บท
ตั้งค่า

บทที่ 7 คนแปลกหน้า

เวลาผ่านเลยจากวันเป็นเดือน จนอีกไม่กี่วันข้างหน้าก็ถึงคราวที่พราวพนิตจะได้ทำหน้าที่ของแม่อย่างเต็มตัวเสียที ความเหงาความอ้างว้างและความเจ็บปวดที่กัดกินหัวใจดูเหมือนจะเบาบางลงไปตามกาลเวลาและคิดว่าอีกไม่นานมันคงเลือนรางไปจากใจของเธอจนหมดสิ้น

“อีกไม่กี่วันเราก็จะได้เจอกันแล้วนะคะพิพิม”

เคยวาดฝันเอาไว้ว่าถ้ามีโอกาสได้ตั้งท้อง ในวันที่ไปคลอดอยากให้รุจน์อยู่ร่วมในห้องคลอด อยากให้เขาจับมือและให้กำลังใจอยู่ไม่ห่าง

แต่สุดท้ายมันก็เป็นได้แค่ฝันจริง ๆ

อีกสามวันก็จะมีแต่เธอกับลูก มีแค่สองชีวิตที่จะผูกพันกันไปจนกว่าจะเป็นวันสุดท้ายของลมหายใจ เคยคิดจะเข้มแข็งเพื่อที่จะเป็นทั้งพ่อและแม่ให้พิพิมพราว แต่พอเอาเข้าจริง ๆพราวพนิตกลับรู้สึกกลัว กลัวว่าความรักที่เธอมีให้ลูกมันอาจไม่เพียงพอและไม่เทียบเท่าความรักที่พ่อแม่คนอื่น ๆ

“แม่ขอโทษ...ขอโทษจริง ๆ”

แต่ถึงย้อนเวลากลับไปได้ เธอก็จะไม่ขอรั้งรุจน์ไว้ด้วยคำว่าลูก ถึงแม้ว่าไม่รู้ว่าอดีตสามีจะมีความรู้สึกอย่างไรถ้าได้รู้ว่าเธอกำลังตั้งท้องเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาอยู่ ลูกที่เกิดจากเมียที่เขาไม่ได้รัก ยังนึกไม่ออกเลยว่าเขาจะยินดีหรือเสียใจกันแน่

ให้ทุกอย่างมันเป็นไปแบบนี้ คงจะดีที่สุด

ว่าที่คุณแม่ปาดน้ำตาที่คลอเบ้าทิ้งแล้วยิ้มละมุนให้กับตัวเอง แม้จะเป็นคุณแม่ท้องแก่ แต่หญิงสาวก็ยังเดินเหินได้อย่างคล่องตัว อาจเพราะด้วยสรีระของร่างกายที่ดูกระจุ๋มกระจิ๋ม แม้อายุครรภ์จะมาก แต่ท้องก็ยังดูไม่ใหญ่เหมือนคนท้องทั่ว ๆ ไป และก่อนที่จะเข้ารับการผ่าตัดคลอดในอาทิตย์หน้า พราวพนิตก็ยังคงแบกท้องออกมาหาซื้อของใช้สำหรับตัวเองกับลูกน้อยได้อยู่ดี

พราวพนิตเดินไปยังโซนขายของสำหรับเด็กอ่อน ยังมีอีกหลายรายการที่ยังต้องการซื้อเพิ่มเติม ร่างอุ้ยอ้ายเดินตรงไปยังเครื่องปั๊มน้ำนม เธอหยิบกล่องที่วางอยู่บนชั้นขึ้นมาอ่าน ดวงตากลมโตจดจ้องไปยังตัวหนังสือที่เรียงรายอยู่บนหน้ากล่อง พราวพนิตใช้เวลาอยู่กับโซนขายของแม่และเด็กอยู่นานนับหลายชั่วโมง ก่อนที่จะรู้สึกปวดหนึบที่ขาทั้งสองข้างเพราะยืนนานจนเกินไป ดูเหมือนว่าลูกน้อยในครรภ์จะรับรู้ความรู้สึกของแม่ได้ หนึ่งชีวิตที่อยู่ข้างในท้องกลมนูนกระเพื่อมไหวทักทายออกมาอย่างเป็นระยะ ๆจนคนเป็นแม่ต้องยกมือลูบไปด้วยความเอ็นดู

“หิวแล้วหรือคะ คนเก่งของแม่”

พราวพนิตเข็นรถเข็นออกมาตามทางเดินพร้อมกับสอดส่ายสายตามองหาร้านอาหารที่พอจะให้นั่งพักกินข้าวได้บ้าง ในจังหวะที่กำลังเหม่อมองหาร้าน พอหันหน้ากลับมาอีกทีก็เห็นว่ามีรถเข็นที่บรรทุกของจนล้นคัน เข็นตรงมายังที่เธอยืนอยู่โดยที่เจ้าของรถเข็นคันนั้นไม่ทันได้ระวัง

สัญชาตญาณของความเป็นแม่รีบทำให้พราวพนิตเบี่ยงตัวพร้อมกับยกมือสองข้างมาป้องหน้าท้องของตัวเองเอาไว้ ไม่ทันได้มีอะไรมาถึงตัว หญิงสาวก็รับรู้ถึงผิวกายอุ่นร้อนของใครบางคนที่โอบกอดร่างเธอเอาไว้

“ระวังหน่อยสิครับ”

น้ำเสียงขึงขังที่ดังอยู่เหนือศีรษะอดที่จะทำให้ว่าที่คุณแม่เงยหน้าเหลือบตาขึ้นมองไม่ได้ เธอเห็นเพียงปลายคางสากที่มีไรหนวดขึ้นอยู่รำไร ในจังหวะชุลมุนก็มีเสียงขอโทษขอโพยมาจากเจ้าของรถเข็นอีกคัน

พราวพนิตละสายตาจากชายแปลกหน้าที่โอบกอดเธอไว้แล้วหันมามองชายกลางคนที่ยืนคร่อมตัวก้มหัวให้เธอขึ้นลงไปมาด้วยสีหน้าตื่นตกใจ

“ขอโทษครับคุณ ผมไม่เห็นจริง ๆ”

“ใส่ของมาเต็มรถเข็นแบบนี้มันก็มองไม่เห็นทางสิ ดีแค่ไหนที่ผมเข้ามาช่วยคุณคนนี้เอาไว้ทัน คราวหน้าคราวหลังก็ระวังให้มันมากกว่านี้หน่อย ถ้าจะซื้อของเยอะแบบนี้ก็ใส่รถเข็นสองคันไปเลย”

“ครับ ๆ ผมขอโทษอีกครั้งนะครับ”

พราวพนิตได้แต่ยิ้มอ่อน ที่ผู้ชายคนนี้พูดก็ถูก การบรรทุกของใส่เต็มรถเข็นจนบังวิสัยทัศน์ในการมองเห็นของคนเข็น มันคงไม่มีผลดีสักเท่าไหร่ ดีแค่ไหนที่ไม่เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงใด ๆกับเธอ

เจ้าของรถเข็นคันต้นเหตุ รีบเข็นรถเข็นออกไปแทบจะทันทีที่กล่าวคำขอโทษเสร็จ ส่วนคนที่มาช่วยเธอเอาไว้ก็ขยับตัวออกไปยืนห่างอยู่สองสามก้าว โดยที่ตาของเขายังจดจ้องไปยังผู้ชายที่เข็นรถเข็นออกไป

“ขอบคุณนะคะที่ช่วยฉันไว้”

ใบหน้าเคียดขึงผินกลับมามองเจ้าของเสียงนุ่มหวาน พันรบหลุบตามองยังท้องกลมนูนของผู้หญิงตรงหน้า โชคดีที่เขาเดินผ่านมาทางนี้พอดี ถ้าไม่อย่างนั้นก็ไม่รู้ว่าหญิงสาวจะได้รับบาดเจ็บตรงไหนบ้าง

“คุณโอเคใช่ไหม เจ็บตรงไหนหรือเปล่า”

“ไม่เจ็บค่ะ แค่ตกใจนิดหน่อย”

ชายหนุ่มพยักหน้า เพ่งพิศไปยังใบหน้าอ่อนเยาว์ที่ไร้เครื่องสำอางแต่งแต้มอย่างรู้สึกถูกชะตา ไม่คิดว่าผู้หญิงท้องจะดูสวยใสและสะอาด นับว่าเป็นผู้หญิงท้องคนแรกที่ทำให้เขารู้สึกถูกใจ

“คุณกำลังจะไปไหน เดี๋ยวผมเข็นรถเข็นไปให้”

“ขอบคุณมากค่ะแต่ฉันไม่รบกวนคุณดีกว่าค่ะ”

พราวพนิตปฏิเสธด้วยน้ำเสียงสุภาพ ครั้นจะใช้เขาเข็นรถให้อีก มันก็ดูจะไม่มีมารยาทเกินไปสักหน่อย เพราะอย่างน้อยเมื่อครู่เขาก็อุตส่าห์ช่วยให้เธอพ้นจากอันตรายไปแล้วครั้งหนึ่ง พันหลุบตามองนาฬิกาข้อมือ

“นี่ก็เย็นแล้ว ผมรู้สึกหิวพอดีเลย เราไปหาอะไรกินกันดีกว่า”

ไม่พูดเปล่าเมื่อคนที่เอ่ยปากชวน ยังหน้ามึนเข็นรถเข็นตรงเข้าไปยังร้านที่พราวพนิตหมายตาเอาไว้แต่แรก นัยน์ตากลมโตได้แต่มองตามปริบ ๆครั้นจะอ้าปากท้วง พันรบก็เข็นรถไปจอดที่หน้าร้านพร้อมกับนำพาตัวเองเข้าไปนั่งรอเธอที่โต๊ะอาหารเสียแล้ว

“คุณอยากทานอะไรเป็นพิเศษไหมคะ มื้อนี้ฉันเลี้ยงเองค่ะ ตอบแทนที่คุณช่วยฉันกับลูก”

พราวพนิตเอ่ยปากถามในขณะที่ยังไม่ทันได้นั่งลงที่เก้าอี้เสียด้วยซ้ำไป พูดกันตามจริง เธอไม่ค่อยชอบใจสักเท่าไหร่ที่ถูกผู้ชายคนนี้มัดมือชก แต่ก็ต้องเก็บอาการและข่มอารมณ์ขุ่นมัวซ่อนเอาไว้ ในเมื่อไร้หนทางที่จะปฏิเสธ ก็จะถือว่ามื้ออาหารมื้อนี้ พราวพนิตยินดีที่จะเป็นเจ้ามือตอบแทนในน้ำใจของเขาที่เข้ามาช่วยเธอกับลูกเอาไว้

ฝ่ามือบางลูบที่หน้าท้อง ตากลมโตยังมองยังบุรุษตรงหน้า พันรบหลุดยิ้ม แววตาเปล่งประกายขบขัน เกิดมาจนอายุเข้าเลขสี่ นอกจากพ่อกับแม่ที่เลี้ยงข้าว ก็คงมีหญิงสาวคนนี้ที่กล้าเอ่ยปากขอเลี้ยงข้าวเขา

“คุณเป็นผู้หญิงคนแรกที่ขอเลี้ยงข้าวผม ปกติผมเลี้ยงคนอื่นตลอด”

ว่าที่คุณแม่ทิ้งสายตาอยู่กับบุรุษตรงหน้าชั่วขณะหนึ่งก่อนจะหย่อนกายนั่งลงเก้าที่อยู่ตรงข้ามกับเขาแล้วเบนสายตามองไปทางอื่น ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรืออย่างไร เธอเห็นแววตาอ่อนโยนของผู้ชายคนนี้ทอประกายอยู่ในดวงตาคู่คมของเขายามที่จ้องมายังเธอ

“ให้คุณเลือกดีกว่า ผมเป็นคนอยู่ง่ายกินง่าย” ยิ่งพิศมองใกล้ ๆ ยิ่งเห็นว่าผู้หญิงคนนี้สวยและน่ารัก น่าทะนุถนอม ขนตางอนงามเป็นแพ จมูกโด่งรั้นนิด ๆ ริมฝีปากบางสีชมพูระเรื่อดูนุ่มนิ่ม น่าสัมผัส รูปร่างเล็ก แม้จะท้องโตแต่ทว่ายังดูสวยสะพรั่ง

“ผมพันรบ เรียกว่าพันก็ได้ครับ”

เอ่ยแนะนำตัวทันทีเมื่อนั่งประจันหน้ากันอยู่ในร้าน ริมฝีปากบางเล็กเผยอยิ้มน้อย ๆพร้อมกับตอบกลับมาด้วยสุ้มเสียงราบเรียบ

“พราวค่ะ”

“ชื่อเราคล้องกันเลย พัน พราว” พันรบพูดด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ ยิ่งเห็นพราวพนิตเบือนหน้าหลบสายตา ยิ่งชอบใจ แก้มขาวนวลที่กำลังเปลี่ยนเป็นสีชมพู ยิ่งทำให้อยากหอม อยากสัมผัส

ไม่คิดไม่ฝันว่าจะมาตกหลุมรัก เมียคนอื่นแบบนี้ หาเรื่องให้นรกกินกบาลจนได้นะมึงไอ้พัน!

“สามีไม่มาด้วยเหรอครับ”

เป็นคำถามที่ทำให้พราวพนิตจุกในอก ไม่แปลกที่ พันรบจะถามออกมาแบบนนี้ ก็ในเมื่อท้องโย้ เป็นใครก็คงถามเหมือนกันกับเขา สายตาวูบไหวของคนตรงหน้า พอจะทำให้ชายหนุ่มคาดเดาได้บ้าง สัญชาตญาณของคนที่กำลังจะเป็นพ่อคน คงไม่มีใครกล้าทิ้งเมียท้องโตแบกท้องมาเดินซื้อของเพียงลำพัง

“ฉันมาคนเดียวค่ะ”

“สามีทำงานหรือครับ” ยอมเป็นคนหน้าด้านและไร้มารยาทที่อยากรู้อยากเห็นละลาบละล้วงเรื่องส่วนตัวของคนอื่น ถ้าเป็นคนอื่นเขาก็คงไม่ใส่ใจ แต่กลับผู้หญิงคนนี้ เขาอยากรู้ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับเธอ

ได้ยินเสียงลมหายใจของพราวพนิตพ่นออกมาเบา ๆก็พอจะเดาออกได้ว่าหญิงสาวคงกำลังรู้สึกอึดอัดและหงุดหงิดในสิ่งที่เขาถาม ริมฝีปากหยักยกโค้ง เมื่อคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าช้อนสายตาขึ้นมามองด้วยความตำหนิที่เห็นได้อย่างชัดเจน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel