บท
ตั้งค่า

2

ฉันนั่งเรียนอย่างไม่มีสมาธินัก เพราะสายตาเอาแต่คอยเหลือบมองยูตะเป็นระยะ ๆ พร้อมกับที่สมองพยายามหาวิธีที่จะได้เข้าใกล้เขา บอกตามตรงตอนนี้นอกจากอยากจะเอาชนะยัยเพื่อนแค้นแล้ว ยังอยากจะลองเอาชนะอาการปิดกั้นตัวเองออกจากโลกภายนอกของนายจืดนั่นดูเหมือนกัน

“เอาล่ะค่ะนักศึกษา สำหรับรายงานที่อาจารย์เพิ่งให้ไป ให้นักศึกษาทำเป็นคู่นะคะ เลือกคู่เองได้ตามสบาย แล้วส่งงานพร้อมพรีเซ็นต์อาทิตย์หน้าค่ะ” อาจารย์ประจำวิชาวรรณคดีภาษาอังกฤษศึกษาบอกขึ้นหลังจากที่ใกล้จะหมดเวลา แล้วเดินออกไปจากห้อง ฉันเหลือบมองหน้าเพลงดาวด้วยสายตาที่เหมือนจะรู้กันอยู่แล้วว่าอย่างไรฉันกับยัยเพื่อนรักคงต้องจับคู่กัน

“เฮ้! ยัยอ้วน!” แต่ยังไม่ทันที่เพลงดาวจะได้ขยับปากพูดกับฉัน อยู่ ๆ ก็มีเสียงทักทายหาเรื่องดังขึ้นที่เบื้องหลัง ฉันหันกลับไปมองเจ้าของเสียวกวนบาทานั้นพร้อม ๆ กันกับเพื่อนรัก ก็พบว่าคนคนนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน เขาได้ฉายาว่า ‘มาเฟียประจำสาขา’ นั่นเอง

จะว่าไปนายนี่น่ะดีทุกอย่าง รูปหล่อ พ่อรวย เป็นนักกีฬา เป็นที่หมายปองของสาว ๆ ครึ่งค่อนมหาวิทยาลัย แต่ที่ฉันไม่ค่อยชอบขี้หน้านายนี่นัก เพราะเขาชอบมาหาเรื่องเพลงดาวนี่แหละ แถมชอบขู่เข็ญเพื่อนฉันอีกด้วย

“งานครั้งนี้เธอต้องคู่กับฉัน แล้วก็ทำให้เสร็จภายในเสาร์ - อาทิตย์นี้ด้วยล่ะ ส่งสรุปมาให้ฉันอ่านด้วย เคนะ?”

“แล้วทำไมฉันต้องทำให้คุณด้วย?” เพลงดาวขึ้นเสียงบ้าง นาน ๆ ทีฉันจะได้เห็นยัยนี่ตอบโต้ใครเป็นสักที โดยเฉพาะนายอันธพาลนี่

“หรือเธอจะไม่ทำ?” เขาว่าพลางโน้มหน้าเข้ามาใกล้เพื่อนของฉันด้วยสายตาข่มขวัญ และเพียงเท่านั้น คงที่ขี้กลัวอย่างเพลงดาวก็คอหดไปแล้ว “จะไม่ทำก็ได้นะ”

“ทำก็ได้!” ฉันถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายที่ในที่สุดเพลงดาวก็โพล่งออกไปอย่างนั้น ฉันอยากจะปกป้องเพื่อนรักบ้าง แต่ก็ติดที่เพลงดาวเคยขอเอาไว้ ไม่เข้าใจเลยว่าจะกลัวอะไรนายนั่นนักหนา!

“ดีมากยัยอ้วน!” นายนั่นว่าพลางวางมือลงบนศีรษะของเพลงดาว ราวกับเห็นเธอเป็นสุนัขเชื่อง ๆ ตัวหนึ่ง “ทำให้ดีล่ะ เพราะถ้าคราวนี้ฉันได้คะแนนน้อย เธอเละแน่!”

พูดจบนายกร่างคนนั้นก็เดินออกไปจากห้องเรียนพร้อมพรรคพวกอีกสองคน ส่วนฉันสะบัดหน้ามามองเพื่อนรักอย่างขัดใจระคนสงสัย “ทำไมเธอต้องยอมนายนั่นตลอดด้วย?”

“ก็… เขาเป็นลูกชายเจ้านายแม่ฉันไง” เพลงดาวอ้อมแอ้มตอบพร้อมหลบหน้าหลบตาฉันเป็นพัลวัน เพราะเคยมีครั้งหนึ่งที่ฉันทะเลาะกับเธอ เนื่องด้วยการยอมนายนั่นจนหงออย่างที่เป็นเสมอมานี่แหละ

“แล้วไง?” ฉันถามอย่างไม่เข้าใจ ขัดใจเป็นที่สุดเลยด้วย “มันก็ไม่ได้หมายความว่าแกจะต้องยอมให้นายนั่นบังคับขู่เข็ญตลอดเวลาสักหน่อย แกก็มีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์น่ะเว้ย!”

“แกไม่เข้าใจ…” เพลงดาวอ้อมแอ้มกล่าวหา เออไง! ฉันไม่เข้าใจ! ไม่เข้าใจเอามาก ๆ ด้วยว่าทำไมต้องยอมขนาดนั้น! แต่เหมือนเธอจะไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้อีก จึงได้ชวนฉันเปลี่ยนเรื่อง “เอาเป็นว่าครั้งนี้แกคู่กับคนอื่นก่อนแล้วกันนะวา… ถือว่าฉันขอ”

“เฮ้อ…” ฉันถอนหายใจ แต่ก็ไม่มีทางเลือกมากนัก ในเมื่อเพื่อนรักกลัวเกินกว่าจะลุกมาปกป้องตัวเองอย่างนี้ ก็คงต้องทำใจ แล้วสายตาของฉันก็เหลือบไปเห็นยูตะกำลังลุกขึ้นเก็บกระเป๋าเตรียมจะเดินออกจากห้อง พลัน… สมองฉันก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

ฉันเดินตรงไปหานายทึ่มที่ดูผอมกระหร่อง ด้วยส่วนสูงที่ฉันคิดว่าน่าจะถึงร้อยแปดสิบเซนติเมตร บวกกับเสื้อผ้าหลวมโคร่ง ทำให้ใครต่อใครคิดว่าเขาคงผอมแห้งแรงน้อย แม้กระทั่งฉัน

“นี่… ยูตะ”

“หืม?” อีกฝ่ายส่งเสียงตอบกลับมาเบา ๆ พร้อมแววตาสงสัย ฉันเหลือบมองยัยอาโปที่มองตรงมาก่อนแค่เพียงเสี้ยววินาที ก่อนยื่นข้อเสนอออกไปอย่างใจคิด

“รายงานครั้งนี้ฉันขอคู่กับนายได้รึเปล่า?” คิ้วของเขาเลิกขึ้นสูงเป็นเชิงสงสัย แววตาเต็มไปด้วยความประหลาดใจพอ ๆ กับคนอื่นที่มองตรงมายังฉันกับเขา “คือ… พอดียัยเพลงต้องคู่กับคนอื่นน่ะ ฉันเลยไม่มีคู่ นายเองก็ดูเหมือนจะหาคู่ทำรายงานอยู่เหมือนกันนี่”

“เธอ… คิดว่ามันจะดีเหรอ?” ในที่สุดนายจืดก็ยอมคุยกับฉันเต็มประโยคสักที

“ดีสิ! หรือนายมีคู่ทำงานแล้วล่ะ?” ฉันถามด้วยสายตาตั้งความหวัง ทุกคนรอบตัวฉันเคยบอกว่าหากฉันมองใครด้วยสายตาเช่นนี้ ไม่มีใครกล้าปฏิเสธสักราย

“เอ่อ… ยะ...ยัง” คำตอบแผ่วเบาเหมือนคนไม่มั่นใจในตัวเองนั้นทำให้ฉันยิ้มออก อย่างน้อยนายนี่ก็ไม่ได้วางแผนว่าจะทำรายงานคู่กับยัยอาโป

“งั้นคู่กับฉันแล้วกันเนาะ นายไม่ค่อยได้เข้าเรียน ฉันจะได้ช่วยนายติววิชาอื่นด้วย” ฉันเสนออย่างใจดี พลางแอบปรายตามองคู่แค้นที่มองมาอย่างไม่วางตาไปด้วย รู้สึกเลยว่ามุมปากของตัวเองยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะหยันส่งไปให้ยัยอาโป

“เอ่อ… ก็ได้” ในที่สุดนายจืดก็ยอมรับข้อเสนอ ฉันเกือบจะถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเลยทีเดียว แต่แล้วก็นึกได้ รีบวิ่งกลับไปหยิบสมุดแลคเชอร์วิชานี้มา แล้วยื่นให้เขา “เอ้า! เอาไปอ่านก่อน ฉันสรุปวิชานี้ไว้ในเล่มนี้”

“อืม… ขอบใจนะ” ยูตะรับสมุดเล่มนั้นไปพร้อมรอยยิ้มลังเล ก่อนเก็บมันใส่กระเป๋าสะพาย ฉันส่งยิ้มกว้างขวางไปให้ “งั้น… เจอกันวันเสาร์ตอนบ่ายนะ ตอนเช้าฉันต้องไปทำงานพิเศษน่ะ”

“ดะ...ได้สิ” เป็นอีกครั้งที่ยูตะตอบรับอย่างคนไม่มั่นใจตัวเอง

ฉันส่งยิ้ม ดู ๆ ไปท่าทีไม่มั่นใจนั่นก็ทำให้ยูตะน่าเอ็นดูเหมือนกันนะ ฉันแบมือออกไป และเขาก็ทำหน้างุนงงสมเป็นนายทึ่ม “เอามือถือมาสิ”

ยูตะทำสีหน้างุนงงแต่ก็ยอมล้วงมือถือออกจากกระเป๋ากางเกงนักศึกษาแล้วยื่นมาให้ฉัน ทันทีที่ได้มือถือเขามา ฉันก็จัดการกดเบอร์ตัวเองและบันทึกเอาไว้ในมือถือรุ่นใหม่ของยูตะ ก่อนส่งมันคืนให้กับเจ้าของ

“นั่นน่ะเบอร์ฉัน ฉันบันทึกไว้แล้ว คิดว่าเดี๋ยวคงลิงก์กับไลน์โดยอัตโนมัติ ยังไงเดี๋ยวฉันไลน์หานายอีกทีนะว่าเราจะเจอกันที่ไหน” ฉันบอกด้วยน้ำเสียงร่าเริง แน่ล่ะ… ก็ฉันกำลังได้ยั่วโมโหยัยอาโปอยู่น่ะสิ “ไปล่ะนะ”

ฉันบอกก่อนยกมือขึ้นหยิกแก้มของอีกฝ่ายอย่างเอ็นดู ไม่รู้สิ… ก็แก้มนายนี่ทั้งใสทั้งนิ่ม มันเลยอดไม่ได้ที่จะหยอก ยิ่งนายทึ่มดูเป็นคนขี้อาย… ฉันก็ยิ่งอยากจะแกล้งน่ะสิ

“ไปกันเถอะเพลง” ฉันบอกกับเพื่อนรักที่ส่งสายตาไม่เข้าใจมาให้ ยกกระเป๋าขึ้นมาสะพาย แล้วกำลังจะเดินออกจากห้อง แต่ยัยอาโปก็เดินเข้ามาขวางก่อน “มีอะไร?”

“วา… ใจเย็น ๆ” เพลงดาวคว้ามือฉันไว้จากด้านหลัง และพยายามจะกระตุกมือเบา ๆ เพื่อเตือนสติฉัน ฉันปรายตามองเพื่อนแป๊บหนึ่ง ก่อนกลับมามองคนที่กล้ามาขวางทางด้วยสายตาดุดัน

“ฉันขอเตือนเธอเป็นครั้งสุดท้าย… เลิกยุ่งกับนายยูตะซะ!” สีหน้าจริงจังและแววตาเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อของฝ่ายตรงข้ามยิ่งทำให้ฉันสะใจ ดูท่าฉันใกล้จะเอาชนะยัยนี่ได้แล้วล่ะสิ ถึงได้เป็นเดือดเป็นแค้นขนาดนี้

“ไม่! ยิ่งเห็นเธอหวงนายนั่นเหมือนหมาหวงก้างขนาดนี้ ฉันก็ยิ่งอยากจะแย่ง!” ฉันประกาศเจตนารมณ์ “จำเอาไว้ให้ขึ้นใจนะอาโป เรื่องอื่นเธออาจจะชนะฉัน แต่เรื่องนี้ฉันไม่มีวันยอมให้เธอชนะ นายยูตะต้องเป็นของฉัน!”

“เธอนี่มัน…” อาโปเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ขอโทษเถอะนะ! ฉันไม่เสียเวลาฟังหรอก

ฉันกระตุกมือเพลงดาวแล้วบอก “ไปกันเถอะเพลง เดี๋ยวจะโดนหมาบ้ามันกัดเอา”

“วา…” เพลงดาวร้องเรียกขณะที่ฉันกำลังจูงมือเธอเดินลิ่ว ๆ เพื่อตรงไปยังลิฟต์ ฉันรับรู้ว่าเธอรั้งมือฉันเอาไว้ จึงได้หยุดเดินและหันไปมอง “แกแน่ใจแล้วเหรอว่าจะทำอย่างนั้น?”

“เรื่อง?”

“ก็เรื่องนายยูตะ” เพลงหน้ามีสีหน้าลำบากใจอย่างเห็นได้ชัด อาจจะเป็นเพราะว่าเธอเป็นคนกลางระหว่างฉันกับอดีตเพื่อนรัก แต่เธอก็เลือกที่จะอยู่ข้างฉันตั้งแต่แรกไม่ใช่หรือ? เพราะฉะนั้นก็ต้องเข้าข้างฉันสิ “ฉันไม่อยากเห็นแกทะเลาะกับเพื่อนเพราะเรื่องนายนั่นเลย”

“ยัยนั่นไม่ใช่เพื่อนฉัน!” ฉันขัดโดยไม่ยอมให้อีกฝ่ายได้พูดจนจบประโยค “ไม่ใช่นับตั้งแต่วันที่ยัยนั่นเลือกที่จะหักหลังฉันแล้ว!”

“แต่เรื่องนั้นมัน…”

“หยุดพูดยัยเพลง! ถ้าแกยังเห็นแก่ความเป็นเพื่อนของเรา”

“เฮ้อ…” ฉันได้ยินเสียงเพลงดาวถอนหายใจอย่างอ่อนระอา แต่แค่นั้นไม่ได้ทำให้ฉันคิดที่จะล้มเลิกความตั้งใจของตัวเองได้หรอกนะ “ระวังตัวดี ๆ ก็แล้วกันนะแก ผู้ชายมันไว้ใจไม่ได้หรอกนะ”

“หึ ๆ อย่างนายยูตะน่ะเหรอจะทำอะไรฉันได้? ทึ่มยิ่งกว่าเรือเกลือซะอีก เผลอ ๆ ทำเป็นรึเปล่าก็ไม่รู้” ไม่ได้ตั้งใจจะดูถูกนะ แต่ซื่อบื้ออย่างนายนั่นน่ะ คงไม่เคยได้แอ้มสาวหรอกมั้ง แถมยังไม่มีเล่ห์เหลี่ยมอะไรให้ฉันต้องกลัวจนต้องระวังตัวสักหน่อย นี่ถ้าฉันคิดจะปล้ำยูตะขึ้นมาจริง ๆ นายจืดนั่นคงไม่ร้องไห้ไปฟ้องแม่หรอกนะ

“ตามใจแกแล้วกัน” ว่าเพียงเท่านั้นเพลงดาวก็เดินผ่านฉันไป ฉันจึงได้รีบสาวเท้าตามไป เพราะตอนนี้ใกล้เที่ยงแล้ว ต้องรีบไปจองโต๊ะที่โรงอาหาร ไม่อย่างนั้นไม่มีที่นั่งกินข้าวเที่ยงแน่ ๆ เพราะหนุ่ม ๆ สาว ๆ คณะอื่นนิยมมานั่งกินอาหารที่คณะฉันด้วยสิ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel