ยังมีหวัง
“เมื่อวานก็ขนมไม่หมดพี่จ้อย”
เสียงบ่นเบาๆ ดังขึ้นจากน้องชายคนรอง ทำให้ เสน่ห์จันทร์ลอบถอนใจ แต่เสาหลักจะอ่อนแอไม่ได้ เธอหันมายิ้มส่งให้กับทองเอก น้องอุตส่าห์หาตลาดให้ ลองไปลงขายดูก็ปรากฏว่าพอขายได้ ไม่ถึงกับขายดี พวกเธอยังกะปริมาณขนมไม่ถูก เพราะเพิ่งลงขายได้ไม่ถึงเดือน ตลาดนี้เปิดแค่สามวัน ไม่ได้เปิดทุกวัน เสน่ห์จันทร์กำลังหาทางขยับขยายอยู่ เพราะถ้าจะพึ่งแต่ขนมมงคลที่ส่งตามงานอย่างเดียวไม่น่าจะพอกับค่าใช้จ่ายของครอบครัวใหญ่ของเธอ แถมตอนนี้มีภาระหนี้สินอีกด้วย ดีที่หลวงตาช่วยเจรจา ก็ยังพอจะผ่อนผันกันไปได้ แต่เวลาก็งวดมาทุกทีแล้ว
“ไม่เป็นไร เราค่อยๆ กะเอาว่าเขาชอบอะไรกัน ค่อยทำไปขาย พี่ว่าจะทำบัวลอยไข่หวาน ต้นทุนไม่เยอะ ทำสดๆ ขาย คนน่าจะชอบ ลองดูไหมเสาร์นี้”
“ก็ดีพี่ น่าจะดีกว่าพวกขนมไทย ของเราถึงจะใช้ของดี แต่ราคาแพงกว่าอีกเจ้าคนเขาก็ไม่ค่อยซื้อ” ทองเอกว่า
“พวกขนมมงคล ขนมโบราณ เราก็ทำส่งอย่างเดียวพอ เราต้องปรับตัวแหละ”
เธอตบบ่าน้องชายเบาๆ แล้วยิ้มให้กับทองเอกอย่างให้กำลังใจ
“ขอบใจมากๆ นะนก ตลาดที่นกหาติดต่อมามันไม่ได้แย่ มันดี แค่เราต้องปรับตัว”
“อื้อ”
น้องชายยิ้มส่งให้กับพี่สาว เขารู้ว่าทำไมพี่จ้อยพูดแบบนั้น กลัวเขารู้สึกไม่ดีนั่นแหละ เพราะเขาเป็นคนไปหาตลาดมาให้ วันแรกทำลงขายก็ขาดทุนเพราะตลาดอยู่ในซอยลึกและเป็นย่านคนโรงงาน ย่านนักศึกษามาเช่า กำลังซื้อมีไม่สูงมาก ขนมของพวกเขาดี อร่อย น่ารับประทานก็จริง แต่บางอย่างต้นทุนสูง การตั้งราคาก็ต้องสูงตามไปด้วย จึงไม่ค่อยมีคนซื้อเพราะความที่เป็นของสดใหม่ขายไม่เกินสามวัน และตลาดก็เปิดเว้นวัน ทำให้ต้องทิ้ง เรียกได้ว่าขาดทุนตั้งแต่แรก ก็พากันใจคอไม่ดี
ร้านส่งประจำนั้นโดนแก๊งมิจฉาชีพหลอกจนเกือบหมดตัว ทางร้านมีติดค้างค่าขนมอยู่หลายพันแต่เธอยกหนี้ให้ เก็บเงินไม่ลงจริงๆ เมื่อเห็นว่าเขากำลังแย่ ทางร้านสัญญาว่าถ้ากลับมาเปิดร้านได้ จะมาสั่งขนมเธอเหมือนเดิมและจะหาเงินมาใช้หนี้ให้เสน่ห์จันทร์อีกด้วยแต่เธอไม่ได้หวังอะไรมาก แค่อยากให้พวกเขานั้นพ้นผ่านวันร้ายๆ ไปให้ได้ก็พอ
ยุคนี้เงินทองหายาก มิจฉาชีพเต็มเมือง ไหนจะเศรษฐกิจไม่ค่อยดี มีคนขายมากกว่าคนซื้อ ทำมาหากินต้องปาดเหงื่อ สมองของเสาหลักของบ้านที่จบแค่มอสาม หมุนติ้วๆ หาวิธีเอาตัวรอดให้ทั้งแปดชีวิต คิด และคิด จนปวดหัวไปหมด
เสน่ห์จันทร์นั้นเติบโตมากับยายลำเภา ที่กรอกหูบอกให้ทำงานแลกเงิน ให้รักษาศักดิ์ศรีลูกผู้หญิง หน้าตาของเธอไม่ได้ขี้เหร่ เสน่ห์จันทร์สะสวยโดดเด่นกว่าลูกแม่คนอื่น เธอได้รับมรดกความสวยเย้ายวนมาจากอำภา ผิวพรรณผุดผ่องดูเป็นผู้ดี ถึงจะแต่งเนื้อแต่งตัวธรรมดาก็ยังดูดี ไม่มอมแมม มีคนมาอยากได้เธอถึงขั้นทาบทามทางยายลำเภา ก็โดนยายไล่เปิงไปทุกที แต่ละคนที่มาไม่ได้อยากได้ไปดีๆ ขอไปเป็นเมียน้อย เมียบำเรอ ยายมีหรือจะยอม
ถึงจะโตมาในสภาพแวดล้อมที่เกือบจะกึ่งสลัม คนรอบข้างทำอาชีพเทาๆ แต่ยายลำเภาสอนลูกหลานให้รักศักดิ์ศรี อย่าหากินในแนวนอน เสน่ห์จันทร์ยึดคำยาย ไม่เคยทำแบบนั้น มีแม่เป็นไอดอลในด้านความไม่ดี ว่าใช้ชีวิตแบบไม่รักศักดิ์ศรีความเป็นลูกผู้หญิงเป็นยังไง เธอไม่เคยคิดจะทำแบบมารดาแม้แต่สักเสี้ยว สอนน้องๆ ทุกคนให้ดูแม่เป็นเยี่ยงอย่าง ให้ดูยายเป็นแบบอย่าง โชคดีที่ทุกคนรักดี ไม่มีใครแหกคอกเลยแม้สักคนเดียว
คนทำดีก็ต้องได้ดีในสักวัน
เสน่ห์จันทร์ท่องบอกตัวเองแบบนั้น ทุกวัน แม้สภาพแวดล้อมบางทีก็มีคนชวนไปหาเงินง่ายๆ แต่เธอไม่เคยคิดจะทำแม้แต่ครั้งเดียว
แต่...
แอบมีแต่ในใจแล้วละตอนนี้ ความจนมันน่ากลัว อีกเจ็ดชีวิตที่ผูกติดกับเธอ ให้ได้ดูแลรับผิดชอบ ถ้าเข้าตาจนจริงๆ เสน่ห์จันทร์ถอนใจน้อยๆ ถ้ามันถึงขนาดนั้นบางที...
ให้มันถึงที่สุดก่อน
สาวน้อยคิดในใจ เธอชวนน้องชายไปซื้อของมาไว้ทำขนมบัวลอยเพื่อเตรียมขายวันมะรืนที่ตลาดเปิด ทองนพคุณกลับมาจากโรงเรียนเลยขอไปด้วย เขาเดินไปส่งดาราทองน้องสาวซึ่งรับสอนพิเศษก่อนแล้วเอาข้าวของมาเก็บ พอถึงเวลาก็ไปรับน้องกลับบ้านเนื่องจากกว่าจะเสร็จก็มืดค่ำ ผู้ปกครองที่จ้างดาราทองให้สอนพิเศษให้ลูกของตน นึกสงสารครอบครัวของเด็กหญิงที่สู้ชีวิตกันเหลือเกิน สั่งเคเอฟซีมาเลี้ยงพวกเขายกบ้านวันนี้เป็นอาหารมื้อเย็น ที่เรียกได้ว่าหรูหราที่สุดตั้งแต่เกิดมาก็ว่าได้
“เคเอฟซี”
ทองเอกทำตาลุก ขณะที่เสน่ห์จันทร์แอบตื่นเต้นแต่เก็บอาการ เสาหลักไม่ควรแตกตื่นอะไรแบบนี้สิ...สักวันเธอจะมีของดีๆ ให้น้องๆ กินทุกวัน เธอเองก็ไม่เคยกิน เคเอฟซี เหมือนกันตั้งแต่เกิดมา
“ใช่ เคเอฟซี”
ทองนพคุณตอนนี้วิ่งไปรอบๆ รถซาเล้ง หัวเราะไปด้วยอย่างตื่นเต้น
“คุณนายเขาสั่งมาเลี้ยงบ้านเรา เขาถามว่าอยู่กันกี่คน หนูบอกว่าบ้านเราอยู่กันแปดคน เขาชอบขนมร้านของพี่แอ้ม พอรู้ว่าร้านปิด แล้วเป็นขนมที่พวกเราทำขาย เขาบอกว่าจะสั่งแหละพี่ แกให้พี่แวะไปคุย จะสั่งลงโรงทาน”
“ดีจัง”
พอจะยิ้มออกมาได้บ้าง มีงานคือมีเงิน ทองนพคุณบอกว่าคุณนายสั่งให้มาส่งที่บ้าน เลยให้เบอร์พี่สาวไป บ้านนี้มีโทรศัพท์เครื่องเดียวคือของเสน่ห์จันทร์ ที่ยายลำเภายอมซื้อให้ใหม่ เพราะโทรศัพท์สามารถเอาไปต่อยอดทำมาหากินได้ เลยซื้อของดีหน่อยให้ไว้ใช้กัน
สามพี่น้องตกลงว่าจะนั่งรออาหารมื้อหรูที่สุดในชีวิต เห็นสีหน้าตื่นเต้นของน้องๆ ที่จะได้กินเคเอฟซีแล้ว เสน่ห์จันทร์ก็แอบน้ำตาคลอ โดยเฉพาะเรไรน้องเล็กพอรู้จะได้กินเคเอฟซีเย็นนี้ ก็พากันจับมือร้องเพลงกับดาวล้อมเดือน เต้นไปรอบๆ บ้าน ในอ้อมแขนอุ้มเจ้าจิ๋วไปด้วย เจ้าจิ๋วหัวเราะตามพี่ๆ ทั้งยังไร้เดียงสาไม่รู้ว่าเขาดีใจอะไรกัน
พอของมาส่งเธอให้น้องๆ กินก่อน แบ่งไว้ให้ดาราทองด้วย ตอนนี้สมาชิกในบ้านอยู่กันครบเว้นดาราทอง เพราะไปสอนพิเศษสองทุ่มถึงไปรับกลับมา เธอมองน้องๆ ที่กินกันไปยิ้มกันไปอย่างมีความสุข เธอบอกกับน้องชายว่าจะไปรับดาราทองเองจะได้ขอบคุณ คุณนายด้วยจะได้สอบถามว่าท่านชอบอะไร พรุ่งนี้จะได้ทำไปให้ท่านตอบแทนที่เลี้ยงอาหารดีๆ พวกเธอ
เห็นน้องๆ อิ่มอร่อย มีเสียงหัวเราะ มีรอยยิ้ม หัวหน้าครอบครัววัยแค่สิบแปด แบกทุกอย่างไว้เกินตัวอย่างเสน่ห์จันทร์ก็ยิ้มออกมีกำลังใจสู้ชีวิตในวันต่อไป
