เรื่องบรรจบ ณ ตรงที่หัวใจ

79.0K · จบแล้ว
โยธกา ดรินทร์ น้ำอ้อม
40
บท
241
ยอดวิว
9.0
การให้คะแนน

บทย่อ

ชีวิตของเสน่ห์จันทร์ไม่ง่ายเลย เธอมีน้องถึงเจ็ดคน! เสาหลักของบ้าน ห้ามอ่อนแอ ห้ามร้องไห้ พี่ใหญ่ของบ้านเจนธรรมดี มีภารกิจพิชิตปากท้อง คือพาน้องๆ ทำขนมไทยสืบทอดต่อจากยายที่เสียไป แต่ชีวิตมันไม่ง่าย เมื่อถึงตาจน นิสาเพื่อนรัก ชวนเธอไปทำงานพิเศษ ต้องใช้เล่ห์กันหน่อย กับการทำงานเงินดี เพื่อนปลดหนี้และช่วยน้องหนนี้ "แกจะต้องวางยาให้แขกป๊อก แล้วแกจะรอดไม่เป็นไรยัยจ้อย เราทำเพื่อรอดนะ" แขกคนแรกที่เธอต้องทำให้ป๊อก คือเขา... ปภพ รองซีอีโอของ วีอาร์ เขาตกลงใจให้เลขาคนใหม่ละลายพฤติกรรมเพื่อความสนิทสนม มากขึ้น ด้วยการให้หมอนั่นจัดแจ่มๆ สวยๆ มาให้ เขาถูกตาต้องใจกับน้องคนสวยในชุดนักศึกษา ตาแมว ตัวเล็ก อื้อหือ น่าอุ้มรอบห้องชะมัด แต่แล้ว... เหมือนเขาโดนลูบคม ฉะนั้นเขาจะต้องมาเอาคืน โปรยปราย "ทำไม? ตกลงกันแล้วนี่คะ" "หนู..." เมื่อเขาก้มลงใกล้เรื่อยๆ เธอก็หายดื้อ กลัวเขาจะบ้าจับเธอมาจูบจริงๆ ตรงนี้ก็รีบพูดขัดขึ้นก่อนที่ปากจะแตะปาก "พี่ปริ้นซ์ก็ได้พี่ปริ้นซ์ ปล่อยหนูสิ เรียกคุณว่าพี่แล้วอะ" "ไม่ปล่อยดีกว่าเดี๋ยวหนูเรียกว่าคุณอีก" เขาโอบไหล่เธอไว้ ไม่อายใครเลยแม้จะมีคนมองมายังพวกเขายิ้มๆ ภาพของผู้ชายหล่อตัวสูงดูดี กับผู้หญิงสาวน่ารักตัวเล็ก มองยังไงก็ผู้ชายมีแฟนเด็ก...คงไม่ใช่สถานะอื่นไปได้ "พี่ปริ้นซ์ หนูจะคุยกับพี่ปริ้นซ์เรื่องที่พี่จะมาจ่ายเงินทองให้หนูนี่ หนูไม่ตอบแทนอะไรทั้งสิ้นนะ เพราะพี่อยากจ่ายเอง" ยัยตัวแสบพูดแบบนั้นฉอดๆ เล่นเอาปภพกลั้นขำ แสบใช่เล่นเลยนะ เมียเขา เมีย... ก็เมียนั่นแหละ ปรกติไม่ให้ฐานะนี้กับคนนอนด้วยมีความสัมพันธ์แค่เรื่องเซ็กซ์ แต่กับเสน่ห์จันทร์ มันอยากได้เป็นเมีย "ใช่พี่อยากจ่ายเอง" "ฉะนั้นพี่ปริ้นซ์ห้ามเอามาเป็นข้ออ้าง มาซื้ออะไรหนูอีก หนูไม่ขายให้พี่อีกแล้ว หนูไม่มีความจำเป็นแล้ว" แก้มสาวแดงก่ำ ปภพพยักหน้าหงึกๆ แต่เขาไม่ยอมปล่อยที่โอบไหล่เธอ เขาพาเธอเดินไปยังห้องคนไข้ที่เป็นห้องรวม อยากเห็นน้องๆ ของเสน่ห์จันทร์ ตัวแค่นี้เลี้ยงน้องได้ตั้งเจ็ดคน เก่งมาก เก่งเกินวัยจริงๆ เขาประทับใจอยากรู้จักบ้านช่อง อยากเห็นความเป็นอยู่ และอยากช่วย... "ครับผมครับ...ไม่ขายจริงๆ เหรอ ถ้าเกิดว่าพี่ซื้ออีกสักคืนละล้านละ" "พี่ปริ้นซ์" คนตัวเล็กเงยหน้ามองเขาแล้วกลอกตา พร้อมกับทำสีหน้าชนิดหนึ่งใส่เขา ที่ปภพมองแล้วเหมือนโดนน้องดูถูกสุดๆ "ชีวิตพี่ไม่มีอะไรทำแล้วเหรอคะ ถึงคิดได้แต่จะมาเอาเงินมาทำอะไรแบบนี้อะ มันไม่มีใครบอกเหรอว่า...มันเปลืองมันแพงมากนะ แล้วพี่ก็ได้หนูไปแล้ว ก็พอแล้วปะ ไม่ต้องมาซื้อไม่ขายแล้ว ไม่ได้อยากได้เงินจากการนอนทำงาน อยากทำงานอยากเหนื่อย อยากลำบาก" นี่คือคำพูดของเด็ก 18 แน่หรือ? แม่คุณฟังแล้วจุกอกมากๆ "ยังไงก็ไม่ขาย" "ไม่ค่ะ" ตอบย้ำชัดเจน คนตัวโตกว่าหัวเราะ เขาและเธอมายืนอยู่หน้าห้องคนไข้รวมพอดี เขาหันมาหาเธอแล้วยิ้มส่งให้ รอยยิ้มในระยะประชิดของคนหล่อเล่นเอาสาวน้อยตาพร่าไปอึดใจ "แล้วถ้าไม่ขาย พี่จะทำยังไงถึงจะได้จ้อยอีกครับ" "เอ่อ..." อ้าปากค้างมองเขาแล้วหน้าแดงก่ำ เขาใช้มือจิ้มหน้าผากเธอเบาๆ แล้วเอ่ยเสียงนุ่มกลั้วหัวเราะ "ไปคิดมานะ แล้วพี่จะมาถาม แล้วก็จะทำด้วย" เขาเปลี่ยนจากโอบไหล่มาจับมือเธอ เดินตรงไปยังเตียงของน้องชายทั้งสอง เสน่ห์จันทร์เดินตามเขาไป ยังคงงงกับคำพูดของเขา ทำยังไงจะได้จ้อยอีกครับ? งื้อ.. นี่เขาจะเอายังไงกับเธอกันแน่นะ

นิยายรักโรแมนติกนิยายรักประธานคนต่ำต้อยนางเอกเก่งรักหวานๆรักแรกพบโรแมนติกสัมพันธ์ครอบครัว

เสน่ห์จันทร์กับน้องๆ ทั้งเจ็ด

“แม่ไม่อยู่เหรอ นังจ้อย”

เสียงถามเหมือนเสียงตะคอกขู่กลายๆ ทำให้คนตัวเล็กบางค่อนข้างผอม ซึ่งกำลังอุ้มเด็กทารกอยู่ในอ้อมแขน มองจ้องตอบคนที่มายืนท้าวเอวอยู่หน้าบ้านเธออย่างไม่กลัวเกรง

“เห็นไหมล่ะ? ป้าเนียม ถ้าไม่เห็นก็ไม่อยู่ไง”

“เอ้าอีนี่กวนตีนละ ตกลงอยู่หรือไม่อยู่”

เนียมเอ็ดเสียงเขียว มองจ้องหน้าของสาวน้อย เจ้าหล่อนสวย ปากนิดจมูกหน่อยเหมือนตุ๊กตา มีจุดเด่นคือตาโตๆ เหมือนตาแมวสีน้ำตาลเข้ม หน้าเล็กรูปไข่ จมูกโด่งรั้นเชิด และปากอิ่มรูปกระจับ

สวย...แต่เผ็ด เด็ดที่สุดในย่านนี้ ต้องแม่จ้อยนี่แหละ ชื่อจ้อยแต่ฤทธิ์ไม่ได้จ้อยเลย เนียมเลยต้องมาแบบมาดเข้มไว้ก่อน

“ก็ไม่อยู่ไง”

เสน่ห์จันทร์นั้นขึ้นเสียงบ้าง ทารกวัยห้าเดือนในอ้อมแขนยังคงร้องแหกปาก แข่งกับเธอและเนียม ขืนคุยกันแบบนี้ไม่รู้เรื่องแน่

“เมฆ มาเอาน้องไปที”

เด็กวัยสิบสอง วิ่งมาเมื่อพี่สาวเรียก เขามารับน้องไปโอ๋อุ้ม และมีเด็กหญิงอีกคนวัยสิบขวบโผล่ออกมาจากด้านในบ้าน เพื่อดูว่าเกิดเหตุอะไรกันขึ้น

“แล้วมันไปไหน นังภาน่ะ ไม่ส่งดอกมาหลายวันแล้วนะ”

“ไม่รู้เหมือนกัน ตื่นมาก็ไม่เห็นแม่แล้ว อีกอย่างแม่ก็ไม่ได้อยู่ที่นี่นานแล้ว ป้าเนียมไม่ไปตามที่บ้านเช่าของแม่ล่ะ”

เสน่ห์จันทร์หันไปมองน้องๆ ของเธออีกเจ็ดชีวิต ใช่...เจ็ดชีวิต รวมเธอก็แปด...

ในยุคนี้สมัยนี้ จะมีใครมีลูกมากเท่ากับแม่เธออีกไหม?

ลูกแปดคน สี่ผัว อำภาดูจะเพลินกับการหาผัวมากกว่าเลี้ยงลูก มีลูกกับผัวไหนก็เอามาแปะทิ้งไว้ให้กับยายลำเภา ที่ขายขนมเลี้ยงหลาน ที่ตอนแรกมีเพียงเสน่ห์จันทร์ หลังๆ ก็งอกมาอีก และมาอีก จนครบแปดชีวิต รวมยายเป็นเก้า แออัดกันในบ้านขนาด 60 ตารางวา บ้านไม้เก่าแก่ชั้นเดียว ที่ปลูกสร้างมาเกือบสามสิบปี

เสน่ห์จันทร์อายุสิบแปดปี เธอตัวเล็ก สูงแค่ร้อยสี่สิบแปด หากแต่คล่องแคล่ว ทำอะไรว่องไว และไม่กลัวใคร เป็นเสาหลักของบ้านในตอนนี้ เนื่องจากยายลำเภาเพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อปลายปีที่แล้ว เสน่ห์จันทร์ไม่มีเวลาเศร้าโศก ทุกวันของเธอเต็มไปด้วยงานหนัก เพื่อเลี้ยงน้องๆ อีกเจ็ดปาก

ล่าสุดน้องของเธอถูกแม่อุ้มมาเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว พร้อมกับผัวใหม่...มาถึงก็ทิ้งเงินไว้ให้สามหมื่นบาทถ้วน บอกให้เธอเอาไว้ดูแลน้อง ฝากไว้ก่อน แม่จะไปทำงานเมืองนอก แล้วก็จากไปเลย ไม่รอให้น้องๆ กลับจากโรงเรียนด้วยซ้ำ

เธอรู้จักเนียม เนียมเป็นเมียของกำนันแก้ว มีโรงสี และออกเงินกู้ แม่เธอคงไปกู้เงินมาแน่นอน เธอให้เนียมรู้ไม่ได้ว่าเธอมีเงินแอบไว้สามหมื่น ใครยืมมาก็ตามไปทวงคนนั้น เธอไม่มีอะไรจะให้หรอก บ้านหลังนี้...ยายลำเภาฉลาดเอาไปฝากไว้กับหลวงพ่อบู้ หลวงพ่อบู้สนิทกับยายลำเภา ช่วยดูแลเจือจุนบ้างยามหญิงชราลำบาก เสน่ห์จันทร์รู้เพราะยายสั่งว่าให้ฝากหลวงพ่อไว้ถึงเวลาท่านจะเรียกไปรับเอง มันจะได้พ้นจากมือมิจฉาชีพในคราบลูกสาวอย่างอำภา

“อ้าว นึกว่าพอยายเอ็งตายแล้ว นังภามันจะมาช่วยดูแล”

เนียมอุทาน มองสภาพเสน่ห์จันทร์และเด็กๆ ให้นึกสมเพชเวทนา นังอำภานี้เหมือนผุดขึ้นมาจากหลุมนรก มาก่อความเดือดร้อนให้แม่และลูกๆ ของตัวเองโดยแท้

“เฮ้อ...”

เสน่ห์จันทร์ถอนใจ จะยังไงเธอก็ไม่อยากจะให้คนอื่นต้องมาลำบากเพราะแม่ เสียงใสเลยเอ่ยอ่อย

“แม่เอาไปเท่าไหร่ล่ะ ป้าเนียม”

“แสนหนึ่ง”

“หะ?”

“มันบอกว่าจะเอาไปเมืองนอก จะไปทำงานเมืองนอก ไปกู้มาได้สามเดือนแล้ว ฉันก็ไม่เห็นมันไปเมืองนอก แถมไปได้ผัวใหม่อีก พอทวงมัน มันก็บอกให้มาเอาที่นี่ จะเอาโฉนดบ้านนี้ค้ำไว้ มันทำสัญญามาแล้ว แล้วก็จะจ่ายดอกให้ก่อนสามหมื่น”

สามหมื่น...

ไม่มีทางหรอก เสน่ห์จันทร์คิดในใจ เธอจะเก็บเอาไว้ทำทุนก่อน แม่สร้างหนี้แม่ก็ต้องใช้หนี้

“เอาโฉนดบ้านนี้ไม่ได้หรอกป้าเนียม บ้านนี้ยายเอาไปขายหลวงพ่อแล้ว”

คนฉลาดไม่บอกว่าเอาไปฝาก เนียมร้องหะ! หน้ามุ่ยเลยทีเดียว ไอ้จะมารีดกับเด็ก...มันก็คงจะไม่ได้อะไร ได้แต่ถอนใจแล้วบ่นพึม ก่อนจะเดินจากไป บ่นด่าตัวเองที่โง่ไปยอมให้อำภามันหลอกเอา

พอพ้นร่างของเนียม เสน่ห์จันทร์ก็นั่งแปะลงกับพื้น ขาของเธอสั่นไปหมด การเผชิญหน้ากับเนียมทำให้เธอต้องใช้พลังภายในไม่น้อย ต้องแสร้งทำเข้มแข็ง แต่เด็กอายุเท่าเธอที่บางคนยังเรียนอยู่ด้วยซ้ำ สู้ได้ขนาดนี้ เข้มแข็งขนาดนี้ จ้อย...เธอมันเก่ง เธอทำได้

นี่คือประโยคที่เสน่ห์จันทร์มักจะบอกกับตัวเอง

เสียงร้องไห้ของน้องเงียบไปแล้ว เมฆมันเก่งที่ดูแลน้องได้ ยายตายไปก่อนที่แม่ของเธอจะเอาน้องมาฝากไว้ แค่พวกเธอเจ็ดคนยายก็เครียดมากพออยู่แล้ว

“น้องหลับแล้วพี่จ้อย”

“อื้อให้เดือนดูน้อง เดี๋ยวเมฆกับหมอกไปส่งขนมที่บ้านงาน ส่งแล้วก็รับเงินที่เหลือมา”

“ครับ”

เมฆ หรือทองนพคุณ รับคำแล้วเดินเข้าไปในห้องโถงของบ้าน ที่มีขนมมงคลจัดเตรียมใส่ตะกร้าไว้แล้วอย่างเรียบร้อย ทองทัต หรือหมอก ที่นั่งจัดแจงหน้ากระทะทองเหลืองทำขนมฝอยทองอยู่ นับให้ครบแล้ว ก็วางมือ แผนกต่อไปที่รับแพ็กของอย่าง นก หรือทองเอก และดาว หรือดาราทอง ก็เร่งทำกันอย่างเต็มกำลัง

เธอมองน้องๆ ขยันขันแข็งแล้วบอกตัวเองได้อย่างเดียวว่าเธอเป็นพี่ใหญ่ ก็ต้องเป็นหัวเรือใหญ่ ดีที่หลานของยายลำเภาเป็นนักสู้ทุกคน

ก็ชีวิตมันเป็นแบบนี้ ไม่สู้จะทำยังไงได้ละหนอ

มีแต่แม่เธอที่ผิดแผกไปไกล แถมทำตัวเหมือนเป็นเจ้ากรรมนายเวรของครอบครัว นี่ก็หนีไปแล้ว หวังว่าจะไปแล้วไปลับไม่กลับมานะ เสน่ห์จันทร์เหลือบมองน้องเล็กสุดของบ้าน เจ้าตัวเล็กนอนในเปลมีพี่สาวอย่างเดือน เด็กหญิงอายุสิบขวบ ที่ดูน้องไปด้วย มือก็พับใบตองไปด้วยเพลินๆ ทุกคนในครอบครัวไม่เคยมีใครมือว่าง ทำงานกันตลอดเวลา

บ้านหลังเล็กที่มีหัวหน้าครอบครัวตอนนี้เป็นเพียงเด็กสาววัยสิบแปดปี เสน่ห์จันทร์จะพาน้องๆ ไปรอดตลอดรอดฝั่งไหมนะ หนทางมันช่างดูแล้ว...แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยจริงๆ

ยายลำเภาขึ้นชื่อในด้านทำขนมไทย เป็นที่เลื่องลือไปทั้งอำเภอ และถ่ายทอดฝีมือมายังหลานๆ ไม่ตกหล่น แกเคยทำงานในวังตอนสาวๆ พอมาได้ผัวเป็นคนที่นี่ก็เลยย้ายมา เอาตำรับขนมมงคลกลับมาด้วย และความชอบศึกษาหาทำ ทำให้ขนมของยายลำเภามีเอกลักษณ์ ทั้งรสชาติและหน้าตา ขนมบางอย่างแทบจะไม่เคยมีคนเคยได้ยินได้เห็น แต่แกก็ทำเป็นเกือบทุกอย่าง

ชื่อของหลานๆ เจ็ดคนมาจากชื่อขนม คนที่แปด ยายไม่ได้อยู่ตั้ง แต่พี่สาวอย่างเสน่ห์จันทร์ก็ได้จัดการตั้งให้ด้วยตัวเอง เป็นขนมที่เธอชอบที่สุด คือหยกมณี มารดาของเธอคงจะไม่ตั้งใจที่จะมีน้อง...ชื่อก็ไม่บอกด้วยซ้ำว่าชื่ออะไร เริดไปกว่านั้นใบเกิดไม่ได้แจ้ง! เดือดร้อนท่านเจ้าอาวาส ต้องขอให้ผู้ใหญ่บ้านไปช่วยจัดการให้ เจ้าจิ๋วของบ้านถึงมีชื่อ...และได้ใช้นามสกุลยาย นามสกุลเจนธรรมดี

พี่สาวอย่างเธอคนโตของบ้าน เสน่ห์จันทร์ บิดาของเธอเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ และอำภาก็มีสามีใหม่ คือนายเอก มีลูกชายด้วยกันคือทองเอก อยู่กันได้ไม่กี่ปี อำภาก็ลาเอก ไปมีสามีใหม่...คือนายภพ มีลูกชายด้วยกันอีกสองคนคือ ทองทัต และทองนพคุณ เช่นเคย พอทองนพคุณอายุได้ขวบหนึ่ง มารดาของเธอก็หอบหิ้วเด็กสองคนมาสมทบกับลูกสองคนสองสามีก่อนหน้า เชิดหน้าบอกกับมารดาว่า เลิกกับผัวแล้ว...

อีกสองปีต่อมา มีดาราทอง ดาวล้อมเดือน มาสมทบเป็นเด็กแฝด หน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู

อีกสี่ปีต่อมาก็เป็นเรไร...

และสุดท้ายคือเจ้าจิ๋วที่อายุห้าเดือน

ทุกคนยายของเธอตั้งชื่อให้ใหม่ สอดคล้องกันเป็นชื่อขนมไทย ทุกคนยายลำเภาสอนสั่งด้วยตัวเอง ให้ขยันทำกิน ไม่หมิ่นเงินน้อย ไม่ขี้เกียจ ตั้งใจเรียน และรักพี่น้อง

หลานทุกคนรับฟังนาง สั่นสอนได้ดั่งใจ ก็ถือว่ามีบุญอยู่บ้างในด้านนี้ แขนงแรงกว่าหน่อ หน่อเจ็ดหน่อนี้ไม่เคยทำให้ยายทุกข์ใจ ยายลำเภาส่งหลานๆ เข้าวัด ให้ไปฟังธรรม หลานชายก็ให้บวชกับท่านเจ้าอาวาสคือหลวงพ่อบู้ เป็นการบวชเรียน แต่หนุ่มๆ สึกออกมาเพราะมาช่วยยายที่ป่วยทำมาหากินเมื่อสองปีก่อน ท่านเจ้าอาวาสเอ็นดูสงสารครอบครัวของยายลำเภา คอยเรียกใช้งาน และให้ค่าตอบแทน บางทีก็เรียกไปเอาของแห้งของใช้ที่วัด พอบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายไปได้บ้าง

เรื่องเรียนได้ครูที่โรงเรียนหาทุนยากจนให้กับน้องๆ ทองเอกมีอายุ 16 ปี ทองทัต 14 ปี ทองนพคุณ 12 ปี ดาราทอง และ ดาวล้อมเดือน 10 ปี เรไร 6 ปี เรียงลำดับกันไป เสน่ห์จันทร์อยากจะให้น้องเรียนให้สูงที่สุดเท่าที่จะเป็นได้ ทองเอกและทองทัต ยามว่างจากงาน ขอพี่สาวไปฝึกงานกับช่างสิทธิ์ที่เป็นญาติทางบิดาของทองทัต ที่มาทำมาหากินแถวนี้ พอพบว่ามีหลานที่นี่ เขาก็เมตตากรุณาพวกเธอทั้งครอบครัว เพื่อได้ลองฝึกหัดอาชีพไปด้วย ช่างสิทธิ์รับซ่อมแอร์ถ่ายทอดวิชาให้หลานๆ อย่างไม่หวง และให้เงินสองหนุ่มไว้เก็บสะสมเพื่อใช้เรียน คุยกับพี่สาวว่าเรียนจบแล้วจะขอเรียนต่อสายอาชีพเพิ่มเติม จะได้ออกมาทำงานได้เลย มันทำให้เสน่ห์จันทร์ต้องไปศึกษาว่าการเรียนแบบนั้นต้องใช้เงินเท่าไหร่ ปีการศึกษาหน้าทองเอกก็จะจบ มอสามแล้ว เขาเรียนช้ากว่าเกณฑ์เพราะไปบวชเรียนมาการเทียบวุฒิเลยมีปัญหานิดหน่อยจึงต้องเข้าเรียนใหม่ตอนเรียน มอหนึ่ง

ช่างสิทธิ์รับปากกับเสน่ห์จันทร์และหลานชายทั้งสองว่าจะช่วยให้มีเงินรายได้พอส่งตัวเองเรียน แต่จะยังไงเสน่ห์จันทร์ก็ต้องสะสมเงินทองไว้ให้น้องด้วยส่วนหนึ่ง เงินสามหมื่นที่แม่ให้ไว้สำหรับเธอจึงสำคัญมาก

ทุกวันเธอจะรับงานทำขนมมงคล และขนมส่งที่ร้านขายขนมไทยเจ้าประจำ กำลังคิดจะขยับขยายหาขายของต่อที่ตลาด ขายเองน่าจะกำไรดีกว่าส่งร้าน เวลาน้องๆ ปิดเทอมจะได้เติมรายได้เพิ่มไว้อีก สองหนุ่มนั้นพอทำงานได้ ก็เอาเงินมาฝากพี่สาวไว้

เสาหลักของบ้านถอนใจน้อยๆ สมองของเสน่ห์จันทร์หมุนคิดแต่เรื่องเงินๆ ทองๆ เรื่องทำงาน เธอหันไปมองเจ้าจิ๋ว...ที่นอนหลับปุ๋ยไปแล้วในเปลที่ทองทัตทำการดัดแปลงประดิษฐ์ให้น้อง จากของเหลือใช้และเศษไม้ที่เขาทิ้งแล้ว เจ้าหมอกมีหัวทางนี้ เธอเลยเห็นด้วยที่น้องจะเรียนวิชาชีพ ทองเอกหรือนกเองก็ไม่แพ้กัน สามารถซ่อมแซมคอมพิวเตอร์ได้แค่ดูจากยูทูบ เหมือนว่าเกิดมาเพื่อเป็นช่าง

ทองนพคุณหรือเมฆ ชอบทางทำอาหาร เขาประดิดประดอยเก่งมาก ขนมชั้นธรรมดา น้องชายของเธอก็ทำให้กลายเป็นรูปกุหลาบสวยงามหลากสีน่ากินได้ คนที่มีฝีมือทางนี้อีกคนคือดาวล้อมเดือน หรือ เดือน น้องของเธอสองคนนี้ มักจะมีเมนูดัดแปลงแปลกใหม่มานำเสนอตลอด ลองนำไปเสนอที่ร้านที่ส่งประจำ ทางนั้นก็ซื้อไอเดีย พบว่าขนมของเจ้าเด็กทั้งสองขายดีมาก

ฝาแฝดอย่างดาราทอง เรียนเก่งมาก เป็นตัวแทนโรงเรียนไปแข่งวิชาการได้เหรียญทอง แข่งในระดับตัวแทนภาคดาราทองก็คว้ารางวัลมาครองอีก ตอนนี้มีโรงเรียนมาเสนอให้ทุนน้องสาวของเธอเรียนต่อในระดับมัธยมแล้วเรียบร้อยทั้งมัธยมต้นและมัธยมปลาย ดาราทองอยากเป็นหมอ...ดาวเคยหลุดพูดออกมา แล้วก็ทำตาเศร้าๆ เมื่อรู้ว่ามันไม่น่าเป็นไปได้

เรไร หรือแมว ยังอายุน้อย ยังไม่เห็นแววว่าจะต่อยอดไปทางไหน แต่ก็เรียนเก่ง และขยันให้ทำอะไรก็ทำ ไม่งอแงอยากไปวิ่งเล่น สำหรับยัยแมวน้อยของเธอ งานคือความสนุก ตอนนี้เรไรก็สนุกกับการเลี้ยงน้อง ขอรับอาสาอยากช่วยเลี้ยงน้อง เธอยังไม่ไว้ใจนัก ให้ดาวล้อมเดือนคอยประกบ สักพักคงปล่อยได้...

เสน่ห์จันทร์หลับตาพริ้มลง เธอคือเสาหลัก เธอไม่เคยแสดงความอ่อนแอให้น้องๆ เห็นแม้เพียงครั้งเดียว

บนไหล่ของเด็กสาวอายุเพียงสิบแปด ที่แบกไว้อีกเจ็ดชีวิต มันก็หนักหนาเหลือเกิน