บทย่อ
หากคุณมั่นใจว่าจะรอดไปได้...ผมมั่นใจว่าคุณต้องร้องขอมันทั้งคืน!
ตำรวจหนุ่มหลงเด็ก 1
บรรยากาศยามบ่ายสว่างจ้าผิดกับมุมสลัวของผับสไตล์ลอฟต์ในซอยลึก พิชิต ผู้กองหนุ่มไฟแรงวัย 27 ปี ในชุดเครื่องแบบครึ่งท่อน ยืนกอดอกมองเด็กสาวในชุดนักเรียนมัธยมปลายที่กำลังนั่งแกว่งขาอยู่บนเก้าอี้ทรงสูงหน้าเคาน์เตอร์บาร์
ปานวาด เด็กสาววัย 18 ปี เจ้าของใบหน้าหวานซ่อนเปรี้ยว หันมาส่งยิ้มทะเล้นให้ชายหนุ่มโดยไม่มีท่าทีเกรงกลัวสายตาคาดโทษนั้นเลยสักนิด
"ทำหน้ายักษ์อีกแล้วผู้กอง เดี๋ยวก็แก่ก่อนวัยหรอก" ปานวาดทักพลางหมุนแก้วน้ำอัดลมในมือ
"ยังจะมีหน้ามาพูดเล่นอีกนะปานวาด" พิชิตถอนหายใจยาว ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้แล้วเอ็ดด้วยน้ำเสียงเข้มแต่แฝงความเอ็นดู "นี่มันเวลาเรียน ไม่ใช่เวลามานั่งเล่นชิลๆ ในผับ แล้วฉันบอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าแอบหนีเที่ยวมาสถานที่แบบนี้ ถึงตอนนี้ผับจะยังไม่เปิดบริการ แต่เด็กม.ปลายชุดนักเรียนหลุดเข้ามา มันใช่น่ามองที่ไหน"
"ก็หนูเบื่อคาบบ่ายนี่คะ อาจารย์สอนน่าเบื่อจะตาย" ปานวาดบุ้ยปาก พลางช้อนสายตาขึ้นมองเขา "แล้วอีกอย่าง... ถ้าหนูไม่โดดเรียนมาที่นี่ หนูจะได้เจอผู้กองเหรอ?"
คำพูดตรงไปตรงมาทำเอาพิชิตชะงักไปเล็กน้อย หัวใจเจ้ากรรมกระตุกวูบอย่างห้ามไม่ได้ เขาพยายามปรับสีหน้าให้เรียบตึงเหมือนเดิม ทั้งที่ข้างในเริ่มรวนเร
"อย่ามาเล่นลิ้น ฉันมาตรวจพื้นที่ตามหน้าที่ และหน้าที่อีกอย่างของฉันตอนนี้คือ... ไปส่งเธอที่โรงเรียน"
"ไม่เอา! ไม่กลับ!" ปานวาดงอแง ยืดตัวขึ้นกุมมือหนาของเขาไว้อย่างถือวิสาสะ "ผู้กองพาหนูไปกินขนมหน่อยสิคะ ถือว่าลงโทษเด็กโดดเรียนก็ได้"
พิชิตมองมือเล็กที่กุมมือเขาไว้ สัมผัสนุ่มนวลทำให้ความตั้งใจแข็งกร้าวของตำรวจหนุ่มละลายลงอย่างรวดเร็ว ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ตั้งแต่เขาบังเอิญเจอเธอแอบหนีเรียนมาเที่ยวซ่อนตัวในผับแห่งนี้ และเขาลุยเข้าไปตักเตือน คอยคุมพฤติกรรม ยึดบัตรประชาชนชั่วคราว ดักรอส่งกลับบ้าน จากหน้าที่และความถูกต้องในตอนแรก กลับกลายเป็นความคุ้นเคย และถลำลึกกลายเป็นความรักที่เขาพยายามหักห้ามใจมาตลอดเพราะช่องว่างของวัยและสถานะ
"ปานวาด..." พิชิตถอนหายใจเสียงอ่อนลง "เธอเป็นนักเรียน ส่วนฉันเป็นตำรวจ มันไม่ถูกต้อง"
"ไม่ถูกต้องตรงไหนคะ?" ปานวาดสบตาเขานิ่ง สายตาของเธอเต็มไปด้วยความรู้สึกที่เปิดเผยและมั่นคง "หนูจะจบม.6 เดือนหน้านี้แล้วนะคะ แล้วหนูก็ไม่ได้มองผู้กองเป็นแค่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ด้วย... ผู้กองเองก็ไม่ได้เห็นหนูเป็นแค่นักเรียนโดดเรียนคนหนึ่งใช่ไหมล่ะคะ?"
พิชิตเม้มปากแน่น มองดวงตาสุกใสที่มองตอบอย่างไม่ลดละ เขาพ่ายแพ้ให้กับเด็กสาวตรงหน้าอย่างหมดทางสู้ หนุ่มไฟแรงที่เคยเด็ดขาดกับคดีมากมาย กลับต้องมาตกหลุมรักเด็กม.ปลายหัวรั้นที่เขาคอยจับผิดแทบทุกวัน
"ขู่เก่ง นักเลงจริงนะ" พิชิตถอนหายใจยาว ก่อนจะคล่ายิ้มออกมาบางๆ "รอให้สอบเข้ามหาวิทยาลัยให้ได้ก่อนเถอะ ถึงตอนนั้นค่อยมาคุยกันเรื่องนี้"
"แปลว่าถ้าหนูสอบติด ผู้กองจะยอมเป็นแฟนหนูใช่ไหม?" ปานวาดตาโต ยิ้มแก้มปริด้วยความดีใจ
"ไปกินขนมได้แล้ว ยัยตัวแสบ" พิชิตขยี้หัวเด็กสาวเบาๆ ด้วยความเอ็นดู "ถ้าคาบบ่ายนี้ยอมกลับไปเรียนดีๆ เย็นนี้ฉันจะขับรถไปรับหน้าโรงเรียนเอง"
"สัญญาแล้วนะผู้กอง! ถ้าเบี้ยว หนูจะโดดเรียนมานั่งเฝ้าที่สถานีตำรวจจริงด้วย!"
พิชิตมองเด็กสาวที่วิ่งนำหน้าออกไปพร้อมรอยยิ้มสดใส เขาได้แต่นึกในใจว่า ต่อให้คดีหน้าจะยากลำบากแค่ไหน แต่การควบคุมพฤติกรรมหัวใจตัวเองไม่ให้รักเด็กสาวคนนี้... คงเป็นคดีที่ยากที่สุดในชีวิตของเขาแล้วจริงๆ
วันรุ่งขึ้น ณ ห้องปกครองของโรงเรียนมัธยมปลายชื่อดัง
ปานวาดยืนก้มหน้านิ่งอยู่หน้าโต๊ะทำงานของครูปกครองสุดโหด บทลงโทษจากการโดดเรียนเมื่อวานถูกส่งตรงถึงผู้ปกครองเรียบร้อย และครูได้สั่งให้ "ผู้ปกครอง" เดินทางมาพบในเช้าวันนี้เพื่อรับทราบพฤติกรรม
เสียงเคาะประตูห้องปกครองดังขึ้นสองสามครั้ง ก่อนที่ร่างสูงใหญ่ในชุดตำรวจเต็มยศจะเดินเข้ามาด้วยท่วงท่าผ่าเผยและน่าเกรงขาม ผู้กองพิชิต ยิ้มรับครูปกครองอย่างมีมารยาท ขณะที่ปานวาดเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยสายตาเปล่งประกายคล้ายเห็นฮีโร่มาโปรด
"สวัสดีครับอาจารย์ ผมพิชิต... มาเป็นผู้ปกครองแทนคุณแม่ของปานวาดครับ" พิชิตโค้งหัวให้น้อยๆ ก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ข้างๆ เด็กสาว
ครูปกครองมองตำรวจหนุ่มไฟแรงตรงหน้าสลับกับปานวาดด้วยความประหลาดใจ "ผู้กองเป็นอะไรกับนักเรียนปานวาดเหรอครับ? ปกติทางโรงเรียนต้องให้คุณพ่อหรือคุณแม่มาเท่านั้น..."
"ผมเป็น... พี่ชายข้างบ้านที่ครอบครัวปานวาดไว้วางใจครับ พอดีคุณแม่ของน้องติดงานด่วนที่ต่างจังหวัดจริงๆ เลยขอร้องให้ผมมาดูแลแทน" พิชิตโกหกอย่างลื่นไหลด้วยสีหน้าราชการเรียบเนียน "ต้องขอโทษอาจารย์ด้วยนะครับที่ปานวาดก่อเรื่องโดดเรียน"
"เฮ้อ... ปานวาดเรียนเกือบจะดีทุกอย่างนะผู้กอง แต่ชอบโดดเรียนคาบบ่ายอยู่เรื่อย ถ้าไม่ดัดนิสัยตอนนี้ เดี๋ยวจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้เอา" ครูปกครองถอนหายใจยาว ก่อนจะยื่นใบคาดโทษให้ "ครั้งนี้ผมยอมให้ผู้กองมารับทราบแทน แต่ถ้ามีครั้งหน้าอีก ผมจำเป็นต้องเชิญคุณแม่มาด้วยตัวเองนะครับ"
"ครับอาจารย์ ผมจะ 'ควบคุมพฤติกรรม' น้องอย่างใกล้ชิด ไม่ให้มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกแน่นอนครับ" พิชิตเน้นคำว่าควบคุมพฤติกรรมพลางเหล่สายตามองเด็กสาวข้างกาย
หลังจากรอดพ้นจากห้องปกครองมาได้อย่างชิวเฉียด ปานวาดก็เดินตามพิชิตออกมาจนถึงรถสายตรวจที่จอดอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ข้างอาคารเรียน
"ขอบคุณนะคะผู้กอง! ถ้าเมื่อเช้าหนูไม่โทรไปอ้อนวอนให้ผู้กองมาแทน มีหวังโดนแม่เอาไม้เรียวตีตูดลายแน่ๆ เลย" ปานวาดถอนหายใจอย่างลืมตัว พลางส่งยิ้มหวานให้อย่างประจบ
พิชิตหยุดเดิน หันกลับมากอดอกมองเด็กสาวด้วยสายตาจริงจัง ทำเอาปานวาดชะงักรอยยิ้มทันที...
"ไม่ต้องมาทำเป็นยิ้มประจบเลยนะปานวาด" น้ำเสียงของเขาเข้มขึ้น "รู้ไหมว่าการโกหกครูมันไม่ดี แล้วที่ฉันยอมมาวันนี้ ไม่ใช่เพราะกลัวเธอโดนแม่ตี แต่เพราะฉันไม่อยากให้เธอทำตัวหมดอนาคตต่างหาก"

