บทที่ 5 เหงา
เกือบหนึ่งเดือนแล้วที่สิตาห่างหายออกไปจากชีวิตของรุจน์ แต่เขาก็ยังติดตามความเคลื่อนไหวของแฟนสาวผ่านโซเชียลมีเดียอยู่เป็นพัก ๆ สิตาก็ยังดูมีความสุข เธอยังออกไปท่องราตรีกับเพื่อนฝูง เป็นสาวที่ชอบปาร์ตี้กับผองเพื่อนไม่เคยเปลี่ยน
ส่วนผู้หญิงอีกคนกลับหายออกไปจากชีวิตของเขาอย่างไร้ร่องรอยใด ๆ
ตั้งแต่วันที่เขาทำเรื่องแย่ ๆกับพราวพนิต อดีตภรรยาก็ปิดกั้นการติดต่อของเขาทุกทาง เธอเปลี่ยนเบอร์ติดต่อ บล็อกไลน์ หายหน้าหายตาไป แม้กระทั่งแม่ของเขาเอง พราวพนิตก็ไม่ได้ไปมาหาสู่เหมือนเคย
รุจน์เบาใจที่ได้เห็นว่าสิตามีความสุขดีโดยที่ไม่มีเขาอยู่เคียงข้าง อย่างน้อยสิ่งที่เห็นมันก็ทำให้เขารู้และตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ถ้าวันหนึ่งต้องจบความสัมพันธ์กับเธอ อย่างน้อยรุจน์ก็มั่นใจได้ว่าสิตาคงไม่ร้องไห้ฟูมฟายและสามารถยืนด้วยตัวของตัวเองได้
แต่กลับพราวพนิต เขากลับห่วง อยากรู้ทุกความเคลื่อนไหวของเธอ ทั้ง ๆที่รู้ว่ามันไม่อาจจะทำได้และไม่เหมาะสมโชคชะตาก็ช่างเล่นตลก วันที่มีหญิงสาวอยู่ข้าง ๆเขากับเลือกที่ตัดเธอออกไปจากชีวิต แต่พอไม่มีพราวพนิตอยู่ด้วยกันเหมือนเคย หัวใจของรุจน์กลับโหยหา
ชายหนุ่มเปิดลิ้นชักใต้โต๊ะทำงานออกแล้วหยิบบางอย่างขึ้นมาดู ก่อนจะเก็บมันเอาไว้แบบเดิมพร้อมกับปิดเปลือกตาลงด้วยความเหนื่อยใจ
เสียงข้อความดังขึ้น ก่อนที่รุจน์จะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดู
‘แม่จะไปเที่ยวต่างจังหวัดสักสองสามวันนะ’
มันเป็นข้อความที่ถูกส่งมาจากรจเรศ ตั้งแต่ที่หย่าขาดกับพราวพนิต แม่ก็แทบจะอยู่ไม่ติดบ้าน แม่มักจะออกไปค้างที่นอกบ้านหลายครั้ง ครั้งละสองถึงสามคืน พอรุจน์ถาม แม่ก็ตอบแค่ว่าไปพักผ่อนกับเพื่อนฝูง อยู่แต่กับบ้านก็เบื่อ
มันก็เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจอยู่ไม่น้อย ที่คนอยู่ติดบ้านอย่างแม่จะมีอารมณ์อยากออกไปพักผ่อนที่ต่างจังหวัด ซึ่งเมื่อก่อนแม่ไม่เคยทำแบบนี้เลยด้วยซ้ำ
“กว่าจะโผล่หน้ามาหากูได้นะมึง” พงษ์พันธ์เอ่ยขึ้นมาทันทีที่ย่างกรายเข้ามาถึงผับสุดหรูที่เป็นสถานที่ประจำของเขากับเพื่อน ทุกครั้งที่มีเวลาว่างรุจน์มักจะใช้ที่แห่งนี้เป็นที่พบปะสังสรรค์ แต่ตั้งแต่ที่เพื่อนแต่งงานไปเมื่อสองปีก่อน เขากับรุจน์ก็ไม่ค่อยได้ออกมาท่องราตรีกันเหมือนเคย แต่ก็ยังพูดคุยผ่านมือถือบ้าง
เอาเข้าจริง ตอนที่รุจน์บอกว่าจะแต่งงานกับผู้หญิงที่แม่หาให้ พงษ์พันธ์ไม่อยากจะเชื่อเสียด้วยซ้ำว่าเพื่อนจะยอมทำตามที่แม่ขอ ใช่อยู่ที่ว่ารุจน์เป็นคนง่าย ๆ แต่จากที่รู้จักกันมาเกือบยี่สิบปี พงษ์พันธ์ก็พอจะรู้อยู่ว่าเพื่อนคนนี้ไม่ชอบทำตามคำสั่งใคร และตอนนั้นรุจน์ก็มีคนรักอยู่แล้วทั้งคน
จนวันแต่งงานของเพื่อนมาถึง พงษ์พันธ์ถึงได้รู้ว่าเจ้าสาวของเพื่อนเป็นเด็กสาวที่สวยสด ดูสะอาดและบริสุทธิ์ ไร้จริตจะก้านใด ๆ ออกจะเป็นคนเจียมเนื้อเจียมตัวเสียด้วยซ้ำ
“กูเบื่อ”
รุจน์ยกแก้วเหล้าขึ้นมาจิบพลางมองสบตาเพื่อน พงษ์พันธ์ขมวดคิ้ว นาน ๆทีจะเห็นเพื่อนจิบเหล้าตั้งแต่หัววัน ปกติรุจน์จะแค่นัดเขาออกมาคุยกันเสียมากกว่า เห็นทีว่าเพื่อนคงมีเรื่องกลุ้ม
“เบื่ออะไรวะ ตั้งแต่มึงแต่งงานก็กูแทบไม่เห็นหัวมึงเลย หรือว่าโดนน้องพราวด่ามา”
“กูหย่ากับพราวแล้ว”
พงษ์พันธ์เอนหลังพิงไปกับพนักโซฟา ยกมือสั่งบรั่นดีจากพนักงานเสิร์ฟ ครู่เดียวแก้วสีอำพันก็ถูกนำมาวางอยู่ตรงหน้า
“มึงก็ดูมีความสุขดี ทำไมถึงตัดสินใจแบบนี้วะ หรือน้องพราวขอหย่ามึง”
“กูขอหย่าเอง”
“ขอหย่ากับเขาแล้วมานั่งเสียใจ แล้วมึงจะขอหย่าน้องพราวทำไมวะ”
ตอนที่มาบอกว่าจะแต่งงานก็ทำให้แปลกใจแล้ว พอมาบอกว่าหย่ากับพราวพนิตยิ่งทำให้รู้สึกแปลกใจไปอีก ดูจากร้อยเมตรก็ดูออกว่าเพื่อนตกหลุมรักเมียแต่ง
“กูไม่อยากผิดสัญญาที่ให้ไว้กับสิ”
“เลยเลือกที่จะทำลายความรู้สึกของตัวเองกับน้องพราวว่างั้น” พงษ์พันธ์สวนทันควัน แม้พราวพนิตจะไม่ได้แสดงท่าทีหึงหวงหรือแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของรุจน์ แต่เขาก็ดูออกว่าอดีตภรรยาของเพื่อนรักเพื่อนของเขา
แล้วตัวของรุจน์มันจะดูไม่ออกเชียวหรือ นอนร่วมเตียงกันทุกคืนแบบนั้น
“ที่ขอหย่ากับน้องพราวเพราะมึงจะแต่งงานกับสิ”
รุจน์ส่ายหน้า ก่อนหน้านี้ยอมรับว่าถ้าหย่ากับพราวพนิตแล้ว เขาก็คงขอสิตาแต่งงานเลยทันที แต่พอเอาเข้าจริง เขากับไม่อยากสร้างพันธะกับผู้หญิงคนไหนอีก เรื่องระหว่างเขากับสิตามันยังไม่จบเสียทีเดียว ตัวเขาเองก็ยังไม่เคยเอ่ยปากขอตัดความสัมพันธ์ ก็มีแต่เพียงสิตาฝ่ายเดียวที่ของปลีกตัวเว้นระยะความสัมพันธ์ รุจน์ยังแอบหวังเอาไว้ลึก ๆว่าอยากให้สิตาพบกับผู้ชายที่ดี ที่พร้อมจะดูแลเธอและรักสิตาอย่างที่เขาเคยรัก
“กูยังไม่พร้อมที่จะแต่งงานกับสิ”
“กูงงกับมึงว่ะ”
พงษ์พันธ์ส่ายหน้าอย่างมึนงง ไม่เข้าใจกับสิ่งที่เพื่อนทำ เขารู้มาตลอดว่าก่อนที่รุจน์จะแต่งงาน เพื่อนคบหาอยู่กับสิตา แล้วมันมีเหตุผลอะไรที่ต้องเลิกรากันในเมื่อตอนนี้รุจน์ก็หย่าขาดจากพราวพนิตเรียบร้อยแล้ว
“กูไม่ได้รู้สึกกับสิเหมือนเดิม”
“จะบอกว่ามึงรักน้องพราว”
แค่เห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความสับสนของเพื่อน พงษ์พันธ์ก็พอจะคาดเดาได้ไม่ยากว่าเพื่อนสนิทคงตกหลุมรักอดีตเมียเข้าแล้ว แต่ทุกอย่างที่ตัดสินใจทำลงไปเพราะถูกคำสัญญาที่ตัวของรุจน์ทำเอาไว้กับสิตาผูกมัดเอาไว้อยู่
“ก็หย่าแล้วนี่วะ จะทำอะไรได้อีก คงทำได้อย่างเดียวคือทำใจ”
โต ๆกันแล้ว ในเมื่อจะทำอะไรไม่ยอมคิดไตร่ตรองให้มันถี่ถ้วน เมื่อรุจน์ไม่ยอมฟังเสียงหัวใจของตัวเอง ชายหนุ่มก็ควรได้รับบทเรียนเสียบ้าง
“ชนแก้วย้อมใจกับกูสักหน่อยไหม”
พงษ์พันธ์ยื่นแก้วบรั่นดีไปตรงหน้าเพื่อนสนิท คงมีแค่เวลาเท่านั้นที่จะช่วยทำให้ทุกอย่างมันดีขึ้น และเขาก็แอบหวังเอาไว้ว่าเพื่อนคงจะหาหนทางแก้ปัญหาที่ตัวของมันเป็นคนก่อขึ้นมาได้เอง
เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่รุจน์กระดกเหล้าเข้าปากอย่างกับคนหิวกระหายน้ำ รสชาติขมปร่าของน้ำเมาไม่ระแคะระคายปลายลิ้นของเขาเลยสักนิด ทั้งร่างกายของชายหนุ่มในตอนนี้คงมีอวัยวะชิ้นเดียวที่รู้สึกเจ็บปวดที่สุด ทั้ง ๆที่มันถูกซ่อนเอาไว้ข้างใน แต่ความปวดร้าวมันก็ยังสามารถทะลุออกมานอกกายได้
