บท
ตั้งค่า

4

“กินอะไรรอก่อนไหม?” ฉันถาม เพราะการที่เขาจะมานั่งรอฉันเฉย ๆ อยู่เป็นชั่วโมงมันคงเบื่อแย่ ฉันยื่นมือไปหยิบแผ่นเมนูที่เคลือบใสส่งให้กับเขา

“ขอเป็นอเมริกาโนแล้วกัน” ยูตะพูดแผ่วเบาอย่างที่ติดเป็นนิสัย ฉันเลิกคิ้วอย่างประหลาดใจ ไม่คิดว่าด้วยบุคลิกของเขาจะชอบกินเครื่องรสขมเข้มอย่างนี้ ดูเหมือนเขาจะสังเกตว่าฉันชะงักไปจึงถาม “ทำไมเหรอ?”

“เปล่า ไม่มีอะไร” ฉันไม่อยากให้เขากล่าวหาว่าเป็นคนตัดสินคนจากภายนอก จึงได้ปฏิเสธออกไป ก่อนหาทางเปลี่ยนเรื่อง “เอาขนมอะไรไหม?”

“ไม่ล่ะ”

“อืม... เอาคุกกี้อัลมอนด์แล้วกันนะ เป็นเมนูเด็ดของที่นี่เลย” ฉันโฆษณา เพราะคุกกี้อัลมอนด์ที่นี่เป็นต้นตำรับเฉพาะของครอบครัวป้ารหัสฉันที่ส่งต่อรุ่นต่อรุ่น จึงเป็นสินค้าที่ค่อนข้างขายดี “ไม่ต้องห่วง ฉันเลี้ยงเอง”

ฉันบอกอย่างใจป้ำ ก็อยากซื้อใจหมอนี่นี่นา แล้วอีกอย่างโดยอาศัยตำแหน่งพนักงาน ฉันซื้อสินค้าทุกอย่างในร้านนี้ได้ในราคาพิเศษ และเพราะเห็นเขาลังเลจึงรีบรบเร้า “นะ... ลองกินดู รับรองว่านายจะติดใจแน่”

“อืม... ก็ได้” ในที่สุดนายจืดก็ทนลูกตื้อฉันไม่ไหวต้องยอมรับในสิ่งที่ฉันเสนอจนได้ ฉันยิ้มอย่างพอใจ อย่างน้อยนายนี่ก็เป็นคนขี้ใจอ่อน ต้านทานลูกอ้อนของฉันไม่ไหว นั่นเป็นจุดอ่อนที่จะทำให้ฉันเอาชนะยัยคู่แค้นได้ไม่ยากเลยล่ะ!

“งั้นรอแป๊บนะเจ้าคะเจ้านาย” ฉันพูดล้อเล่นกับเขา เลยได้เห็นนายนั่นยิ้มอาย ๆ ดู ๆ ไปเหมือนเด็กหนุ่มไม่ประสีประสาที่มานั่งขัดเขินเพียงเพราะถูกเพศตรงข้ามหยอกล้อ มันทำให้ฉันนึกอย่างซุกซนว่าอยากจะแกล้งให้เขาเขินจัด ๆ ดูสักที

กว่าจะหมดกะทำงานของฉัน ก็ปาเข้าไปเกือบบ่ายสามโมง ฉันขออนุญาตรุ่นพี่ที่เป็นเจ้าของร้านเพื่อนั่งทำงานที่มุมหนึ่งของร้าน เพื่อประหยัดเวลาและอีกอย่างได้ใช้ไฟฟ้าและเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ฟรีอีกด้วย

“อะไรเนี่ย?” แต่แล้วก็เกิดปัญหาขึ้นมาจนได้ เพราะแล็ปท็อปของฉันแบตเตอรี่ใกล้จะหมดเกลี้ยง ก็เมื่อคืนนี้ฉันสะเพร่าจนลืมชาร์จแบตฯ ทิ้งเอาไว้น่ะสิ ฉันพยายามจะต่อสายชาร์จ แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ทำงาน “ขอลองเสียบเครื่องนายดูได้ไหม?”

“เอ๋?” เขาทำหน้าสงสัย

ฉันพยักเพยิดหน้าไปที่แล็ปท็อปของเขา มันเป็นยี่ห้อเดียวกันกับฉัน เพียงแต่คนละรุ่น และฉันก็แค่อยากจะทดสอบว่ามันมีปัญหาที่เครื่องหรือที่สายชาร์จกันแน่ “คอมพ์ฯอะ”

“อ๋อ... ได้สิ!” ยูตะว่า พลางเลื่อนแล็ปท็อปของตัวเองมาให้ฉันอย่างกระตือรือร้น ฉันลองเสียบสายชาร์จตัวเองเข้ากับแล็ปท็อปเขาดู ปรากฏว่าไฟก็ยังไม่เข้าอยู่ดี

“เฮ้อ! สงสัยสายชาร์จฉันจะพังแล้วล่ะ” ฉันบ่น หัวคิ้วขมวดจนแทบจะผูกเป็นโบว์ได้อยู่แล้ว รายงานชิ้นนี้ต้องนำเสนอวันจันทร์แล้วด้วย และฉันก็มีเวลาทำแค่วันนี้วันเดียว เพราะพรุ่งนี้ฉันมีสอนพิเศษ แล้วก็ต้องมาทำงานที่ร้านนมสดแห่งนี้ด้วย “นายเอาสายชาร์จมาด้วยรึเปล่า?”

“แป๊บนะ” นายจืดหันไปค้นกระเป๋าสะพายใส่แล็ปท็อปของตัวเอง ชั่วอึดใจหนึ่งยูตะก็หันมามองฉันด้วยสีหน้ายุ่งเหยิง “ฉันลืมไว้ที่ห้องแน่เลย สงสัยต้องกลับไปเอา”

“ว้า...” ฉันถอนใจ ไหนจะต้องหาข้อมูล ไหนจะต้องมานั่งทำพรีเซ็นเตชัน คงใช้เวลาหลายชั่วโมงแน่ ๆ และฉันก็เป็นพวกใจร้อน ไม่ชอบเสียเวลาไปเปล่า ๆ ด้วยสิ

“เอางี้ไหม? ไปทำที่ห้องฉันดีกว่า จะได้ไม่ต้องเสียเวลากลับไปกลับมา” ยูตะเสนอด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองนัก

ฉันชั่งใจ ไปนั่งทำรายงานที่ห้องของเขาอย่างนั้นเหรอ? แต่เขาเป็นผู้ชายนะ ส่วนฉันก็เป็นผู้หญิง มันจะดูดีเหรอ? ครั้นจะชวนเขาไปทำงานที่หอพักของตัวเอง หอพักของฉันก็เป็นหอพักหญิงล้วนที่ผู้ชายห้ามเขา และรูมเมตที่เป็นนักศึกษาคณะพยาบาลก็คงจะนอนหลับพักผ่อนอยู่แน่ ๆ

แต่นายทึ่มนี่ก็ดูไม่เป็นพิษเป็นภัยอะไรไม่ใช่หรือ? ฉันเหลือบมองใบหน้าของหนุ่มลูกครึ่งที่ไม่มีความเจ้าเล่ห์อยู่บนนั้น นายนี่คงไม่คิดที่จะทำอะไรฉันหรอกมั้ง และถึงเขาคิดสกปรกจริง ฉันก็เอาตัวรอดได้สบาย ๆ อยู่แล้วล่ะ ก็เขาดูผอมกะหร่องขนาดนี้ จะเอาแรงที่ไหนมาปล้ำฉันกัน?

“อืม... ก็ได้ ไม่มีทางเลือกแล้วนี่นา” ฉันยอมรับข้อเสนอนั้น ก่อนที่เราจะเริ่มเก็บข้าวของของตัวเองเข้ากระเป๋า ฉันเดินไปล่ำลาพี่เจ้าของร้าน ก่อนที่จะเดินตรงไปยังรถยนต์ของนายยูตะที่จอดอยู่ไม่ไกล

มันไม่ใช่รถหรูหราอะไร ก็เป็นรถยนต์ญี่ปุ่นยี่ห้อที่ไม่ได้แพงมากและเห็นได้ตามท้องตลาดทั่วไป แต่มันก็ยังดีกว่าไม่มีขับล่ะนะ

“ขอบใจ” ฉันเซอร์ไพรส์นิดหน่อยที่เขาเดินมาเปิดประตูรถฝั่งข้างคนขับให้ฉัน ดู ๆ ไป นายนี่ก็มีความเป็นสุภาพบุรุษอยู่เหมือนกันนะ

เมื่อฉันขึ้นนั่งประจำที่เรียบร้อย ยูตะก็ปิดประตูรถให้เบา ๆ ก่อนเดินอ้อมรถขึ้นนั่งประจำที่หลังพวงมาลัย ก่อนที่พาหนะคันนั้นจะพาฉันมุ่งหน้าตรงเข้าไปในตัวเมืองของจังหวัด กระทั่งเลี้ยวเข้ามาจอดที่คอนโดมิเนียมหรูแห่งหนึ่ง ฉันเบิกตากว้างด้วยความตกใจระคนสงสัย

“นี่คอนโดฯใครอะ?”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel