลูก ๆ ออกจากตระกูลเฉิน
ระยะเวลาเจ็ดปีที่อยู่ด้วยกันนางค่อย ๆ รักสามีที่แสนอบอุ่นเอาใจใส่ แม้ทุกคืนข้างกายจะไม่มีเขานอนเคียงหมอน แต่ไม่ว่าเทศกาลใดเขาจะกลับมาร่วมโต๊ะอาหารพร้อมหน้า
มอบของขวัญให้นางและลูก ก่อนจะไปสะสางงานที่ห้องหนังสือจนสว่าง
งานเขายุ่งมากตั้งแต่ได้รับตำแหน่งโหวสืบทอด ก็ตั้งหน้าตั้งตาสร้างผลงาน เขาจึงไม่มีเวลาอยู่กับนางและลูกเลย
หากนางไม่ได้อุ่นเตียงกับเขาในคืนวันเข้าหอ นางก็คงยังไม่มีเฉินฉางฉาง และหากไม่ใช่ว่าเขาเมาในวันนั้น วันนี้นางก็คงไม่มีเฉินฉางเหวินเช่นกัน
ที่แท้เขาแสดงออกมาตลอดว่าไม่รัก เป็นนางที่คิดเข้าข้างตัวเองฝ่ายเดียว คิดว่าทั้งหมดที่เขาทำให้คือความรัก
วันนี้นางจะได้รู้เสียทีว่างานที่มากมายของเขานั้นเป็นเพียงข้ออ้างที่จะหนีห่างจากนางหรือไม่
หลี่ซือซิงอุ้มเฉินฉางเหวิน ก่อนจะเดินมุ่งหน้าไปที่เรือนปีกซ้ายของจวน
