บท
ตั้งค่า

ตำรวจหนุ่มหลงเด็ก 4

ปานวาดช้อนสายตาขึ้นมองตำรวจหนุ่มไฟแรงที่ยอมถอดคราบความเข้มงวดเหลือเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่รักเธอหมดหัวใจ รอยยิ้มซุกซนแบบเดิมเริ่มปรากฏบนใบหน้าเนียน

​"ก็... ถ้าผู้กองยอมคืนบัตรนักเรียนใบนี้ แล้วพาหนูไปกินข้าวมื้อดึกตอนนี้... หนูอาจจะยอมตอบตกลงเป็นแฟนผู้กองก็ได้ค่ะ"

พิชิตหลุดหัวใจพองโต ยิ้มออกมาอย่างมีความสุขที่สุดในรอบหลายปี เขาไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียวที่จะดึงร่างบางเข้ามากอดไว้แน่นในอ้อมอก

​"ตำรวจพูดคำไหนคำนั้น... คืนนี้ฉันไม่ปล่อยให้เธอคลาดสายตาอีกแล้ว ยัยตัวแสบของฉัน"

ค่ำคืนที่ควรจะหวานชื่นกลายเป็นความตึงเครียดขึ้นมาทันตา เมื่อผู้กองพิชิตพาปานวาดมานั่งทานอาหารมื้อดึกที่ร้านอาหารบรรยากาศดีริมแม่น้ำ

​หลังจากหยอกล้อกันจนบรรยากาศกำลังหวานซึม เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นไม้ก็ดังใกล้เข้ามา พร้อมกับเสียงทุ่มหวานที่เอ่ยทักขึ้น

​"พิชิต? ไม่คิดว่าจะเจอคุณที่นี่เลยนะคะ"

​หญิงสาวร่างสูงโปร่งในชุดทำงานสุดหรูหราเดินเข้ามาส่งยิ้มให้ เธอคือ เกศรา อดีตแฟนเก่าดีกรีไฮโซของพิชิตที่เลิกรากันไปเมื่อปีก่อนเพราะเรื่องเวลาที่ไม่ตรงกัน

​พิชิตชะงักกึก สีหน้าเปลี่ยนเป็นลำบากใจทันที "เกศ... มาทานข้าวเหรอครับ?"

​"ค่ะ มากับเพื่อน" เกศลายิ้ม ก่อนจะละสายตามามองปานวาดตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาประเมิน พลางหัวเราะเบาๆ ในคอ "แหม... ผู้กองของเราเนี่ย รสนิยมเปลี่ยนไปเยอะเลยนะคะ จากปกติชอบผู้ใหญ่ทำงานด้วยกัน ตอนนี้หันมาควงเด็กนักศึกษาแล้วเหรอคะเนี่ย?"

​คำพูดและสายตาดูแคลนนั้นทำเอาปานวาดหน้าตึงขึ้นมาทันที ความรู้สึกมั่นใจเมื่อครู่พังทลายลงกลายเป็นความกรุ่นโกรธและความหึงหวงที่พุ่งขึ้นสูง

​"ผมมากับ 'แฟน' ครับเกศ" พิชิตรีบตัดบทน้ำเสียงเรียบแข็ง เพื่อปกป้องเด็กสาว

​"อ๋อ... แฟนเหรอคะ?" เกศรายิ้มมุมปากนิดๆ "งั้นเกศไม่รบกวนเวลาหวานๆ ของผู้กองกับ 'เด็กดี' แล้วล่ะค่ะ ไว้ว่างๆ ค่อยโทรคุยเรื่องงานวันก่อนนะคะพิชิต" เธอทิ้งท้ายไว้ด้วยประโยคชวนคิดก่อนจะหมุนตัวเดินกลับไปที่โต๊ะของตัวเอง

บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเงียบกริบลงทันที พิชิตหันมารีบจับมือปานวาดไว้ "ปานวาด... ฟังฉันก่อนนะ เกศเขาแค่..."

​"ไม่ต้องอธิบายหรอกค่ะผู้กอง" ปานวาดชักมือกลับอย่างรวดเร็ว ใบหน้าหวานบึ้งตึง ดวงตาคู่สวยสุกใสไปด้วยความโกรธและตัดพ้อ "หนูเข้าเข้าใจแล้วค่ะ ว่าผู้กองคงชอบผู้ใหญ่ดูดีแบบเขา แต่พอเหงาก็เลยกลับมาหาเด็กแก้ขัดอย่างหนูสินะคะ"

​"มันไม่ใช่อย่างนั้นเลยนะ!" พิชิตพยายามอธิบาย "ฉันกับเกศเลิกกันไปนานมากแล้ว เรื่องงานวันก่อนก็แค่เรื่องคดีที่เธอมาให้การในฐานะพยานเท่านั้น ฉันไม่ได้คิดอะไรกับเขาเลยจริงๆ"

​"แต่เขายังดูมีอิทธิพลกับผู้กองอยู่เลยนี่คะ!" ปานวาดลุกขึ้นยืนทันทีอย่างไม่ยอมฟังเหตุผลอีกต่อไป "ไหนบอกว่าหนูโตแล้วไงคะ? แต่พอเจอแฟนเก่าผู้กอง เขายังมองหนูเป็นแค่ 'เด็ก' อยู่เลย! แล้วหนูก็ไม่อยากเป็นตัวเลือกของใครทั้งนั้น!"

​"ปานวาด เดี๋ยวสิ!" พิชิตรีบลุกขึ้นจับแขนเธอไว้

​"ปล่อยค่ะ!" ปานวาดสะบัดแขนออกอย่างแรง นัยน์ตาคลอน้ำตาด้วยความหึงหวงและน้อยใจ "เรื่องตกลงเป็นแฟน... หนูขอถอนคำพูดค่ะ! บัตรนักเรียนใบนั้นผู้กองอยากจะเอาไปทิ้งที่ไหนก็เชิญเลย!"

​เด็กสาวหมุนตัววิ่งออกจากร้านอาหารไปทันที ทิ้งให้ผู้กองหนุ่มยืนอึ้งตื่นตะลึงอยู่กลางร้าน พิชิตกุมขมับตัวเองด้วยความเครียดหนัก คดีใหญ่ที่เคยคลี่คลายมานับไม่ถ้วน ยังไม่ยากและปวดหัวเท่ากับความเข้าใจผิดของเด็กสาวหัวรั้นคนนี้เลยสักนิด!

แท็กซี่จอดนิ่งที่หน้าคอนโดมิเนียมหรูของปานวาด ร่างบางในชุดเดรสสั้นก้าวลงจากรถด้วยใบหน้าที่ยังคงเปรอะเปื้อนรอยน้ำตา เธอรีบก้าวเท้าเดินตรงไปยังทางเข้าอาคารเพื่อหวังจะขึ้นห้องไปร้องไห้ให้พอ

​แต่ยังไม่ทันได้แตะคีย์การ์ดกับประตูสแกน เสียงเครื่องยนต์คุ้นหูก็แผดดังขึ้น พร้อมกับรถกระบะสายตรวจที่เลี้ยวเข้ามาจอดเทียบฟุตบาทอย่างรวดเร็ว!

​ผู้กองพิชิต ก้าวลงจากรถด้วยสีหน้าร้อนรน เขาสะบัดเสื้อแจ็กเก็ตออกอย่างไม่แคร์ลุคตำรวจผู้เรียบร้อย ก่อนจะก้าวยาวๆ ตรงเข้ามาดักหน้าปานวาดไว้ได้ทันควัน

​"ปล่อยหนูเลยนะ! ตามมาทำไมอีกคะ!" ปานวาดเบือนหน้าหนี สะบัดตัวหนีห่างทันที

​"ไม่ปล่อย! คืนนี้ถ้ายังคุยกันไม่รู้เรื่อง ฉันก็จะไม่ไปไหนทั้งนั้น!" พิชิตคว้าข้อมือเรียวไว้เบาๆ แต่มั่นคง เขาถอนหายใจยาวพลางมองเด็กสาวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและเว้าวอน "ยัยตัวแสบ... ฟังฉันหน่อยได้ไหม? เรื่องเมื่อกี้มันไม่ใช่แบบที่เธอคิดจริงๆ นะ"

​"จะไม่ใช่อย่างที่คิดได้ยังไงคะ!" ปานวาดหันกลับมาสบตา นัยน์ตาคู่สวยคลอน้ำตาอัดอั้น "เขาทั้งสวย ทั้งเป็นผู้ใหญ่ แถมยังดูเหมาะกับผู้กองมากกว่าหนูตั้งเยอะ! เขาพูดจาข่มหนูขนาดนั้น ผู้กองยังยืนเฉยๆ เลย!"

​"ฉันไม่ได้ยืนเฉยๆ ฉันบอกเขาไปแล้วไงว่าเธอคือ 'แฟน' ของฉัน" พิชิตขยับเข้ามาใกล้ ดึงร่างบางที่กำลังพยศเข้ามาเกือบชิดอก "ฟังฉันนะปานวาด... กับเกศรา เราเลิกกันไปปีกว่าแล้ว และมันจบแบบเด็ดขาด คดีเมื่อวานคือเขาโดนแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกเงิน เขามาในฐานะผู้เสียหายที่สถานีตำรวจ... ฉันไม่ได้ติดต่อหรือคิดอะไรกับเขาเกินกว่าพยานในคดีเลยสักนิด"

​"แต่เขามองหนูเหมือนเด็กกะโปโล..." ปานวาดงุ้มปาก น้ำตาหยดใสไหลร่วงลงมาสัมผัสแก้มเนียน

​พิชิตยื่นมือไปเช็ดน้ำตาให้อย่างนุ่มนวล หัวใจเจ็บปวดเมื่อเห็นรอยน้ำตาของเธอ "เขามองยังไงฉันไม่สนใจ... เพราะสำหรับฉัน เธอไม่ใช่เด็กกะโปโลอีกต่อไปแล้ว"

​ตำรวจหนุ่มล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ หยิบบัตรนักเรียนใบเก่าออกมาพร้อมกับ แหวนทองคำขาวเรียบๆ วงหนึ่งที่เขาแอบซื้อเก็บไว้ตั้งแต่ปิดคดีใหญ่สำเร็จ

​ปานวาดชะงักกึก มองสิ่งที่อยู่ในมือเขาด้วยความตื่นตะลึง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel