บทที่ 3 ชีวิตที่เลือกเอง
“ไม่คิดจะบอกเรื่องที่ไปหย่ากับน้องให้แม่รู้หน่อยหรือรุจน์”
ชายหนุ่มเหลียวหน้า เบนสายตาจากแก้วไวน์สีเลือดนกมองมายังผู้เป็นแม่ เกือบหนึ่งเดือนแล้วตั้งแต่หย่าขาดกับพราวพนิตที่เขาไม่ได้กลับมาที่บ้าน รุจน์ไม่อยากมาตอบคำถามหรือมาฟังคำกล่าวตำหนิจากแม่และส่วนหนึ่งคือเขารู้สึกเบื่อกับสิ่งเร้าภายนอกอย่างที่ไม่คิดว่าจะรู้สึกแบบนี้ได้
ความรู้สึกนี้มันเกิดหลังจากที่หย่ากับพราวพนิต...
“แม่ก็รู้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอครับ”
รุจน์วางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะ มองผู้เป็นแม่ที่ทรุดนั่งลงตรงข้ามด้วยท่าทีเรียบเฉย รจเรศแค่นยิ้ม
“แต่อย่างน้อยแม่ก็ควรได้รู้ทุกอย่างจากปากลูกชายของแม่ แต่ช่างเถอะ เรื่องมันก็ผ่านมาแล้ว พูดไปก็ไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นมา”
คำพูดของรจเรศติดจะประชดประชัน ถ้าพราวพนิตไม่มาหาเธอที่บ้าน ก็คงไม่มีโอกาสได้รู้ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น
“เจอลูกวันนี้ก็ดีเหมือนกัน” รจเรศหยิบซองเอกสารซองเล็กขึ้นมาแล้ววางไปบนโต๊ะตรงหน้าของลูกชาย “น้องฝากให้รุจน์”
รุจน์หลุบตามองซองสีขาวที่วางอยู่บนโต๊ะแล้วช้อนตามองหน้าแม่ ก่อนจะหยิบซองดังกล่าวขึ้นมาเปิดออกดู
เช็คเงินสด
“น้องขายบ้านกับรถแล้วแบ่งเงินกับรุจน์คนละครึ่ง”
ใบหน้าคมเรียบตึง สายตาแข็งกระด้างขึ้นมาทันใดพราวพนิตขายบ้านที่เคยเป็นเรือนหอพร้อมกับรถยนต์ที่เขายกให้ไปแล้วอย่างนั้นเหรอ
“น้องบอกไหน ๆ ก็หย่ากันแล้ว ไม่อยากมีอะไรติดค้างกันอีก แม่ก็เห็นด้วยกับสิ่งที่น้องทำ ไม่ได้เป็นผัวเมียกันแล้ว คงไม่มีใครอยากเก็บสิ่งของที่เคยมีความทรงจำร่วมกันเอาไว้เป็นหอกทิ่มแทงใจตัวเอง เป็นแม่ แม่ก็ขาย ไม่รู้จะเก็บเอาไว้ทำไม”
ชายหนุ่มนั่งเงียบ ไม่คิดเลยว่าพราวพนิตจะตัดใจขายบ้านกับรถที่เธอเคยบอกว่าเป็นของที่รักมากที่สุดได้ลง
คิดแล้วมันน่าหงุดหงิดใจ
“ผมไม่รับ ฝากแม่ไปคืนพราวด้วยนะครับ” เขาเก็บเช็คลงในซองแบบเดิมแล้ววางไปตรงหน้าแม่
รจเรศส่ายหน้า “แม่คิดว่าสองปีที่ลูกอยู่กับน้อง คงจะทำให้ลูกรู้จักนิสัยน้องไม่มากก็น้อย เก็บเช็คนี้ไว้ซะ ไหน ๆ ก็จบกันแล้วก็ให้มันจบ ๆกันไปอย่างไม่มีอะไรติดค้างดีที่สุด”
รจเรศลุกขึ้นยืนแล้วส่งยิ้มให้ลูกชาย
“ตอนนี้ลูกได้ชีวิตของลูกคืน อยากจะทำอะไรก็ตามแต่ใจลูกเลย แม่จะไม่ห้าม ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม แต่แม่อยากบอกอะไรลูกไว้อย่างหนึ่ง วันข้างหน้าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ให้จำเอาไว้ว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้น ลูกเป็นคนเลือกด้วยตัวลูกเอง”
รุจน์หรี่ตา ไม่เข้าใจที่แม่ต้องการสื่อ มีอะไรที่จะเกิดในอนาคตของเขาอย่างนั้นหรือ ชายหนุ่มนั่งจมอยู่กับความคิดของตัวเองอยู่พักใหญ่ แล้วจึงยกแก้วไวน์ดื่มพรวดเดียวจนหมด ก่อนจะวางแก้วลงบนโต๊ะ หลังจากนั้นก็ลุกเดินออกจากบ้านไปพร้อมกับอารมณ์คุกรุ่น
รถออดี้คันหรูจอดที่หน้าประตูรั้วหน้าบ้าน เจ้าของรถมองเข้าไปในบ้าน ห้องนอนที่เขาเคยเป็นเจ้าของมีไฟเปิดเอาไว้อยู่ ชายหนุ่มเพ่งสายตามองด้วยความสนใจ เจ้าของบ้านคนใหม่หรือว่าพราวพนิตที่อยู่ในห้องนั้น
รุจน์ก้าวลงจากรถโดยไม่ลืมหยิบกุญแจรั้วและกุญแจบ้านติดมือมาด้วย ความจริงเขาควรที่จะคืนกุญแจบ้านให้อดีตภรรยาไปให้หมด
แต่เขาก็ยังแอบเก็บเอาไว้
ร่างสมส่วนเดินขึ้นไปบนชั้นสองของบ้าน เขาเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องนอน ที่อดีตเคยเป็นรังรักที่ทำให้รู้สึกสบายใจ ประตูไม้ราคาแพงถูกแง้มออก เขามองส่องเข้าไปด้านใน เห็นแผ่นหลังที่คุ้นเคยที่นั่งอยู่ปลายเตียง
พราวพนิต…
หญิงสาวหันขวับมามองเมื่อได้ยินปิดประตู เธอลุกขึ้นยืน จ้องหน้าคนที่ยืนอยู่หน้าประตูด้วยความแปลกใจ
รุจน์กลับมาที่นี่อีกทำไม
“ทำไมถึงขายบ้าน”
“โกรธหรือคะ”
ไม่เข้าใจว่าทำไมรุจน์ต้องถามออกมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ ก็ในเมื่อเขาเป็นคนยกบ้านหลังนี้ให้เธอเอง ไม่ว่าเธอจะตัดสินใจอย่างไร มันก็เป็นสิทธิของเธอไม่ใช่เหรอ
“พราวไม่คิดว่าคุณรุจน์จะสนใจ”
‘คุณรุจน์’ อย่างนั้นเหรอ…
รุจน์รู้สึกขุ่นใจ หย่ากันเพียงเดือนเดียว เขาไม่ใช่พี่รุจน์ของพราวพนิตอีกแล้ว แค่เรียก ‘พี่’ แบบเดิมมันลำบากมากหรืออย่างไร
“พี่ก็ไม่ได้อยากจะสนใจแต่ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงต้องขายบ้านกับรถที่พี่ให้”
“แล้วมีเหตุผลอะไรที่พราวต้องเก็บเอาไว้คะ คุณรุจน์คงไม่คิดว่าพราวจะทนอยู่บ้านที่เคยเป็นเรือนหอของตัวเองได้หรอกใช่ไหมคะ พราวว่าสิ่งที่พราวทำมันถูกต้องแล้วค่ะ”
มีใครบ้างที่จะทนอยู่บ้านหลังเดิมที่เต็มไปด้วยความทรงจำเพื่อตอกย้ำความเจ็บปวดที่ต้องเผชิญ มองไปมุมไหนของบ้านก็ล้วนมีแต่ความทรงจำระหว่างเธอกับอดีตสามี
แล้วทำไมเธอต้องทนอยู่ในสถานที่ที่ทำให้คิดถึงเขาและนอนเสียน้ำตาทุกวันด้วย
“ที่กลับมาที่นี่อีกก็เพราะเรื่องนี้เหรอคะ”
“พี่เอาเช็คมาคืน” รุจน์หยิบเช็คเงินสดยื่นไปตรงหน้าอดีตภรรยา พราวพนิตปรายตามองแล้วคลี่ยิ้มอ่อน
“เช็คนี่เป็นสิทธิของคุณโดยชอบธรรม เก็บเอาไว้เถอะค่ะ ถ้าไม่มีอะไรพราวขอตัวก่อนนะคะ” หญิงสาวเดินผ่านชายหนุ่มไปไม่กี่ก้าวก็ต้องร้องออกมาเบา ๆ
“ว้าย!”
กายบางปลิวเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดของคนที่กำลังอยู่ในอารมณ์เดือดดาล รุจน์กำลังรู้สึกไม่พอใจที่ถูกพราวพนิตทำตัวห่างเหิน เขาไม่ชอบที่หญิงสาวทำเหมือนว่าไม่แคร์ ไม่มีเยื่อใยหลงเหลือให้ ทั้ง ๆที่ตอนเป็นผัวเมียกัน รุจน์มั่นใจว่าอดีตภรรยารักเขาด้วยหัวใจไม่ใช่แค่หน้าที่
“หย่าแล้วดื้อเลยนะ”
“ปล่อยพราวนะคะ ลืมไปแล้วหรือไงว่าเราไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว” หญิงสาวตำหนิเสียงดัง ทำไมรุจน์ต้องทำหยาบคายใส่เธอด้วย
“ไม่ลืม แต่ไม่ชอบที่พราวทำกับพี่” เขากอดเอวคอดเอาไว้แน่น แม้ว่าหญิงสาวจะดิ้นต่อต้าน รุจน์ก็ไม่ปล่อย
“พราวทำอะไร?” พราวพนิตตะคอกเสียง
“ก็ทำเหมือนที่ทำอยู่ตอนนี้ไง”
“ถ้าคุณจะโกรธแค่เรื่องที่พราวขายบ้านขายรถมันก็เกินไปแล้ว หรือว่าไม่พอใจกับเงินที่ได้ไป ถ้าอย่างนั้นพราวยกให้หมดเลยก็ได้”
รุจน์หน้าตึง พราวพนิตคิดว่าเขาอารมณ์เสียเพราะเรื่องเงิน เขาเป็นผู้ชายเห็นแก่ตัวในสายตาของเธอตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ความโกรธพลุ่งพล่านไปทั่วตัวจนรุจน์ไม่อาจยั้งอารมณ์เอาไว้ได้อีกแล้ว
เขาอุ้มกายบางลอยขึ้นเหนือพื้นแล้วทิ้งลงบนเตียงก่อนที่เขาจะทาบทับตามลงไป กดน้ำหนักตัวกักกันไม่ให้หญิงสาวหลุดออกไปจากอ้อมกอด
“มารำลึกถึงความหลังกันสักหน่อยดีไหม ยังจำได้รึเปล่าว่าเตียงนี้ที่เราเคยมีความสุขด้วยกัน” รุจน์แสยะยิ้ม รอยยิ้มของเขาดูน่ากลัวที่สุด พราวพนิตไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าอดีตสามีเวลาโกรธจะดูน่ากลัวมากอย่างนี้
“คุณเป็นบ้าไปแล้วหรือไง เราสองคนหย่ากันแล้วคุณไม่มีสิทธิแตะต้องฉันอีก ถ้าอยากมากก็ไปเอากับแฟนคุณนู่น” หญิงสาวตะคอกเสียงดัง ใช้มือดันแผลงอกของชายหนุ่มสุดแรง แต่ทว่าแรงอันน้อยนิดไม่สามารถที่จะทำให้รุจน์สะเทือนได้
“ใช่พี่อยาก แต่ไม่ได้อยากเอากับคนอื่น พี่อยากเอากับพราว”
สีหน้าของพราวพนิตเต็มไปด้วยความผิดหวัง หรือรุจน์คิดว่าเธอเป็นของตายสำหรับเขา ถึงหย่ากันแล้วก็ยังแอบมาหา มาลักกินขโมยกินกันได้อีก
ทุเรศสิ้นดี
ไม่คิดเลยว่าเธอจะพลาดไปหลงรักผู้ชายเห็นแก่ตัวคนนี้ได้ ขอหย่าเพราะอยากไปแต่งงานกับคนที่ตัวเองรัก แต่ก็ยังอยากแวะมากินน้ำพริกถ้วยเก่า!
“แต่ฉันไม่อยากเอากับคุณ ถึงเราจะเคยเอากัน แต่นั่นมันก่อนที่เราจะหย่า ตอนนี้ต่อให้คุณอยากเอาฉันมากขนาดไหน ก็จำใส่สมองเอาไว้ซะว่าตอนนี้คุณไม่มีสิทธิ”
นัยน์ตาของรุจน์แดงก่ำ สิ่งที่พราวพนิตพูดมันคือสิ่งที่ถูกต้องทั้งหมด เขาเป็นคนเลือกให้มันเป็นแบบนี้เอง แต่ความรู้สึกบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายในใจ มันทำให้หัวใจของเขาร้อนเป็นไฟ
“พี่ไม่สนว่าพี่ยังมีสิทธิหรือไม่มี พี่รู้แค่ตอนนี้พราวทำให้พี่โกรธและพราวต้องรับผิดชอบ”
สิ้นคำพูด รุจน์ก็ฉกจูบมาที่ริมฝีปากบางทันที พราวพนิตคนที่พูดจาอ่อนหวานคนก่อนหายไปไหน ทำไมถึงมีแต่พราวพนิตที่แข็งข้อและทำหมางเมินกับเขาแบบนี้
รุจน์เจ็บปวด ที่เห็นอดีตภรรยาทำเหมือนเขาไม่มีตัวตน เขารับความรู้สึกบ้า ๆนี้ไม่ได้และไม่อยากยอมรับมัน
กายบางดีดดิ้นไปมา ถ้ารุจน์ยังบ้าแบบนี้ ไม่เป็นผลดีกับเธอและลูกอย่างแน่นอน พราวพนิตเอื้อมมือไปจับที่กล้ามท้องของอดีตสามี ยันมือค้ำเอาไว้ไม่ให้รุจน์ทิ้งน้ำหนักลงมาทาบทับหน้าท้องของเธอ
คนที่โดนปล้ำจูบส่งเสียงประท้วง ก่อนจะใช้มือข้างที่ว่างทุบไปที่แผ่นหลังของคนที่กำลังหน้ามืดตามัวเพราะความโกรธสุดแรง
“อย่าทำแบบนี้”
พราวพนิตแผดเสียง เมื่อเบือนหน้าหลุดจากจูบที่แสนรุนแรงและเอาแต่ใจของเขา ดวงตาอ่อนหวานจ้องตาคู่คมอย่างจงเกลียดจงชัง นึกขยะแขยงตัวเองที่ไปหลงรักผู้ชายเห็นแก่ตัวคนนี้
ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่พี่รุจน์ของเธออีกต่อไปแล้วจริง ๆ
แม้ไม่เห็นน้ำตาจากคนใต้ล่าง แต่รุจน์ก็รู้ได้ชัดแจ้งว่าพราวพนิตกำลังโกรธ กำลังเกลียดในสิ่งที่เขาทำอยู่ แววตาแสนชังที่มองมา เรียกสติของคนที่อยู่ในอารมณ์โกรธเกรี้ยวคืนกลับมาให้อยู่ในสภาวะปกติ
ร่างสูงเพรียวโหย่งตัวแล้วลุกออกจากร่างเล็ก พราวพนิตชันตัวลุกขึ้นนั่งอย่างเร็วด่วนพร้อมกับฟาดฝ่ามือไปบนใบหน้าคมเข้มสุดแรง
ไม่มีคำใดเอื้อนเอ่ยออกมาจากพราวพนิต นอกจากสายตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวัง นับแต่นี้ไปแม้แต่ความห่วงใยใด ๆรุจน์ก็จะไม่มีทางได้รับ เขาจะเป็นเพียงอดีตสามีและหลังจากนี้ไปแม้แต่คนที่เคยรู้จักกันก็จะไม่มีอยู่ในความทรงจำของเธอ
ลูกจะไม่มีวันได้รู้ว่าผู้ชายใจโลเลคนนี้คือพ่อของเขา
“พราว...”
พราวพนิตลุกออกไปจากเตียง ไม่ฟังในสิ่งที่รุจน์กำลังจะเอ่ยออกมา
ทุกสิ่งทุกอย่างมันควรจบได้แล้วจริง ๆ
“โธ่โว๊ย!”
รุจน์สบถ เพราะความไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจถึงเป็นสาเหตุให้พราวพนิตมองเขาด้วยสายตาเกลียดชัง เพราะเขาที่ทำให้ทุกอย่างมันแย่ เพราะเขาที่หวงก้างทั้งที่ไม่มีสิทธิ
เป็นครั้งแรกที่พราวพนิตหลั่งน้ำตาออกมาด้วยความรู้สึกที่เสียใจและผิดหวัง ครั้งหนึ่งเธอเคยเทิดทูนรุจน์ รักและให้เกียรติเขา แต่วันนี้เขากับทำเหมือนอย่างกับเธอเป็นผู้หญิงไร้ค่า
ไร้ราคา ไม่มีความสำคัญอะไรต่อเขาเลย
“พ่อของหนูใจร้ายที่สุด”
พราวพนิตนอนคุดคู้อยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนาด้วยความโดดเดี่ยว หนึ่งเดือนที่ผ่านมาไม่มีคืนไหนเลยที่จะหลับตาลงด้วยใจที่สงบ เธอยังคงคิดถึงรุจน์ คิดถึงอ้อมกอดที่อบอุ่น คิดถึงกลิ่นอายจากผิวกายที่สองปีที่ผ่านมา
ที่เธอเคยเป็นเจ้าของ
แต่การกระทำของรุจน์ในวันนี้ มันทำลายความสุข ความทรงจำที่แสนดีของเขาไปจนหมดสิ้น ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะรักเขาต่อไปได้อีกแล้ว
ลืมมันเสียเถอะพราวพนิต ลืมเขาให้หมดจากหัวใจ
