
บทย่อ
“แน่ล่ะ คนน่ารัก ๆ อย่างเธอคงเคยมีแฟนมาแล้ว ขอโทษด้วยนะที่จูบฉันมันอาจจะห่วยกว่าทุกคนที่เธอเคยคบมา ฉันนี่เป็นแฟนที่ไม่ได้เรื่องเลยจริง ๆ”“ฉันไม่เคยจูบกับใครมาก่อน ถ้าไม่นับแมวที่บ้านกับเด็ก ๆ ตัวเล็ก ๆ ที่ฉันชอบไปจุ๊บน่ะนะ แล้วจูบของนาย... มันก็ไม่ได้ห่วยขนาดนั้นหรอก”“แต่ฉันชอบจูบของเรานะ” อยู่ ๆ ยูตะก็เปรยขึ้นมา-----------------------------------------------------------เพื่อ ‘เอาคืน’ เพื่อนแค้นที่หักหลังมิตรภาพ ‘ทิวา’ จึงพร้อมจะทำทุกอย่าง ใช้ทุก ‘เล่ห์’ เพื่อแย่ง ‘ชิง’ ความรักของ ‘ยูตะ’ ที่ใคร ๆ ต่างก็ให้สมญานามว่า ‘นายจืด’ มาให้ได้ หัวใจของนายเฉิ่มจะต้องเป็นของเธอเท่านั้น!แต่หากทิวาคิดว่าหมากเกมนี้มันง่ายดายล่ะก็ เธอก็คงเป็นสาวน้อยที่แสนเขลาที่สุด เพราะเกมนี้มันอันตรายต่อหัวใจยิ่งกว่าที่เธอจะจินตนาการได้-------------------------------------------------------------------“หวงก็บอกว่าหวงสิ” ดูเหมือนยูตะจะไม่ยอมปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปได้ง่าย ๆ คิ้วเข้มของเขาเลิกขึ้นเหมือนต้องการป่วนประสาทฉัน ฉันกัดริมฝีปาก ไม่อยากยอมรับให้เขาได้ใจหรอก “ถ้าไม่ยอมพูด ฉันก็จะไม่ใส่เสื้อ ถือซะว่าเธอไม่ได้หวง เพราะงั้นฉันก็จะโชว์ให้ใครมองก็ได้”“ก็ได้! ฉันหวง! พอใจรึยัง!?”“ก็แค่นี้เอง พูดไม่ยากเลยว่าป่ะ?”
Prologue
“ขอคุยด้วยหน่อยสิ” น้ำเสียงแข็ง ๆ ที่ดังขึ้นจากเบื้องหลัง ทำให้คนที่กำลังล้างมืออยู่ชะงัก ก่อนเงยหน้าขึ้นสบตาคนไร้มารยาทผ่านกระจกเงาเหนืออ่างล้างมือของห้องน้ำภายในมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง
“มีอะไร?” ในเมื่ออีกฝ่ายไม่คิดที่เป็นมิตรด้วย คนที่รู้สึกราวกับกำลังถูกหาเรื่องก็ไม่เห็นความจำเป็นที่ต้องหยิบยื่นมิตรภาพให้กับอีกฝ่าย หญิงสาวทำเป็นไม่ใส่ใจคนที่สวมชุดเครื่องแบบนักศึกษา และห้อยติ้งที่ปกคอเสื้อแบบเดียวกันกับเธอ แต่กลับยื่นมือไปหยิบทิชชูมาซับน้ำอย่างเอื่อยเฉื่อย ประดุจจะบอกเป็นนัย ๆ ให้อีกฝ่ายรู้ว่าตนไม่ได้ให้ความสลักสำคัญอะไรกับธุระปะปังของเพื่อนรักที่ผันตัวมาเป็นเพื่อนแค้น ก่อนหันไปประจันหน้ากับคนที่จ้องเขม็งตรงมา ทิ้งสะโพกพิงขอบอ่างด้วยท่าทีสบาย ๆ ไม่หยี่หระกับสายตาดุดันที่สาวผมสั้นหน้าตาเฉยชามอบมาให้
“เธอคิดจะทำอะไรกันแน่?”
คนถูกถามเลิกคิ้วกับคำถามที่ไม่มีที่มาที่ไปนั้น “เรื่อง?”
“ยูตะ” ชื่อของบุคคลที่สามถูกเอ่ยขึ้น
“ทำไม?”
“ฉันอยากให้เธอเลิกยุ่งกับเขาซะ!” สาวผมสั้นยื่นคำขาด และนั่นทำให้ความไม่พอใจแล่นผ่านวูบเข้ามาในใจของคู่สนทนา
แต่เพียงอึดใจต่อมา สีหน้ากรุ่นโกรธ ก็แปรเปลี่ยนเป็นยิ้มเยาะ ก่อนคำถามยียวนจะตามมา “ทำไมฉันต้องเลิกยุ่งด้วย?”
“เรื่องนั้นไม่สำคัญ สำคัญแค่เธอต้องเลิกยุ่งกับนายยูตะซะ!”
“ไม่” คำปฏิเสธนั้นแทบจะถูกปล่อยสวนออกไปทันควันตั้งแต่อีกฝ่ายยังพูดไม่จบด้วยซ้ำ
“ทำไม?” คนที่ยื่นข้อเสนอถามอย่างไม่ค่อยพอใจนักที่ได้รับการปฏิเสธนั้น
หากคนที่ดื้อดึงทำเพียงยกมือขึ้นกอดอก แล้วจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของคู่สนทนาราวกับต้องการจะค้นหาอะไรบางอย่างที่เพื่อนรักเพื่อนแค้นซ่อนเอาไว้ “ทำไมเธอถึงอยากให้ฉันเลิกยุ่งกับนายนั่นนักล่ะ?”
“เธอไม่จำเป็นต้องรู้”
“งั้นฉันก็ไม่จำเป็นต้องทำตามที่เธอบอก” ไหล่บอบบางยักขึ้น ไม่ใส่ใจกับท่าทีเป็นเดือดเป็นร้อนของอีกฝ่าย ก่อนที่จะนึกเหตุผลบางอย่างออก “หรือว่า… เธอชอบนายนั่น?”
“ถ้าฉันบอกว่าฉันชอบนายยูตะ แล้วเธอจะยอมเลิกยุ่งกับหมอนั่นไหม?”
“ไม่” เธอตอบโดยไม่ต้องเสียเวลาคิดแม้แต่น้อย ทำให้อีกฝ่ายตาโตด้วยความไม่พอใจ
“ถือซะว่าฉันขอร้องในฐานะเพื่อนก็ได้”
“หึ ๆ” เสียงหัวเราะเยาะหยันในลำคอดังแผ่ว และนั่นดูเหมือนจะเป็นคำตอบได้อย่างชัดเจนว่าสิ่งที่อีกฝ่ายขอเธอคงไม่มีทางยอมให้หรอก “ความเป็นเพื่อนของเรามันจบลงตั้งแต่วันที่เธอหักหลังฉันแล้วล่ะ”
“นี่เธอยังยึดติดกับเรื่องนั้นอีกเหรอ? ทั้งที่มันก็ผ่านมาตั้งหลายปีแล้ว” อีกฝ่ายทำเสียงไม่เข้าใจเลยว่าเหตุใดอดีตเพื่อนรักที่กลายกลับมาเป็นเพื่อนแค้นจึงได้เป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้นนักหนา มันไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายเสียหน่อย
“ไม่มีทาง! ฉันไม่มีทางลืมมันได้หรอก ไม่ว่ามันจะผ่านไปนานแค่ไหน มันก็ไม่ได้เปลี่ยนความจริงที่ว่าเธอทรยศความเป็นเพื่อนของเรา!” น้ำเสียงของเธอยังเจ็บปวดและแค้นเคือง เหตุการณ์นั้นมันพิสูจน์แล้วว่า ‘มิตรภาพ’ ที่เธอมอบให้มันไม่ได้มีความหมายอะไรกับอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย “ฉันเคยบอกเธอแล้วใช่ไหมว่าการหักหลังคือสิ่งที่ฉันรับไม่ได้ที่สุด แต่เธอก็ยังทำ!”
“ถ้าเธอจะยังฝังใจกับเรื่องนั้นนักหนา ฉันก็คงไม่มีอะไรจะพูด” สาวผมสั้นเชิดปลายคางขึ้นสูง ก่อนถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย “แต่ฉันจะถือว่าฉันเตือนเธอแล้วนะ”
“ดูเหมือนเธอจะชอบนายหน้าจืดนั่นจริง ๆ สินะอาโป” คำพูดเหมือนเปรยกับตัวเองนั้นทำให้คนที่กำลังจะก้าวออกไปจากห้องน้ำชะงักเท้า
“ถึงฉันจะชอบหรือไม่ชอบแล้วมันสำคัญยังไง เมื่อเธอเองก็ไม่คิดที่จะเลิกยุ่งกับเขาอยู่แล้วนี่ทิวา”
คนถูกกล่าวหายิ้มเยือกเย็น ก่อนที่เจตนารมณ์แสนมุ่งมั่นจะหลุดออกมาให้ได้ยิน “ยิ่งเห็นเธอหลงใหลนายทึ่มนั่นขนาดนี้ ฉันก็ยิ่งอยากจะแย่ง!”
“เธอไม่มีวันทำได้หรอก”
“หึ ๆ” สาวสวยดีกรีหัวหน้ารุ่นหัวเราะเสียงแผ่วพลิ้ว มีไม่กี่อย่างในโลกใบนี้ที่เธออยากได้ และพยายามอย่างเต็มที่แล้วก็ยังไม่ได้ และแน่นอนว่า ‘ยูตะ’ ไม่ใช่หนึ่งในไม่กี่อย่างนั้นแน่ ๆ “แล้วเราจะเห็นกันว่าฉันกับเธอใครกันแน่ที่จะได้นายนั่นไปครอบครอง เตรียมตัวเตรียมใจรับความพ่ายแพ้ไว้ได้เลยอาโปเพื่อนรัก!”
หญิงสาวจากไปพร้อมกับรอยยิ้มแสนสะใจที่ทำให้คู่แค้นเป็นเดือดเป็นร้อนได้ขนาดนั้น แม้จะไม่ค่อยเข้าใจนักหรอกว่าทำไมยัยเพื่อนแค้นถึงได้หลงรักผู้ชายที่ทึ่มเป็นเรือเกลือถึงขั้นมาข่มขู่ให้เธอเลิกยุ่งขนาดนี้ แต่ใครจะสนใจกันล่ะ? ในเมื่อถึงอย่างไรเธอก็ตั้งใจจะแย่งผู้ชายคนนั้นมาครอบครองอยู่แล้ว และศึกครั้งนี้เธอจะไม่ยอมรับคำว่า ‘พ่ายแพ้’ เด็ดขาด!
Game on, bitch!
