ตอนที่ 4
“รอบอสคุ้นเคยกับทุกคนมัทก็จะกลับไปช่วยงานคุณเกศตามเดิมค่ะ”
“เฮ้อ น่าเสียดายจริงๆ ทำไมฉันไม่เจอคนเก่งๆ แบบหนูก่อนหนูเกศนะ”
ปกปราชญ์มองเธอเป็นเชิงถาม ตอนที่มีเวลาคุยกันหญิงสาวจึงเล่าให้เขาฟัง “ท่านเป็นหนึ่งในคู่ค้าที่คุณเกศให้ฉันดูแลค่ะ ตอนนั้นคุณเกศเข้าโรงพยาบาล ฉันเคยบินมาที่นี่เพื่อเจรจางานกับท่าน ตอนนั้นสัญญาของทั้งสองฝ่ายตกลงด้วยดี ฉันไม่เคยรู้ว่าท่านเป็นเพื่อนกับบอสใหญ่ก็เลย...”
ชายหนุ่มหัวเราะ “นึกไม่ถึงว่าเลขาที่พี่หามาจะมีคนชื่นชมขนาดนี้ ทุกคนพูดเหมือนกันหมดว่าคุณเก่งมาก เลขาแบบคุณหายากจนแทบไม่มีแล้ว”
“ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ ฉันแค่ทำสิ่งที่ตัวเองได้รับมอบหมาย ทำงานของตัวเองให้ดีที่สุด”
“ครับ” เขายิ้ม
ตอนเย็นมีงานเลี้ยงมื้อค่ำแบบง่ายๆ นี่เป็นครั้งแรกที่หญิงสาวไม่ได้สวมสูทเป็นทางการ แต่สวมเดรสสั้นเหนือเข่าดูเรียบร้อย แม้ยังสวมแว่นตาแต่ก็ไม่ได้รวบผมตึงเรียบอย่างเดิมอีก ปกปราชญ์มองด้วยรอยยิ้ม “เพิ่งเคยเห็นคุณแต่งตัวแบบนี้”
“แล้วดูเป็นยังไงคะ”
“สวย” เขาพูดจากนั้นเดินนำไปที่โต๊ะ หญิงสาวได้ยินไม่ชัดแต่ก็ไม่ได้ถาม
ท่านสิรศักดิ์จองโต๊ะอยู่ริมสุดระเบียงด้านในซึ่งติดทะเล วิวสวยมากแถมได้บรรยากาศของทะเลสุดๆ และในเมื่อเป็นมือเย็นจึงไม่มีการพูดคุยเรื่องงาน
บรรยากาศดีๆ บวกกับอาหารอร่อย หลังดื่มไวน์ได้ขวดหนึ่งท่านสิรศักดิ์ก็ขอตัว ปกปราชญ์เองก็บอกว่าอยากกลับไปพัก แต่หญิงสาวกลับอยากเดินเล่นที่หน้าหาดก่อน
“งั้นผมไปเป็นเพื่อน”
“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันไปเองได้ ที่นี่...”
“ผมเองก็อยากเดินย่อยน่ะ เดินคุยกันหน่อยก่อนนอนช่วยให้ย่อยง่าย”
เอ่อ...ที่เธออยากจะบอกคือเธออยากเดินคนเดียวเงียบๆ ต่างหาก!
ในที่สุดก็ออกมาเดินกันสองคน หาดทรายยามเย็นแดดไม่ร้อนมากลมพัดเย็นสบาย ผู้คนไม่ได้หนาตาอย่างที่คิดเพราะไม่ใช่หน้าไฮท์ซีซั่น ถึงอย่างนั้นก็มีชาวต่างชาติเดินเล่นอยู่หลายคน
“ได้ยินมาว่าคุณเพิ่งเรียนจบก็มาช่วยงานพี่เลย”
“ใช่ค่ะ ตอนนั้นเป็นแค่ผู้ช่วยของเลขาคุณเกศ คุณเลขากำลังจะลาคลอดฉันก็เลยถูกรับเข้ามา บอกตรงๆ ว่าตอนนั้นไม่รู้เรื่องอะไร”
“แต่ตอนนี้ก็ทำได้ดีนี่ครับ จริงๆ อาจจะดีกว่าผมอีก”
“งานมันคนละส่วนกันนี่คะ คุณไม่เห็นต้องเปรียบเทียบกันเลย ฉันดูแลงานในส่วนของตัวเอง คุณเองต่างหากที่มีหน้าที่เจรจางานใหญ่ๆ ที่ฉันเองก็ทำไม่ได้”
“ปลอบใจผมอยู่เหรอครับ”
เธอรู้ว่าเขาต้องพิสูจน์ตัวเอง เรียนจบนอกกลับมาทำงานที่เป็นธุรกิจของครอบครัวแถมเป็นตระกูลใหญ่ ในวงธุรกิจตอนนี้มีใครบ้างไม่จับตามองเขา หากเขาทำได้ดีก็แล้วไป แต่หากไม่แน่นอนว่าต้องมีคนรอสมน้ำหน้าอยู่แล้ว
“คนเรามันก็ต้องเริ่มจากศูนย์ก่อนอยู่แล้วนี่คะ เริ่มแรกคุณทำได้ดีขนาดนี้ก็ถือว่าใช้ได้แล้ว อีกหน่อยก็ดีขึ้นค่ะ ลองมองข้ามสายตาที่จับจ้องดูสิคะ อย่าไปสนใจว่าใครจะรอดูความล้มเหลว แค่พยายามทำงานที่รับมาให้ดีที่สุด ตอนฉันเริ่มทำงานก็คิดแบบนั้นละคะ”
เขาหันมามองหญิงสาว “คิดไม่ออกเลยว่าคุณจะทำอย่างนั้น เทียบกับตอนนี้ไม่ว่าเรื่องอะไรคุณก็เข้าใจไปซะหมด ตรงข้ามกับผมที่ต้องใช้เวลาสักพักทำความเข้าใจ”
“ฉันก็มีเรื่องที่ไม่เข้าใจนะคะ ฉันไม่ได้เก่งขนาดที่ว่าไม่ต้องเรียนรู้ซะหน่อย” เธอยิ้มกว้าง
เขาเห็นก็ชะงักไป “เห็นคุณยิ้มกว้างแบบนี้แล้วดีจัง”
“แล้วปกติฉันเป็นยังไงเหรอคะ”
“ก็...เป็นคุณเลขาที่เอาแต่จริงจังไปซะทุกเรื่อง”
เธอหัวเราะ “น้อยๆ หน่อยค่ะ ก็นั่นมันเวลางานนี่คะ”
“ตอนนี้ก็ยังถือว่าทำงานนะ ถึงจะเป็นการทำงานนอกสถานที่ก็เถอะ”
“เลิกงานแล้วค่ะ หกโมงครึ่งแล้ว ฉันเลิกงานตั้งแต่หกโมงที่เราดินเนอร์เสร็จแล้ว ดังนั้นไม่ถือว่าทำงานอยู่ค่ะ”
เขาเองก็พลอยหัวเราะไปด้วย “นั่นสินะ ตอนนี้ผมเองก็ไม่ได้รู้สึกว่ากำลังทำงานอยู่ เหมือนมาเที่ยวมากกว่า บอกตรงๆ ว่าตอนอยู่กรุงเทพเครียดมากจริงๆ ต้องมาสานต่อสิ่งที่พี่ทำเอาไว้ แถมยังทำได้ดีมาก ผมกังวลมากเพราะกลัวมันล้มเหลว”
